เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพไม่ต้องแฮกบัญชีแล้ว แค่หลอกให้เจ้าของเงินกดเองก็พอ

ที่ผ่านมาเห็นข่าวหลอกโอนเงินและโจรกรรมข้อมูลทางการเงินอยู่เรื่อย ๆ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือหลายกรณีไม่ได้เกิดจากระบบธนาคารถูกแฮกโดยตรง แต่เป็นการที่มิจฉาชีพหลอกให้เจ้าของเงินเปิดเผยข้อมูล หรือกดยืนยันธุรกรรมด้วยตัวเอง
อย่างกรณีที่มีคนโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งว่าบัญชีมีความผิดปกติ แล้วบอกให้รีบทำตามขั้นตอนเพื่อป้องกันเงินหาย ฟังดูเหมือนกำลังช่วยเหลือ แต่จริง ๆ อาจเป็นวิธีหลอกเอาข้อมูลหรือเงินของเรา บางกรณีก็เป็นเว็บไซต์จองที่พักหรือร้านค้าออนไลน์ปลอม หน้าตาดูเหมือนเว็บไซต์จริงทุกอย่าง ทำให้คนเผลอกรอกข้อมูลบัตรโดยไม่ทันสงสัย
ยิ่งตอนนี้มี AI ที่สามารถสร้างเสียงหรือภาพเลียนแบบบุคคลได้ ก็ยิ่งทำให้การแยกแยะว่าใครเป็นตัวจริงหรือมิจฉาชีพยากขึ้น
ลองไปดูข้อมูลของ Global Anti-Scam Alliance (GASA) ในรายงานปี 2025 พบว่า จากการสำรวจผู้ใหญ่ 46,000 คนใน 42 ตลาด มีถึง 23% ที่สูญเสียเงินจากการหลอกลวงในช่วง 12 เดือนก่อนสำรวจ ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าการถูกหลอกไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ในการประชุม IMF และ World Bank ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีการเปิดตัวกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า Bangkok Blueprint เพื่อรับมือภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล
ใจความสำคัญคือ การป้องกันมิจฉาชีพไม่ควรเป็นหน้าที่ของผู้ใช้เงินเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมีทั้งระบบตรวจจับ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ส่วนที่อยากชวนคิดคือ ต่อให้ระบบรักษาความปลอดภัยดีแค่ไหน ถ้าเราเป็นคนกดอนุมัติธุรกรรมด้วยตัวเอง ระบบจะช่วยป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน
ปัจจุบันผู้ออกบัตรหลายแห่งมีระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติและเครื่องมือให้ผู้ใช้จัดการบัตรด้วยตัวเอง เช่น แอปเคทีซี โมบาย ที่สามารถตรวจสอบรายการใช้จ่ายและอายัดบัตรชั่วคราวได้
อย่างไรก็ตาม หากมิจฉาชีพหลอกให้เราเชื่อจนยอมทำรายการเอง การตรวจสอบพฤติกรรมการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ
ส่วนตัวมองว่ามีข้อควรระวังที่ทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ คือ ถ้าใครโทรมาบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่แล้วให้รีบโอนเงิน ควรตัดสายและโทรตรวจสอบกับหน่วยงานนั้นเอง
อย่าให้รหัส OTP หรือข้อมูลบัตร แม้อีกฝ่ายจะรู้ชื่อและข้อมูลส่วนตัวของเราก็ตาม
อย่ากดลิงก์จาก SMS หรือแชตเพียงเพราะมีโลโก้หรือชื่อหน่วยงานที่คุ้นเคย
ควรเปิดแจ้งเตือนธุรกรรมและตรวจสอบรายการใช้จ่ายเป็นประจำ
ถ้าเผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพ ให้รีบติดต่อธนาคารและสายด่วน AOC 1441 พร้อมเก็บหลักฐานทั้งหมด

มีอีกเรื่องที่อยากชวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ
ทุกคนคิดว่าระหว่างการเพิ่มระบบตรวจจับธุรกรรมของธนาคาร กับการให้ความรู้ผู้ใช้งาน อะไรจะช่วยลดปัญหามิจฉาชีพได้มากกว่ากัน หรือจริง ๆ ต้องทำควบคู่กัน แล้วใครเคยเจอข้อความ โทรศัพท์ หรือเว็บไซต์ปลอมที่แนบเนียนจนเกือบหลงเชื่อบ้าง มาแชร์วิธีสังเกตกันได้นะคะ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่นที่อาจกำลังเจอสถานการณ์คล้ายกัน

ข้อมูลประกอบ: GASA Global State of Scams 2025 และ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services (2026)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่