JJNY : โพลเผยผู้ประกันตนเชื่อฝีมือชุดใหม่│คนกินหมูร้องจ๊าก หน้าฟาร์มขึ้นกก.ละ 4บ.│ส.ว.บัสจ่อยื่นออกข้อเสนอ│ฮือค้านโรงขยะ

สวนดุสิตโพล เผยผู้ประกันตนหวังบอร์ดสปส. แก้สิทธิรักษาพยาบาล-เงินบำนาญ เชื่อฝีมือชุดใหม่โปร่งใส บริหารกองทุนมั่นคง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5937748
.
.
สวนดุสิตโพล เผยผู้ประกันตนหวังบอร์ดประกันสังคม แก้สิทธิรักษาพยาบาล-เงินบำนาญ เชื่อมือชุดใหม่ทำงานโปร่งใส-บริหารกองทุนให้มั่นคง
.
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังต่อบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 814 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคม 2569 ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่าผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในการบริหารประกันสังคม ร้อยละ 79.12 เรื่องที่อยากให้ประกันสังคมปรับปรุงมากที่สุด คือ การรักษาพยาบาลและสิทธิกรณีเจ็บป่วย ร้อยละ 81.20 รองลงมาคือ เงินบำเหน็จ/บำนาญชราภาพ ร้อยละ 77.89 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างคาดหวังให้ตัวแทนผู้ประกันตนทำให้การดำเนินงานโปร่งใสและตรวจสอบได้ ร้อยละ 81.57 และมองว่าการดำเนินงานของประกันสังคมหลังได้บอร์ดชุดใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ร้อยละ 72.97
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากกระแสประกันสังคมที่จุดติดมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ได้รับการตอบรับมากกว่าที่ผ่านมา ผลโพลสะท้อนว่าผู้ประกันตนคาดหวังการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความโปร่งใส การบริหารกองทุน และการปรับสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง หลังจากนี้บอร์ดชุดใหม่จะทำได้ตามความคาดหวังมากน้อยเพียงใด ประชาชนก็คงยังติดตามและเฝ้าดูการทำงานอย่างใกล้ชิด
.
ผลการสำรวจ เป็นดังนี้
.
1.จากผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ท่านคิดว่าสะท้อนเรื่องใดบ้าง
.
อันดับ 1 ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในการบริหารประกันสังคม 79.12%
อันดับ 2 ต้องการเห็นความโปร่งใสและเป็นธรรมในการบริหารประกันสังคม 74.69%
อันดับ 3 ผู้ประกันตนตื่นตัวและให้ความสำคัญกับสิทธิของตนเองมากขึ้น 71.01%
อันดับ 4 มีความคาดหวังต่อตัวแทนและการทำงานของบอร์ดมากขึ้น 67.32%
อันดับ 5 การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้รับความสนใจและเป็นที่รับรู้มากขึ้น 65.72%
.
2. ท่านอยากให้ประกันสังคมปรับปรุงเรื่องใดมากที่สุด
.
อันดับ 1การรักษาพยาบาลและสิทธิกรณีเจ็บป่วย 81.20%
อันดับ 2 เงินบำเหน็จ/บำนาญชราภาพ 77.89%
อันดับ 3 เงินทดแทนกรณีว่างงานและขาดรายได้ 64.25%
อันดับ 4 สิทธิกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิต 55.16%
อันดับ 5 การคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตร 49.63%
.
3. หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ท่านคาดหวังให้ตัวแทนผู้ประกันตนดำเนินการเรื่องใด
.
อันดับ 1 ทำให้การดำเนินงานโปร่งใสและตรวจสอบได้ 81.57%
อันดับ 2 บริหารเงินกองทุนให้มั่นคงและเกิดประโยชน์สูงสุด 78.38%
อันดับ 3 ผลักดันการเพิ่มและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ 72.60%
อันดับ 4 รับฟังและนำปัญหาของผู้ประกันตนเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ ด71.74%
อันดับ 5 สื่อสารผลการทำงานและความคืบหน้าให้ผู้ประกันตนรับทราบ 51.60%
.
4. หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ท่านคิดว่าการดำเนินงานของประกันสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
อันดับ 1 ดีขึ้น 72.97%
อันดับ 2 ไม่แน่ใจ/ยังประเมินไม่ได้ 14.99%
อันดับ 3 เหมือนเดิม 12.04%
.
หมายเหตุ : ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
.

.
คนกินหมูร้องจ๊าก ราคาหน้าฟาร์มขึ้น กก.ละ 4 บาท มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้
https://www.khaosod.co.th/economics/news_10441699
.
สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์ม 4 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาเดิม มีผลตั้งแต่วันพระที่จะถึง 19 ต.ค. นี้
.
สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด จับมือสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ปรับขึ้นราคาสุกรหน้าฟาร์ม 4 บาทต่อกิโลกรัม ดันราคาแนะนำภาคตะวันออกแตะ 66–68 บาท มีผล 19 ตุลาคม 2569
.
สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มสำหรับสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร เพิ่มขึ้น 4 บาทต่อกิโลกรัมจากราคาเดิม โดยมีผลตั้งแต่วันพระที่ 19 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
.

.
ส.ว.บัส จ่อยื่นกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ออกข้อเสนอ ให้ประกัน-แยกขัง จำเลยคดีการเมือง ที่ไม่ได้นิรโทษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5937921
.
ส.ว.บัส จ่อยื่น ‘กก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’ ออกข้อเสนอบรรเทาผลกระทบผู้ต้องหา-จำเลยคดีการเมืองที่ไม่ได้สิทธินิรโทษ ให้ปล่อยตัวชั่วคราว-ชะลอการพิจารณาคดี-จัดแดนพิเศษแยกขังเพื่อความปลอดภัย
.
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภาและอดีตกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข วุฒิสภา เปิดเผยทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (สำนักงาน ก.พ.เดิม ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล) เพื่อขอให้รีบออกข้อเสนอ เช่น บริหารโทษ แยกคุมขัง ประกันตัว ฯลฯ กับนักโทษการเมืองที่ไม่ได้สิทธินิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข

พร้อมกันนี้ นายเทวฤทธิ์ได้แนบหนังสือที่จะยื่นต่อนายกฯในวันพรุ่งนี้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
ตามที่พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยมีเจตนารมณ์สำคัญเพื่อเป็นกลไกและเครื่องมือในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกฝ่าย ซึ่งในส่วนของคดีความที่มีรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ ศาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอน เช่น การสั่งจำหน่ายคดีหรืองดการอ่านคำพิพากษาไปแล้วนั้น
.
อย่างไรก็ดี ในกลุ่มคดีความที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองซึ่งไม่ได้รับการนิรโทษกรรมโดยผลของกฎหมาย โดยเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังคงมีประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองถูกคุมขังในเรือนจำและอยู่ระหว่างการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก การคุมขังและลงโทษที่ดำเนินต่อไปท่ามกลางกระบวนการสร้างสันติสุขที่กำลังดำเนินอยู่นี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำเลยจนเป็นอุปสรรคสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้งของสังคม ด้วยเหตุที่ว่าผู้กระทำผิดโดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกันกับการกระทำความผิดทั่วไป
.
แม้บทบัญญัติแห่งกฎหมายจะไม่ได้นิรโทษกรรมให้แก่คดีกลุ่มดังกล่าว แต่ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มาตรา 6 (4) ได้บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ในการจัดทำ “ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล
.
ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีอำนาจหน้าที่โดยตรงที่จะต้องเสนอแนะมาตรการทางนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการเพื่อบรรเทาปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทว่าในปัจจุบันยังไม่ปรากฏความคืบหน้าใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม เท่าที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน
.
ในการนี้ ข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียนมายังท่านในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการและแจ้งความคืบหน้าในประเด็นดังต่อไปนี้
.
1. ขอให้ท่านในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้โปรดติดตาม กำชับ และเร่งรัดให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขดำเนินการตามมาตรา 6 (4) และ (8) แห่งพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาลโดยเร็ว พร้อมทั้งขอทราบความคืบหน้าของการดำเนินการ ตลอดจนแผนงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการเสนอแนวทางดังกล่าวต่อสาธารณะ และดำเนินการอื่นใดเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
.
2. สืบเนื่องจากการพิจารณาพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ในชั้นวุฒิสภา วุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบให้มีข้อสังเกตประกอบพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังปรากฏเป็นข้อความต่อไปนี้ว่า “ในกระบวนการรับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรม หากคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขพิจารณาแล้วพบว่ามีผู้ต้องขังจากการกระทำตามความในมาตรา 7 ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ควรพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะในการบริหารโทษทางอาญาหรือการคุมขังในสถานที่คุมขังไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อันจะเป็นมาตรการในการสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างเสริมสังคมสันติสุขให้โอกาสสังคมไทยกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ด้วยความสมัครสมานสามัคคีปรองดองของคนในชาติอีกครั้งและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย”
.
จึงขอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะตามข้อ 1 โดยกำหนดให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ต้องหาและจำเลยในคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ครอบคลุม 6 ด้าน ดังต่อไปนี้
.
(1) ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว (การประกันตัว) ให้สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
.
(2) การประสานเพื่อกำหนดแนวทางพักหรือชะลอการพิจารณาคดีการเมืองที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลไว้ชั่วคราว
.
(3) การบังคับใช้มาตรการคุมขังในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 หรือมาตรา 89/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
.
(4) การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์แห่งความสมานฉันท์และการสร้างเสริมสันติสุข
.
(5) การจัดแดนคุมขังแยกเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เพื่อความปลอดภัยและสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ
.
(6) การปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรการข้างต้นได้จริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่