กำลังเริ่มเป็นนักเขียนบทความ จากประสบการณ์การลงทุนจริง ช่วยติชมให้กำลังใจทีครับ ❤️
จะมีใครไหมที่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วไม่รู้จักบริษัทไมโครซอร์ฟ ที่เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Windows โปรแกรม Microsoft Word ,Microsoft Excel และอีกสารพัดโปรแกรม ที่พนักงานออฟฟิศ ไปจนถึงนักเรียนต้องมี ผู้ก่อตั้งคือ คุณ บิล เกตส์ (Bill Gates) เคยเป็นชายผู้รวยที่สุดในโลกอยู่หลายปี ขนาดเคยมีคำพูดไวรัลว่า รวยเหมือน บิล เกตส์
หากย้อนไปดูข้อมูลเก่า ๆ เกี่ยวกับ Marketcap ของบริษัทระดับโลก จะเห็นว่าบริษัทไมโครซอพเคยเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงอยู่หนึ่ง คือหลายปีทีเดียว ซึ่งผมในตอนที่ยังไม่ได้ลงทุนหุ้นอเมริกาก็ยังรู้ ทั้งที่ผมไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงที่ลงทุน ไมโครซอพยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
ผมรู้จักไมโครซอฟผ่านการใช้คอมพิวเตอร์มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน สมัยนั้นโปรแกรมไมโครซอฟต่าง ๆ จะผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบลงโปรแกรมเฉพาะเครื่องเลย จึงใช้ง่ายมาก บางทีพอเครื่องมีปัญหา เช่นติดไวรัส ต้องไปลงระบบใหม่ ก็เรียกกันว่าลงวินโดว แต่พอมายุคนี้ โปรแกมไมโครซอฟจะเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตในระบบครวาน์ ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือรายปี แต่ใช้แบบฟรีก็มี แต่ค่อนข้างใช้ยากกว่ามาก ด้วยความที่ต้องผูกกับอินเตอร์เน็ต ก็มีความไม่สะดวกบางอย่างผูกติดมาด้วย (แต่ผมชอบระบบคราวน์ตรงที่ไม่ต้องเซฟ ไฟดับก็ไม่กลัว)
ผมเริ่มซื้อหุ้น MSFT ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2023 ราคา 334.31 ดอลลาห์ เป็นเงิน 2000 บาท จากนั้นก็ทยอยซื้อเรื่อย ๆ ทุกอาทิตย์ ในช่วงราคา 324 USD ถึง 360 USD เพราะหุ้นนี้ไซด์เวย์อยู่นานหลายเดือนมาก ราคาลงไปถึง 313 USD ก็มี เคยถือหุ้น MSFT มากถึง 4,997 ดอลลาห์ จำนวน 15 หุ้น
น่าเสียดายที่เวลาหุ้นลงต่ำ ๆ ผมดันกลัว บางทีลงไปถึง 313 ดอลลาห์ ผมซื้อแค่ 20 ดอลลาห์ เพราะกลัวมันจะย่อต่ำลงไปกว่านี้ ผิดจากคำแนะนำของโคชหุ้น ที่มักบอกให้แบ่งไม้ซื้อ ซื้อน้อย ๆ เวลาหุ้นร่วงแต่ยังอยู่แนวรับบน ๆ และซื้อเยอะขึ้นเวลาหุ้นตกลงมาในแนวรับถัดไป
ในช่วงปลายปี 2023 นี้ก็มีรินขายปรับพอร์ตบ้าง เพื่อลดความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้กำไรซักเท่าไหร่ ผมเป็นคนนิสัยเสีย ถือหุ้นไม่ได้นาน พอราคาขึ้นซัก 5% ก็อดขาดทำกำไรไม่ได้ นิสัยแบบนี้ก็ต้องขายหมูเป็นประจำอยู่แล้ว

จากตารางที่แนบมา จะเห็นว่าผมขายหุ้นในช่องแดง แต่พอหุ้นขึ้นสวนก็ต้องกลับไปซื้อในราคาที่สูงกว่าเดิม
หุ้น MSFT ไซด์เวย์อยู่นานหลายเดือน พอเดือนธันวาคม ราคาหุ้นก็เริ่มขยับจากแนว 330-340 และเดือนมกราคม 2024 หุ้นถึงได้ทำ New High ราคาพุ่งขึ้นไปเกิน 400 ดอลลาห์ เพราะประกาศงบไตรมาส แล้วผลงาน กำไรออกมาดี ราคาขึ้นไปสูงถึง 430 ดอลลาห์ เป็นอีกครั้งที่ผมได้ประจักษ์ว่าหุ้นใหญ่ สามารถราคาขึ้นไปกว่า 100 ดอลลาห์ได้ภายใน 2 เดือน แล้วหุ้นก็ไซด์เวย์อยู่ช่วงนี้อีกยาว ๆ เลย เคยขึ้นไปสูงถึง 460 ดอลลาห์ ในกลางปีแต่ทะลุแนวต้านนี้ขึ้นไปไม่ได้ ก่อนย่อลงไปต่ำถึง 390 ดอลลาห์ พอลงแล้วก็ขึ้นใหม่ไปที่ราคา 430-440 ดอลลาห์อีกครั้ง เป็นแบบนี้ตลอดปี 2024 พอมีข่าวดีก็ขึ้น พอมีข่าวร้ายก็ลง ส่วนใหญ่เป็นข่าวเศรษฐกิจระดับมหาภาค ส่วนธุรกิจไมโครซอพไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย แม้ไม่ได้ขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้ตกมาก ถือเป็นหุ้นที่มั่นคงมาก ๆ อย่างที่นักลงทุนหลายคนให้สมญานามว่า หุ้นเทคโนโลยีสายแทงค์
หุ้นสายแทงค์ตามความนิยามของผมคือ หุ้นใหญ่ Market Cap สูง ชื่อเสียงดี อยู่มานาน ธุรกิจอยู่ตัว ขายของสำคัญกับโลกมาเนิ่นนาน ราคาค่อนข้างขึ้นยาก ใช้เวลาไซด์เวย์นานหลายเดือน ราคามักขึ้นไปตามรอบเวลาประกาศไตรมาสแล้วผลงานออกมาดี ทั้งยอดขายและกำไร แต่เวลาลงก็ลงยากเช่นกัน ข่าวร้ายแค่ไหนก็ลงไม่ได้เยอะ เพราะมีแต่นักลงทุนรอช้อนตามแนวรับ ซึ่ง MSFT มันตรงกับความหุ้นสายแทงค์ทุกข้อ
แม้จะเป็นหุ้นสายมั่นคง แต่ก็ใช่ว่าไมโครซอพจะไม่ลงทุนหนัก โดยบริษัทได้ลงทุนกับกิจการ Chat GPT มหาศาล จนมีข่าวว่าลงทุนเยอะจนเงินขาดมือ แต่ในช่วงที่ Chat GPT เป็นกระแส หันไปร่วมงานกับใครก็รุ่ง ก็ช่วยดึงราคาหุ้น MSFT ขึ้นตามไปด้วย ตอนแรกผมนึกว่า Chat GPT เป็นกิจการย่อยหนึ่งของไมโครซอพ ก่อนจะรู้ว่าไม่ใช่ ถึงจะลงทุนให้เยอะมาก แต่ไม่ใช่เจ้าของ เป็นแค่พาร์ทเนอร์ ทำให้ผมค่อนข้างเสียดาย อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุลึก ๆ ที่ขายหุ้น MSFT ในเวลาต่อมา
ผมทยอยขายหุ้น MSFT ออกไปเยอะมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย (ตุลาคม-ธันวาคม) 2024 สาเหตุที่ขายคือ ลดความเสี่ยงในช่วงเลือกตั้งประธานาทิบดีสหรัฐ ฯ ขอเก็บเงินสดไปรอความชัดเจนดีกว่า หลังเลือกตั้ง ราคาหุ้น MSFT ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปไหน ยังไซด์เวย์เหมือนเดิม ผมเลยกลับมาทยอยช้อนหุ้นอีกครั้ง ในราคา 430 – 390 ดอลลาห์
เดือนเมษายน 2025 เกิดสงครามการค้า นาย โดนัล ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก แม้แต่หุ้นแทงค์อย่าง MSFT ก็ยังราคาตก ลงคาลดลงไปเกือบถึง 350 ดอลลาห์ ที่น่าจะเป็นแนวรับทางจิตวิทยา
จริง ๆ ผมควรช้อนซื้อให้หนัก ตามคำสอบของปู่ วอเร็น บัฟเฟตต์ว่า ให้ซื้อหุ้นดี เมื่อมันมีเหตุให้ลดราคา โดยที่โครงสร้างธุรกิจเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ผมดันใจฝ่อไปเสียก่อน พอราคามันดีดกลับขึ้นมาในเดือนพฤษภาคมก็เลยขายหุ้นไปแทบหมด
รีวิวขายหมูหุ้นอเมริกา 🐷👩🌾🛒 EP3 : MSFT หุ้นมั่นคงที่สุดในโลกที่ผมขายทิ้งเพราะเข้าใจมันผิด 💔
จะมีใครไหมที่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วไม่รู้จักบริษัทไมโครซอร์ฟ ที่เป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Windows โปรแกรม Microsoft Word ,Microsoft Excel และอีกสารพัดโปรแกรม ที่พนักงานออฟฟิศ ไปจนถึงนักเรียนต้องมี ผู้ก่อตั้งคือ คุณ บิล เกตส์ (Bill Gates) เคยเป็นชายผู้รวยที่สุดในโลกอยู่หลายปี ขนาดเคยมีคำพูดไวรัลว่า รวยเหมือน บิล เกตส์
หากย้อนไปดูข้อมูลเก่า ๆ เกี่ยวกับ Marketcap ของบริษัทระดับโลก จะเห็นว่าบริษัทไมโครซอพเคยเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงอยู่หนึ่ง คือหลายปีทีเดียว ซึ่งผมในตอนที่ยังไม่ได้ลงทุนหุ้นอเมริกาก็ยังรู้ ทั้งที่ผมไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงที่ลงทุน ไมโครซอพยิ่งใหญ่ขนาดนั้น
ผมรู้จักไมโครซอฟผ่านการใช้คอมพิวเตอร์มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน สมัยนั้นโปรแกรมไมโครซอฟต่าง ๆ จะผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบลงโปรแกรมเฉพาะเครื่องเลย จึงใช้ง่ายมาก บางทีพอเครื่องมีปัญหา เช่นติดไวรัส ต้องไปลงระบบใหม่ ก็เรียกกันว่าลงวินโดว แต่พอมายุคนี้ โปรแกมไมโครซอฟจะเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตในระบบครวาน์ ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือรายปี แต่ใช้แบบฟรีก็มี แต่ค่อนข้างใช้ยากกว่ามาก ด้วยความที่ต้องผูกกับอินเตอร์เน็ต ก็มีความไม่สะดวกบางอย่างผูกติดมาด้วย (แต่ผมชอบระบบคราวน์ตรงที่ไม่ต้องเซฟ ไฟดับก็ไม่กลัว)
ผมเริ่มซื้อหุ้น MSFT ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2023 ราคา 334.31 ดอลลาห์ เป็นเงิน 2000 บาท จากนั้นก็ทยอยซื้อเรื่อย ๆ ทุกอาทิตย์ ในช่วงราคา 324 USD ถึง 360 USD เพราะหุ้นนี้ไซด์เวย์อยู่นานหลายเดือนมาก ราคาลงไปถึง 313 USD ก็มี เคยถือหุ้น MSFT มากถึง 4,997 ดอลลาห์ จำนวน 15 หุ้น
น่าเสียดายที่เวลาหุ้นลงต่ำ ๆ ผมดันกลัว บางทีลงไปถึง 313 ดอลลาห์ ผมซื้อแค่ 20 ดอลลาห์ เพราะกลัวมันจะย่อต่ำลงไปกว่านี้ ผิดจากคำแนะนำของโคชหุ้น ที่มักบอกให้แบ่งไม้ซื้อ ซื้อน้อย ๆ เวลาหุ้นร่วงแต่ยังอยู่แนวรับบน ๆ และซื้อเยอะขึ้นเวลาหุ้นตกลงมาในแนวรับถัดไป
ในช่วงปลายปี 2023 นี้ก็มีรินขายปรับพอร์ตบ้าง เพื่อลดความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้กำไรซักเท่าไหร่ ผมเป็นคนนิสัยเสีย ถือหุ้นไม่ได้นาน พอราคาขึ้นซัก 5% ก็อดขาดทำกำไรไม่ได้ นิสัยแบบนี้ก็ต้องขายหมูเป็นประจำอยู่แล้ว
จากตารางที่แนบมา จะเห็นว่าผมขายหุ้นในช่องแดง แต่พอหุ้นขึ้นสวนก็ต้องกลับไปซื้อในราคาที่สูงกว่าเดิม
หุ้น MSFT ไซด์เวย์อยู่นานหลายเดือน พอเดือนธันวาคม ราคาหุ้นก็เริ่มขยับจากแนว 330-340 และเดือนมกราคม 2024 หุ้นถึงได้ทำ New High ราคาพุ่งขึ้นไปเกิน 400 ดอลลาห์ เพราะประกาศงบไตรมาส แล้วผลงาน กำไรออกมาดี ราคาขึ้นไปสูงถึง 430 ดอลลาห์ เป็นอีกครั้งที่ผมได้ประจักษ์ว่าหุ้นใหญ่ สามารถราคาขึ้นไปกว่า 100 ดอลลาห์ได้ภายใน 2 เดือน แล้วหุ้นก็ไซด์เวย์อยู่ช่วงนี้อีกยาว ๆ เลย เคยขึ้นไปสูงถึง 460 ดอลลาห์ ในกลางปีแต่ทะลุแนวต้านนี้ขึ้นไปไม่ได้ ก่อนย่อลงไปต่ำถึง 390 ดอลลาห์ พอลงแล้วก็ขึ้นใหม่ไปที่ราคา 430-440 ดอลลาห์อีกครั้ง เป็นแบบนี้ตลอดปี 2024 พอมีข่าวดีก็ขึ้น พอมีข่าวร้ายก็ลง ส่วนใหญ่เป็นข่าวเศรษฐกิจระดับมหาภาค ส่วนธุรกิจไมโครซอพไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย แม้ไม่ได้ขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้ตกมาก ถือเป็นหุ้นที่มั่นคงมาก ๆ อย่างที่นักลงทุนหลายคนให้สมญานามว่า หุ้นเทคโนโลยีสายแทงค์
หุ้นสายแทงค์ตามความนิยามของผมคือ หุ้นใหญ่ Market Cap สูง ชื่อเสียงดี อยู่มานาน ธุรกิจอยู่ตัว ขายของสำคัญกับโลกมาเนิ่นนาน ราคาค่อนข้างขึ้นยาก ใช้เวลาไซด์เวย์นานหลายเดือน ราคามักขึ้นไปตามรอบเวลาประกาศไตรมาสแล้วผลงานออกมาดี ทั้งยอดขายและกำไร แต่เวลาลงก็ลงยากเช่นกัน ข่าวร้ายแค่ไหนก็ลงไม่ได้เยอะ เพราะมีแต่นักลงทุนรอช้อนตามแนวรับ ซึ่ง MSFT มันตรงกับความหุ้นสายแทงค์ทุกข้อ
แม้จะเป็นหุ้นสายมั่นคง แต่ก็ใช่ว่าไมโครซอพจะไม่ลงทุนหนัก โดยบริษัทได้ลงทุนกับกิจการ Chat GPT มหาศาล จนมีข่าวว่าลงทุนเยอะจนเงินขาดมือ แต่ในช่วงที่ Chat GPT เป็นกระแส หันไปร่วมงานกับใครก็รุ่ง ก็ช่วยดึงราคาหุ้น MSFT ขึ้นตามไปด้วย ตอนแรกผมนึกว่า Chat GPT เป็นกิจการย่อยหนึ่งของไมโครซอพ ก่อนจะรู้ว่าไม่ใช่ ถึงจะลงทุนให้เยอะมาก แต่ไม่ใช่เจ้าของ เป็นแค่พาร์ทเนอร์ ทำให้ผมค่อนข้างเสียดาย อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุลึก ๆ ที่ขายหุ้น MSFT ในเวลาต่อมา
ผมทยอยขายหุ้น MSFT ออกไปเยอะมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย (ตุลาคม-ธันวาคม) 2024 สาเหตุที่ขายคือ ลดความเสี่ยงในช่วงเลือกตั้งประธานาทิบดีสหรัฐ ฯ ขอเก็บเงินสดไปรอความชัดเจนดีกว่า หลังเลือกตั้ง ราคาหุ้น MSFT ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปไหน ยังไซด์เวย์เหมือนเดิม ผมเลยกลับมาทยอยช้อนหุ้นอีกครั้ง ในราคา 430 – 390 ดอลลาห์
เดือนเมษายน 2025 เกิดสงครามการค้า นาย โดนัล ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก แม้แต่หุ้นแทงค์อย่าง MSFT ก็ยังราคาตก ลงคาลดลงไปเกือบถึง 350 ดอลลาห์ ที่น่าจะเป็นแนวรับทางจิตวิทยา
จริง ๆ ผมควรช้อนซื้อให้หนัก ตามคำสอบของปู่ วอเร็น บัฟเฟตต์ว่า ให้ซื้อหุ้นดี เมื่อมันมีเหตุให้ลดราคา โดยที่โครงสร้างธุรกิจเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ผมดันใจฝ่อไปเสียก่อน พอราคามันดีดกลับขึ้นมาในเดือนพฤษภาคมก็เลยขายหุ้นไปแทบหมด