[CR] ์No.231 My Dad is a Heel Wrestler (2018) : "วายร้าย" ขอตัวกลับมาเป็น "ฮีโร่"


- ถ้าวันหนึ่งลูกมองเราไม่เหมือนเดิมขึ้นมาจะรู้สึกอย่างไร ? คงเป็นคำถามที่ตอบออกไปลำบากอยู่เหมือนกัน ในเมื่อสำหรับเขา เราเป็นทั้งพ่อผู้ให้กำเนิด เป็นเสาหลักของบ้าน รวมถึงยังเป็นไอดอลในฐานะบุคคลต้นแบบของการอบรมและใช้ชีวิต ขณะเดียวกัน โลกที่เขามองอาจถูกตัดสินด้วยกรอบความคิดเพียงแค่ 2 ด้าน ไม่ดีก็เลว ไม่ขาวก็ดำ ยิ่งมีคำพูดหรือ Events ใดที่มากระทบจิตใจเข้าก็อาจจะฝังลึกลงใน Celebrum อย่างรวดเร็ว แม้จะมีอะไรหลายอย่างมากมายซ่อนอยู่เพื่อรอการค้นหา อย่างไรก็ตามปฏิเสธยากว่าผู้ใหญ่อย่างเราก็เคยมีมุมมองเช่นนั้น ก่อนที่เวลาจะเดินต่อไปให้เราค่อย ๆ เรียนรู้ผ่านการเติบโตจนเมื่อมาถึงจุดหนึ่งจึงตระหนักด้วยตนเองว่า โลกและผู้คนไม่ได้มีเพียงแค่ด้านใดด้านหนึ่งแล้วตัดสินอย่างที่เคยคิด

- ถึงหน้าหนังจะดูขายความเป็นมวยปล้ำเพราะนักแสดงแต่ละคนไม่ว่าจะเป็น พระเอก , คู่หู แม้กระทั่งคู่ปรับ ที่ได้สวมบทต่างเป็นนักมวยปล้ำชื่อดังของญี่ปุ่น แต่เมื่อติดตามเรื่องราวตั้งแต่เปิดตัวมาเห็นช่วงกำลังจะทำการปิดเกมของทาคาชิขณะปีนขึ้นไปบน Turnbuckle เพื่อเตรียมตัวใช้ไม้ตายเผด็จศึกใส่คู่ต่อสู้ที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางเวที ก่อนในเวลาต่อมาจะกระโดดทิ้งตัวลงใส่และตามด้วยกรรมการที่ได้สไลด์ตัวเข้ามานับอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ทว่าหากมองลึกลงไปถึง เนื้อในของหนังกลับพบว่ามันมีความเป็น Drama ที่หยิบเรื่องใกล้ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกมาเป็นหัวใจสำคัญ ผ่านตัวละคร ทาคาชิ โอมูระ อดีตนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะชื่อดังที่ตอนนี้ได้ Turn Heel มาเป็นฝ่ายอธรรมพร้อมกับเปลี่ยนภาพลักษณ์และชื่อใหม่เป็นไอ้หน้ากากแมลงสาบ หรือ Cockroach Mask ผู้สร้างชื่อเสียจากพฤติกรรมเล่นตุกติก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สเปรย์กระป๋องเป็นอาวุธ หรือมีคู่หูคอยช่วยเหลืออยู่ข้างเวที จนกลายเป็นภาพจำที่ทำให้คนดูโห่ด้วยความเกลียด ซึ่งการเปลี่ยนลุคครั้งนี้ไม่เพียงพลิกภาพลักษณ์เดิมจากหน้ามือเป็นหลังมือแต่ยังต้องคอยพยายามปกปิดไม่ให้ใครรู้ โดยเฉพาะ โชตะ ลูกชายวัยไร้เดียงสาของเขา

- ตัวเรื่องไม่ได้โฟกัสอยู่แค่การแข่งขันบนสังเวียนในชีวิตของพ่อเท่านั้นแต่ยังมีเรื่องราวภายในครอบครัวคอยช่วย  Support ผ่านมุมมองของลูกชายที่เริ่มอยากรู้จักตัวตนของพ่อจากการพยายามซักถามเกี่ยวกับงานที่ทำเวลาเขาไม่อยู่จนพ่อรู้สึกอึกอักใจที่จะตอบ เพราะรู้ดีว่าหากบอกไปแล้วลูกจะรู้สึกอย่างไร ? คงเดาได้ไม่ยาก ด้วยวิธีการเล่าที่ค่อย ๆ ไหลไปข้างหน้าเรื่อยเปื่อยตามสไตล์หนังญี่ปุ่น ทำให้ผมค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกของตัวละครผ่านบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นซึ่งสาละวนอยู่ไม่กี่ที่ ขณะเดียวกัน การแข่งขันบนสังเวียนก็ช่วยเติมความสนุกและกระตุ้นต่อมบันเทิงให้ตื่นเต้นต่อการเห็นนักมวยปล้ำแต่ละคนใช้ท่าในการต่อสู้จนร้อง อ๋อ ตามด้วยความจำได้ อย่างไรก็ตาม พอสังเกตุไปเรื่อย ๆ เริ่มรู้สึกรำคาญกับความขี้สงสัยของลูกชายที่ค่อย ๆ จะกลายเป็นความเอาแต่ใจจากความอยากรู้บวกกับโดนแรงยุจากเพื่อนสาวในห้องที่คลั่งการดูมวยปล้ำเข้าเส้นเลือดราวกับต้องการให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองโดยไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนว่าการกระทำของตัวเองมันส่งผลกระทบต่ออาชีพที่พ่อทำอยู่อย่างไร ? แต่เมื่อมองอีกมุมดูแล้วความไม่ประสีประสาของเด็กก็มีเหตุผลรองรับจนทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยเสพติดการดูมวยปล้ำและเชื่อสนิทว่าทุกสิ่งที่เห็นบนสังเวียนนั้นเป็นเรื่องจริง

- ด้วยระยะเวลาหนังที่ให้มาถึง 1 ชั่วโมง 51 นาที ที่ดูเหมือนยาวนานแต่พอดูจริงกลับสามารถดื่มด่ำไปกับเส้นเรื่องง่าย ๆ ได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่านานหรือน่าเบื่อจนถึงขั้นวูบหลับ ระหว่างทางยังมีเสียงดนตรีประกอบคอยคลอเคล้าบรรยากาศและกระตุ้น Situations ต่าง ๆ ไม่ให้เงียบเหงาจนเกินไป แม้มีบางช่วงที่เรื่องราวผ่อนจังหวะลงแล้วหันไปโฟกัสชีวิตของพ่อที่กำลังเผชิญกับจุดพลิกผันหลังจากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้เพื่อนรู้พร้อมกับพยายามหาทางรับมือกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับลูกชาย ที่เริ่มค่อย ๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจในโลกใบนี้ทีละนิดโดยมีทั้งแม่และนักเขียนสาวที่เป็น FC วงการมวยปล้ำเข้าสู่กระแสเลือดอีกรายคอยชี้แนะพร้อมกับเส้นเรื่องที่ได้ขยายตัวขึ้นเมื่อคุณเธอคือหัวใจสำคัญอีกคนจนทำให้ผมรู้สึกว่าพ่อไม่ต้องแบกรับทั้งภาระและปัญหาจากในอดีตที่เรื้อรังมาถึงปัจจุบันไว้บนบ่าเพียงลำพังจนหลังเกือบหัก

- การพยายามกลับคืนสู่เส้นทางเดิมด้วยการท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลก Heavyweight จาก ดราก้อนจอร์จ นักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะเจ้าของเข็มขัดแชมป์ที่สาวก FC ต่างชื่นชอบและชาบูกันยกใหญ่ จึงเต็มไปด้วยแรงผลักดันจากกำลังใจของคนในครอบครัวที่ยิ่งใหญ่และอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเขาพยายามเรียนรู้และจัดการผ่านความขัดแย้งในใจไปพร้อมกัน คงด้วยเพราะเรื่องราวค่อย ๆ ดำเนินไปตามวิถีทางสายกลางนี่แหล่ะทำให้ทุกสิ่งที่นำเสนอจึงค่อย ๆ มาบรรจบกันเป็นครรลอง ถึงบทสรุปมีจุดพลิกผันจนผมอึ้งแต่ก็สามารถหาทางลงได้อย่างลงตัวและงดงาม จนผมรู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาตรงที่ให้มีความหมายลึกซึ้งและกินใจมากกว่าการมุ่งไปสู่ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือชัยชนะที่เข้ามาให้เราเชิดชูด้วยความดีใจก่อนที่มันจะผ่านพ้นไปเมื่อเราไม่ได้ยืนอยู่บนจุดนั้นแล้ว

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่