ครม.เงา เตือนรัฐบาลอย่าหลงคำชมเวที IMF-ธนาคารโลก จี้แผนจ้างงาน-ฟังเสียง ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938609
.
.
‘ครม.เงา’ เตือน ‘รัฐบาล’ อย่าหลงคำชมจัดประชุมธนาคารโลกสุดเริ่ด แต่เมินเสียงติง ไร้มาตรการจัดหางานคนไทยรับมือในอนาคต ซ้ำเล็งแก้สูตรเสกตัวเลขมหัศจรรย์ ดันจีดีพีสูง ผิดหวังสกัดภาคประชาชนมีส่วนร่วม
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงกรณีการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ว่า ตนขอชื่นชมรัฐบาล และหน่วยราชการที่จัดการประชุมได้อย่างเรียบร้อย แต่เรามี 2 เรื่องที่จะฝากไปถึงรัฐบาลคือ 1.เป็นที่น่าเสียดายที่มีการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศ ทั้งที่รัฐบาลประกาศขอเป็นสะพานเชื่อมโลกให้ประเทศต่างๆ ไว้ใจ มาลงทุนที่ประเทศไทย
.
แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้ประท้วง ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของธนาคารโลกและ IMF โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในประเทศไทยมายาวนาน ซึ่งจะเห็นว่าทาง IMF มีผู้ไปรับฟังกลุ่มผู้จำนวนประท้วงว่า มีข้อเรียกร้อง มีปัญหาอย่างไร แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ส่งคนไปรับฟังเลย ขณะเดียวกัน ในเวทีการประชุม ก็มีการจัดให้ภาคประชาสังคมนานาชาติ ได้มาพูดคุยและแสดงความไม่เห็นด้วย สะท้อนมุมมองต่างๆ แต่น่าเสียดายไม่มีเวทีเหล่านี้สำหรับประชาสังคมของประเทศไทย
.
2. วาระที่ IMF ให้ความสำคัญคือการจ้างงาน โดยประเมินว่า 10 ปีข้างหน้าจะมีคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน 1,200 ล้านคนทั่วโลก แต่จะมีคนได้งานเพียง 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น หรือ 1 ใน 3 ฉะนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า มีคนเสี่ยงตกงานถึง 2 ใน 3 ซึ่งรัฐบาลไทยก็ขึ้นเวทีประกาศร่วม แต่กลับไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไร จะสนับสนุนการจ้างงานคนรุ่นใหม่ หรือคนที่อยู่ในตลาดงาน แต่เสี่ยงตกงานอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเกี่ยวกับการลงทุน ตัวเลข GDP แต่ไม่ได้เตรียมความพร้อม เช่น การลงทุนจะนำไปสู่การจ้างงานในประเทศแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เรื่อง GDP เองรัฐบาลบอกว่าให้ความสำคัญ กลับเป็นการเตรียมแก้ปัญหาตัวเลข GDP ด้วยการแก้วิธีคำนวณ แล้วจะเกิดความมหัศจรรย์คือตัวเลข GDP จะสูงขึ้น รวมถึงแก้ตัวเลขย้อนหลังให้สูงขึ้นด้วย แต่กลับไม่ได้แก้ปัญหาที่ประชาชนกำลังจะตกงานเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้น ขอฝากเอาไว้ว่าเรื่องของการจ้างงานต้องกลับมามีนโยบายที่เป็นรูปธรรมของเราเอง
.
ด้าน นาง
เพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารพรรคประชาชน กล่าวว่า ต่อเนื่องมาที่วงสนทนา ของภาคประชาสังคม กับนางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุน IMF ยืนยันว่า IMF ยังให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาล แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ พลังจากภาคประชาชนที่จะต้องทำให้รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ สำหรับในเรื่องของคอร์รัปชั่น
.
นาง
เพียงพนอ กล่าวต่อว่า ทางนาง
คริสตาลินาได้บอกว่า ความโปร่งใสคือการที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างเดียวไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าอธิบดีกรมบัญชีกลาง จะรับปากว่าจะเปิดข้อมูล จัดซื้อจัดสร้างย้อนหลัง 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องที่สำคัญที่สุด จะต้องทำให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบต่อการตัดสินใจหรือต่อการละเลยการตัดสินใจ และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะตรงกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาและตรงกับหลักการขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD)
.
“
ก็คงจะเรียกร้องว่าเรื่องหลักการความรับผิดรับชอบ ต่อการกระทำต่อการตัดสินใจและการละเลย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อปัญหาคอร์รัปชัน” นาง
เพียงพนอ กล่าว
.
ขณะที่นาย
พิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารนโยบายการต่างประเทศ พรรคประชาชน กล่าวว่า รัฐบาลอย่าหลงประเด็น อย่าพอใจกับคำชื่นชมว่าไทยจัดการประชุมได้ยอดเยี่ยม เพราะ เรื่องนี้เป็นจุดเด่นของไทย และคนไทย ทุกยุคสมัย เพราะสิ่งสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่ได้เกิด ทั้งนี้ ตนเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศภายใต้รัฐบาลนี้ที่ไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีแผนที่ชัดเจน ที่สำคัญคือความสามารถยังไม่ปรากฏที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติที่อยากมาลงทุนแบบมีคุณภาพในประเทศไทย สำนักข่าว CNN ตั้งคำถามว่า เศรษฐกิจไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน แต่กลับตอบว่าเพราะได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง ทั้งที่จริงๆ ทุกประเทศที่เศรษฐกิจดีกว่าไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
.
นาย
พิศาล กล่าวต่อว่า การเมืองไทยเปลี่ยนบ่อย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็บอกว่า มีความเป็นปึกแผ่นปัจจุบันมีเสียงข้างมาก แต่เศรษฐกิจไทยและการต่างประเทศที่ตกต่ำมา 10 ปีก็มาจากสมัยรัฐบาลคสช.ที่มีเสียงข้างมากทั้งสิ้น ส่วนที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยมีแผนเข้าเป็นสมาชิก OECD แต่ข้อเท็จจริงที่ตนทราบจากเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องนี้ว่า กว่าประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกใช้เวลาอีกประมาณ 5-10 ปี ซึ่งระหว่างนี้หากอยากให้นานาประเทศเชื่อมั่นในธรรมาภิบาล การปราบปรามคอร์รัปชั่น ยังมีเรื่องท้าทายให้รัฐบาลตัดสินใจทุกวันไม่ต้องรอเข้าเป็นสมาชิก
.
ด้านนาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่หลายท่านสรุปคือรัฐบาลอย่ามัวฟังแต่คำชมในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทย ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่ให้ฟังคำเตือนจากพวกเขาด้วยว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทย นอกจากเป็นประเทศที่น่าเที่ยว แล้วควรเป็นประเทศที่น่ามาลงทุนทำธุรกิจด้วยเช่นกัน
.
.
ธีรัจชัย โวยทอดทิ้งมีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง บังคับให้เสียสละรับน้ำ แต่ไร้เหลียวแล วอนดูแลเป็นพิเศษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938859
.
‘ธีรัจชัย’ โอดถูกทอดทิ้งเป็นพิเศษ หลังพบหลายเขตยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ จี้ ‘รัฐบาล’ เยียวยาด่วน หลังชาวบ้าน ‘มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง’ เสียสละรับน้ำเป็นที่สุดท้าย วอนเพิ่มจุดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบังว่า ผ่านมาแล้ว 25 วัน ซึ่งรัฐบาลและกรุงเทพมหานครอาจเข้าใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คลองในเมืองกรุงเทพฯชั้นในพร่องน้ำลดลงไปกว่า 2 เมตรจนน้ำแห้งสนิทมากกว่า 10 วันแล้ว แต่ในพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ทั้ง 7 แขวง ซึ่งมีคลองไม่น้อยกว่า 82 คลอง เช่น คลองแสนแสบ คลองลำปลาทิว คลองหลวงแพ่ง เป็นต้น
.
นาย
ธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ประชาชนที่อยู่ใกล้คลองเหล่านี้เป็นบุคคลที่ตกสำรวจ หน่วยงานราชการไม่เข้าไป ทุกวันนี้น้ำยังท่วมขังอยู่ ไม่ได้แห้งเหมือนถนนที่เห็นตามข่าว พี่น้องประชาชนเหล่านี้เขาอาจเสียงไม่ดัง แต่เขายังต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล จึงอยากให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครอย่าเพิ่งปิดการช่วยเหลือ ยังอยากให้ช่วยเหลือเรื่องอาหาร ยาน้ำกัดเท้า ถุงยังชีพ จุลินทรีย์ที่ทำให้น้ำคลายความเน่าเหม็น รวมถึงสุขาเคลื่อนที่ บุคคลเหล่านี้เป็นหมื่นคนเหมือนกับไม่ได้รับการมองเห็น
.
นาย
ธีรัจชัยกล่าวอีกว่า ขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนสะท้อนตรงนี้ไปยัง กทม.ได้โปรดเข้ามาทำงานเชิงรุก นอกจากนี้ ชาวหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง เป็นผู้ถูกบังคับให้เสียสละรับน้ำแทนกรุงเทพฯเป็นที่สุดท้ายในการระบายน้ำ เป็นที่สุดท้ายที่ได้รับการเหลียวแล เราอยากได้รับสิทธิพิเศษในการดูแลได้หรือไม่
.
“
เราได้รับการทอดทิ้งอย่างเป็นพิเศษ แต่เราก็ต้องการดูแลอย่างเป็นพิเศษเหมือนกัน หวังว่าทางกรุงเทพมหานครและรัฐบาลน่าจะเข้ามาดูแลส่วนนี้” นาย
ธีรัจชัยกล่าว
.
ขณะที่นาย
ชุมพล หลักคำ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ลาดกระบังบอบช้ำมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ มาจนถึงการฟื้นฟูขยะ แต่รอบนี้สาหัสยิ่งกว่านั้น คือการต่อแถวเยียวยา การกระจุกตัวลงทะเบียน ซึ่งพื้นที่เขตลาดกระบังเปิดให้ลงทะเบียน 2 จุด คือสำนักงานเขตลาดกระบัง และโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง เปิดให้รับบัตรคิวแค่ 600 คนต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะเขตลาดกระบังมีทั้งหมด 6 แขวง และมีน้ำท่วมกว่า 100,000 ครัวเรือน จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาเพิ่มจุดลงทะเบียน แขวงละ 1 จุด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน
.
“
ลาดกระบังบอบช้ำจากน้ำท่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่าให้สาหัสอีกครั้งหนึ่งเลย ช่วยเข้ามาดูแลจัดการระบบให้ดี ให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว” นายชุมพลกล่าว
.
.
เดชรัต จี้รบ.เร่งแก้วิกฤตน้ำท่วม ถาม ‘เจเศรษฐ์-มท.’ มีความพร้อมจริงหรือ? ลั่นต้องเยียวยาปชช.ให้ดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938631
.
‘เดชรัต’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้วิกฤตน้ำท่วมหลังหลายพื้นที่ยังจมน้ำนานเสี่ยงท่วมเกิน 1 เดือน ถาม ‘เจเศรษฐ์-มท.’ มีความพร้อมจริงหรือไม่ หลัง บอกพร้อมส่งเอกสารหลักฐานศูนย์พักพิง-แผนการระบายน้ำได้ทันที แต่ผ่านมา 10 วันยังไร้คำตอบ ลั่น บริหารจัดการน้ำไม่ดีแล้ว ต้องเยียวยาประชาชนให้ดีด้วย
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน ว่า แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะลดระดับความรุนแรงลงมาแล้ว แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่เผชิญวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก และจ.ปทุมธานี ซึ่งพื้นที่เหล่านี้น้ำยังท่วมต่อเนื่อง และมีโอกาสที่น้ำจะท่วมเกิน 1 เดือน การที่ประชาชนเดือดร้อนยาวนานก็อยากจะได้ความช่วยเหลือทั้งการดำรงชีวิต การแพทย์ รวมถึงความชัดเจนจากการปนเปื้อนของสารเคมีใน จ.ปราจีนบุรีและ จ.ฉะเชิงเทรา
.
นาย
เดชรัต กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ซึ่งนาย
เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้ามาตอบกระทู้และบอกว่าจะนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับศูนย์พักพิงที่มีความปลอดภัยและเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม รวมถึงแผนการระบายน้ำให้ผู้ตั้งกระทู้ถาม
.
“
แต่ผ่านไป 10 วัน ก็ยังไม่ได้รับข้อมูล จึงทำให้เกิดเป็นคำถามว่าตกลงแล้วกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลที่บอกว่าสามารถส่งให้ได้ทันทีทำไม 10 วันแล้วยังไม่สามารถส่งให้ได้ แผนการระบายน้ำที่ประชาชนในพื้นที่รอทราบอยู่ รอฟังอยู่ ทำไมจึงไม่สามารถที่จะตอบกลับพี่น้องประชาชนได้” นาย
เดชรัต กล่าว
JJNY : ครม.เงาเตือนอย่าหลงคำชม│ธีรัจชัยโวยทอดทิ้งมีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง│เดชรัตลั่นต้องเยียวยาปชช.│ศุภณัฐอัด‘ทางรัฐ’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938609
.
.
‘ครม.เงา’ เตือน ‘รัฐบาล’ อย่าหลงคำชมจัดประชุมธนาคารโลกสุดเริ่ด แต่เมินเสียงติง ไร้มาตรการจัดหางานคนไทยรับมือในอนาคต ซ้ำเล็งแก้สูตรเสกตัวเลขมหัศจรรย์ ดันจีดีพีสูง ผิดหวังสกัดภาคประชาชนมีส่วนร่วม
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงกรณีการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ว่า ตนขอชื่นชมรัฐบาล และหน่วยราชการที่จัดการประชุมได้อย่างเรียบร้อย แต่เรามี 2 เรื่องที่จะฝากไปถึงรัฐบาลคือ 1.เป็นที่น่าเสียดายที่มีการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศ ทั้งที่รัฐบาลประกาศขอเป็นสะพานเชื่อมโลกให้ประเทศต่างๆ ไว้ใจ มาลงทุนที่ประเทศไทย
.
แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้ประท้วง ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของธนาคารโลกและ IMF โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในประเทศไทยมายาวนาน ซึ่งจะเห็นว่าทาง IMF มีผู้ไปรับฟังกลุ่มผู้จำนวนประท้วงว่า มีข้อเรียกร้อง มีปัญหาอย่างไร แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ส่งคนไปรับฟังเลย ขณะเดียวกัน ในเวทีการประชุม ก็มีการจัดให้ภาคประชาสังคมนานาชาติ ได้มาพูดคุยและแสดงความไม่เห็นด้วย สะท้อนมุมมองต่างๆ แต่น่าเสียดายไม่มีเวทีเหล่านี้สำหรับประชาสังคมของประเทศไทย
.
2. วาระที่ IMF ให้ความสำคัญคือการจ้างงาน โดยประเมินว่า 10 ปีข้างหน้าจะมีคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน 1,200 ล้านคนทั่วโลก แต่จะมีคนได้งานเพียง 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น หรือ 1 ใน 3 ฉะนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า มีคนเสี่ยงตกงานถึง 2 ใน 3 ซึ่งรัฐบาลไทยก็ขึ้นเวทีประกาศร่วม แต่กลับไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไร จะสนับสนุนการจ้างงานคนรุ่นใหม่ หรือคนที่อยู่ในตลาดงาน แต่เสี่ยงตกงานอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเกี่ยวกับการลงทุน ตัวเลข GDP แต่ไม่ได้เตรียมความพร้อม เช่น การลงทุนจะนำไปสู่การจ้างงานในประเทศแค่ไหน อย่างไรก็ตาม เรื่อง GDP เองรัฐบาลบอกว่าให้ความสำคัญ กลับเป็นการเตรียมแก้ปัญหาตัวเลข GDP ด้วยการแก้วิธีคำนวณ แล้วจะเกิดความมหัศจรรย์คือตัวเลข GDP จะสูงขึ้น รวมถึงแก้ตัวเลขย้อนหลังให้สูงขึ้นด้วย แต่กลับไม่ได้แก้ปัญหาที่ประชาชนกำลังจะตกงานเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้น ขอฝากเอาไว้ว่าเรื่องของการจ้างงานต้องกลับมามีนโยบายที่เป็นรูปธรรมของเราเอง
.
ด้าน นางเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารพรรคประชาชน กล่าวว่า ต่อเนื่องมาที่วงสนทนา ของภาคประชาสังคม กับนางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุน IMF ยืนยันว่า IMF ยังให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาล แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ พลังจากภาคประชาชนที่จะต้องทำให้รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ สำหรับในเรื่องของคอร์รัปชั่น
.
นางเพียงพนอ กล่าวต่อว่า ทางนางคริสตาลินาได้บอกว่า ความโปร่งใสคือการที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างเดียวไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าอธิบดีกรมบัญชีกลาง จะรับปากว่าจะเปิดข้อมูล จัดซื้อจัดสร้างย้อนหลัง 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องที่สำคัญที่สุด จะต้องทำให้ผู้มีอำนาจรับผิดชอบต่อการตัดสินใจหรือต่อการละเลยการตัดสินใจ และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะตรงกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาและตรงกับหลักการขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD)
.
“ก็คงจะเรียกร้องว่าเรื่องหลักการความรับผิดรับชอบ ต่อการกระทำต่อการตัดสินใจและการละเลย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อปัญหาคอร์รัปชัน” นางเพียงพนอ กล่าว
.
ขณะที่นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารนโยบายการต่างประเทศ พรรคประชาชน กล่าวว่า รัฐบาลอย่าหลงประเด็น อย่าพอใจกับคำชื่นชมว่าไทยจัดการประชุมได้ยอดเยี่ยม เพราะ เรื่องนี้เป็นจุดเด่นของไทย และคนไทย ทุกยุคสมัย เพราะสิ่งสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่ได้เกิด ทั้งนี้ ตนเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศภายใต้รัฐบาลนี้ที่ไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีแผนที่ชัดเจน ที่สำคัญคือความสามารถยังไม่ปรากฏที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติที่อยากมาลงทุนแบบมีคุณภาพในประเทศไทย สำนักข่าว CNN ตั้งคำถามว่า เศรษฐกิจไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน แต่กลับตอบว่าเพราะได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง ทั้งที่จริงๆ ทุกประเทศที่เศรษฐกิจดีกว่าไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
.
นายพิศาล กล่าวต่อว่า การเมืองไทยเปลี่ยนบ่อย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็บอกว่า มีความเป็นปึกแผ่นปัจจุบันมีเสียงข้างมาก แต่เศรษฐกิจไทยและการต่างประเทศที่ตกต่ำมา 10 ปีก็มาจากสมัยรัฐบาลคสช.ที่มีเสียงข้างมากทั้งสิ้น ส่วนที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยมีแผนเข้าเป็นสมาชิก OECD แต่ข้อเท็จจริงที่ตนทราบจากเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องนี้ว่า กว่าประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกใช้เวลาอีกประมาณ 5-10 ปี ซึ่งระหว่างนี้หากอยากให้นานาประเทศเชื่อมั่นในธรรมาภิบาล การปราบปรามคอร์รัปชั่น ยังมีเรื่องท้าทายให้รัฐบาลตัดสินใจทุกวันไม่ต้องรอเข้าเป็นสมาชิก
.
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่หลายท่านสรุปคือรัฐบาลอย่ามัวฟังแต่คำชมในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทย ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่ให้ฟังคำเตือนจากพวกเขาด้วยว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทย นอกจากเป็นประเทศที่น่าเที่ยว แล้วควรเป็นประเทศที่น่ามาลงทุนทำธุรกิจด้วยเช่นกัน
.
.
ธีรัจชัย โวยทอดทิ้งมีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง บังคับให้เสียสละรับน้ำ แต่ไร้เหลียวแล วอนดูแลเป็นพิเศษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938859
.
‘ธีรัจชัย’ โอดถูกทอดทิ้งเป็นพิเศษ หลังพบหลายเขตยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ จี้ ‘รัฐบาล’ เยียวยาด่วน หลังชาวบ้าน ‘มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง’ เสียสละรับน้ำเป็นที่สุดท้าย วอนเพิ่มจุดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบังว่า ผ่านมาแล้ว 25 วัน ซึ่งรัฐบาลและกรุงเทพมหานครอาจเข้าใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คลองในเมืองกรุงเทพฯชั้นในพร่องน้ำลดลงไปกว่า 2 เมตรจนน้ำแห้งสนิทมากกว่า 10 วันแล้ว แต่ในพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ทั้ง 7 แขวง ซึ่งมีคลองไม่น้อยกว่า 82 คลอง เช่น คลองแสนแสบ คลองลำปลาทิว คลองหลวงแพ่ง เป็นต้น
.
นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ประชาชนที่อยู่ใกล้คลองเหล่านี้เป็นบุคคลที่ตกสำรวจ หน่วยงานราชการไม่เข้าไป ทุกวันนี้น้ำยังท่วมขังอยู่ ไม่ได้แห้งเหมือนถนนที่เห็นตามข่าว พี่น้องประชาชนเหล่านี้เขาอาจเสียงไม่ดัง แต่เขายังต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล จึงอยากให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครอย่าเพิ่งปิดการช่วยเหลือ ยังอยากให้ช่วยเหลือเรื่องอาหาร ยาน้ำกัดเท้า ถุงยังชีพ จุลินทรีย์ที่ทำให้น้ำคลายความเน่าเหม็น รวมถึงสุขาเคลื่อนที่ บุคคลเหล่านี้เป็นหมื่นคนเหมือนกับไม่ได้รับการมองเห็น
.
นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า ขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนสะท้อนตรงนี้ไปยัง กทม.ได้โปรดเข้ามาทำงานเชิงรุก นอกจากนี้ ชาวหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง เป็นผู้ถูกบังคับให้เสียสละรับน้ำแทนกรุงเทพฯเป็นที่สุดท้ายในการระบายน้ำ เป็นที่สุดท้ายที่ได้รับการเหลียวแล เราอยากได้รับสิทธิพิเศษในการดูแลได้หรือไม่
.
“เราได้รับการทอดทิ้งอย่างเป็นพิเศษ แต่เราก็ต้องการดูแลอย่างเป็นพิเศษเหมือนกัน หวังว่าทางกรุงเทพมหานครและรัฐบาลน่าจะเข้ามาดูแลส่วนนี้” นายธีรัจชัยกล่าว
.
ขณะที่นายชุมพล หลักคำ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ลาดกระบังบอบช้ำมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ มาจนถึงการฟื้นฟูขยะ แต่รอบนี้สาหัสยิ่งกว่านั้น คือการต่อแถวเยียวยา การกระจุกตัวลงทะเบียน ซึ่งพื้นที่เขตลาดกระบังเปิดให้ลงทะเบียน 2 จุด คือสำนักงานเขตลาดกระบัง และโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง เปิดให้รับบัตรคิวแค่ 600 คนต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะเขตลาดกระบังมีทั้งหมด 6 แขวง และมีน้ำท่วมกว่า 100,000 ครัวเรือน จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาเพิ่มจุดลงทะเบียน แขวงละ 1 จุด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน
.
“ลาดกระบังบอบช้ำจากน้ำท่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่าให้สาหัสอีกครั้งหนึ่งเลย ช่วยเข้ามาดูแลจัดการระบบให้ดี ให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว” นายชุมพลกล่าว
.
.
เดชรัต จี้รบ.เร่งแก้วิกฤตน้ำท่วม ถาม ‘เจเศรษฐ์-มท.’ มีความพร้อมจริงหรือ? ลั่นต้องเยียวยาปชช.ให้ดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5938631
.
‘เดชรัต’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้วิกฤตน้ำท่วมหลังหลายพื้นที่ยังจมน้ำนานเสี่ยงท่วมเกิน 1 เดือน ถาม ‘เจเศรษฐ์-มท.’ มีความพร้อมจริงหรือไม่ หลัง บอกพร้อมส่งเอกสารหลักฐานศูนย์พักพิง-แผนการระบายน้ำได้ทันที แต่ผ่านมา 10 วันยังไร้คำตอบ ลั่น บริหารจัดการน้ำไม่ดีแล้ว ต้องเยียวยาประชาชนให้ดีด้วย
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต และประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบัน ว่า แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะลดระดับความรุนแรงลงมาแล้ว แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่เผชิญวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก และจ.ปทุมธานี ซึ่งพื้นที่เหล่านี้น้ำยังท่วมต่อเนื่อง และมีโอกาสที่น้ำจะท่วมเกิน 1 เดือน การที่ประชาชนเดือดร้อนยาวนานก็อยากจะได้ความช่วยเหลือทั้งการดำรงชีวิต การแพทย์ รวมถึงความชัดเจนจากการปนเปื้อนของสารเคมีใน จ.ปราจีนบุรีและ จ.ฉะเชิงเทรา
.
นายเดชรัต กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ซึ่งนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้ามาตอบกระทู้และบอกว่าจะนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับศูนย์พักพิงที่มีความปลอดภัยและเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม รวมถึงแผนการระบายน้ำให้ผู้ตั้งกระทู้ถาม
.
“แต่ผ่านไป 10 วัน ก็ยังไม่ได้รับข้อมูล จึงทำให้เกิดเป็นคำถามว่าตกลงแล้วกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลที่บอกว่าสามารถส่งให้ได้ทันทีทำไม 10 วันแล้วยังไม่สามารถส่งให้ได้ แผนการระบายน้ำที่ประชาชนในพื้นที่รอทราบอยู่ รอฟังอยู่ ทำไมจึงไม่สามารถที่จะตอบกลับพี่น้องประชาชนได้” นายเดชรัต กล่าว