หากพูดถึง “ขนมปาด” แน่นอนว่าขนมนี้อาจจะเป็นที่รู้จักกันในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งก็อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างนิดหน่อย ตลอดจนในบางพื้นที่ก็มีการสอดแทรกคติของความเป็นขนมที่ทำยากและในอดีตก็ต้อง “รวย” ในระดับหนึ่งถึงจะทำได้ด้วย
.
ขนมปาด มีลักษณะเป็นขนมกวนอย่างหนึ่ง หน้าตาอาจจะดูคล้ายกับขนมเปียกปูน ซึ่งในบางพื้นที่ก็มีการใช้ชื่อขนมปาดนี้ในการเรียกขนมเปียกปูนด้วยเช่นเดียวกัน โดยคำว่าปาด หมายถึงการตัด สะท้อนให้เห็นผ่านตัวขนมที่ตอนทำจะเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ก่อนที่จะตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ นั่นเอง
.
ในภาคเหนือ ครั้งหนึ่งขนมปาดมีสถานะของขนมงานบุญที่ใช้ในการเลี้ยงแขก แต่ทั้งนี้การทำก็ต้องอาศัยในเรื่องของเวลาในการกวนขนมที่ประกอบไปด้วยแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำอ้อย กะทิ ไปจนถึงมะพร้าวคั่ว ใช้แรงคนกวนกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเหนียวข้น ซึ่งในอดีตนั้นก็อาจจะใช้เวลาในการเตรียมการทำขนมนานเป็นวัน มันจึงเป็นขนมที่ต้องอาศัยทั้งทุน คน และเวลาในการทำ เลยอาจจะไม่ได้เป็นขนมที่ทำกันได้บ่อย ๆ และสะท้อนถึงฐานะของบ้านที่ต้องมีบริวารเยอะ ๆ ถึงจะกวนขนมนี้ได้สบาย ๆ แถมวัตถุดิบก็ใช้ทุนทรัพย์มากด้วยสำหรับคนในอดีต
.
ในขณะเดียวกัน แม้ความรวยในอดีตจะช่วยให้ขนมนี้เป็นขนมที่คนรวยเขาทำกัน แต่การกวนขนมปาดก็อาจจะไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมในครัวเรือนอย่างเดียว ในบางครั้งอาจจะเป็นกิจกรรมที่คนในชุมชนเองก็อาจจะร่วมแรงร่วมใจในการทำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อและความสามัคคีในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
.
แม้ปัจจุบันการใช้แป้งสำเร็จรูปจะช่วยลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบลง แต่ขนมปาดก็ยังคงได้รับการสืบทอดในหลายท้องถิ่นของภาคเหนือ ผ่านสูตรและวิธีการที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เองก็อาจจะช่วยลดทอนความยากในการทำจากในอดีตให้ง่ายขึ้นไปตามกาลเวลาด้วย
..
ขนมปาด อดีตขนมที่ถ้าไม่รวยทำไม่ได้