ขนมบันดุ๊ก รสถิ่นเมืองตราดจากเวียดนาม
“บันดุ๊ก” ฟังจากชื่อก็พอจะเดาได้ว่าไม่น่าจะใช่ภาษาไทย ซึ่งก็ถูก แต่ในขณะเดียวกันเจ้าขนมชื่อไม่คุ้นหูนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งขนมจากต่างถิ่นที่หลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมการกินของพื้นที่แห่งหนึ่งในไทยในระดับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดตราด ประจำปี พ.ศ. 2560 เลยทีเดียว
เจ้าขนมสี่เหลี่ยมสีเขียว หน้าตาสัมผัสคล้ายขนมเปียกปูนนี้ มีหลักฐานพ้องกันว่าเป็นขนมที่มาจากเวียดนามที่ก็เรียกด้วยชื่อ (bánh đúc) เหมือนกัน โดยในเวียดนามนี้พบอยู่หลายรูปแบบในหลายพื้นที่ โดยจะแบ่งง่าย ๆ ก็คือทางเหนือจะมีบันดุ๊กสีขาว ในขณะที่ทางใต้จะมีบันดุ๊กสีเขียวเหมือนกันกับที่จังหวัดตราด จึงสันนิษฐานว่าบันดุ๊กของคนเมืองตราดเป็นบันดุ๊กอย่างเดียวกันกับเวียดนามใต้นั่นเอง
ในส่วนของเรื่องที่ว่าเดินทางจากเวียดนามมาได้อย่างไรก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด อาจจะมาจากเวียดนามโดยตรง หรือไม่ก็อาจจะเดินทางผ่านกัมพูชาเข้ามา ซึ่งทั้งชาวกัมพูชาและชาวเวียดนามต่างก็เคยมีประวัติการอพยพถิ่นฐานเข้ามาในอำเภอคลองใหญ่เหมือนกันทั้งคู่ด้วย
วัตถุดิบของบันดุ๊กทำมาจากข้าวหรือแป้งข้าวเจ้าเป็นหลัก มีการผสมกับแป้งมันและใบเตยจนออกมามีสีเขียวและหอมกลิ่นใบเตย กวนจนข้นเหนียวก่อนใส่ถาดทิ้งไว้ให้เย็นแล้วตัดเป็นชิ้น ก่อนที่จะราดน้ำเชื่อมที่เคี่ยวจากน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลทราย โรยหน้าด้วยถั่วป่น และในบางสูตรก็พบว่ามีการเติมหัวกะทิเข้าไปเคียงกันด้วย
จากเวียดนามสู่ตราด บันดุ๊กก็ได้หลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของชาวตราดในอดีตอย่างยาวนาน อย่างไรก็ดี เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ขนมชนิดนี้ก็ค่อย ๆ กลายเป็นขนมที่หากินยาก และพบเห็นได้ในบางโอกาส แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีหลายกลุ่มหลายชุมชนที่พยายามรักษาและส่งเสริมภูมิปัญญาของบันดุ๊กให้ยังคงอยู่ และไม่หายไปตามกาลเวลา เป็นรสถิ่นที่ยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา. จานโปรด
ขนมบันดุ๊ก รสถิ่นเมืองตราดจากเวียดนาม
ขนมบันดุ๊ก รสถิ่นเมืองตราดจากเวียดนาม
“บันดุ๊ก” ฟังจากชื่อก็พอจะเดาได้ว่าไม่น่าจะใช่ภาษาไทย ซึ่งก็ถูก แต่ในขณะเดียวกันเจ้าขนมชื่อไม่คุ้นหูนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งขนมจากต่างถิ่นที่หลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมการกินของพื้นที่แห่งหนึ่งในไทยในระดับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดตราด ประจำปี พ.ศ. 2560 เลยทีเดียว
เจ้าขนมสี่เหลี่ยมสีเขียว หน้าตาสัมผัสคล้ายขนมเปียกปูนนี้ มีหลักฐานพ้องกันว่าเป็นขนมที่มาจากเวียดนามที่ก็เรียกด้วยชื่อ (bánh đúc) เหมือนกัน โดยในเวียดนามนี้พบอยู่หลายรูปแบบในหลายพื้นที่ โดยจะแบ่งง่าย ๆ ก็คือทางเหนือจะมีบันดุ๊กสีขาว ในขณะที่ทางใต้จะมีบันดุ๊กสีเขียวเหมือนกันกับที่จังหวัดตราด จึงสันนิษฐานว่าบันดุ๊กของคนเมืองตราดเป็นบันดุ๊กอย่างเดียวกันกับเวียดนามใต้นั่นเอง
ในส่วนของเรื่องที่ว่าเดินทางจากเวียดนามมาได้อย่างไรก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด อาจจะมาจากเวียดนามโดยตรง หรือไม่ก็อาจจะเดินทางผ่านกัมพูชาเข้ามา ซึ่งทั้งชาวกัมพูชาและชาวเวียดนามต่างก็เคยมีประวัติการอพยพถิ่นฐานเข้ามาในอำเภอคลองใหญ่เหมือนกันทั้งคู่ด้วย
วัตถุดิบของบันดุ๊กทำมาจากข้าวหรือแป้งข้าวเจ้าเป็นหลัก มีการผสมกับแป้งมันและใบเตยจนออกมามีสีเขียวและหอมกลิ่นใบเตย กวนจนข้นเหนียวก่อนใส่ถาดทิ้งไว้ให้เย็นแล้วตัดเป็นชิ้น ก่อนที่จะราดน้ำเชื่อมที่เคี่ยวจากน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลทราย โรยหน้าด้วยถั่วป่น และในบางสูตรก็พบว่ามีการเติมหัวกะทิเข้าไปเคียงกันด้วย
จากเวียดนามสู่ตราด บันดุ๊กก็ได้หลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของชาวตราดในอดีตอย่างยาวนาน อย่างไรก็ดี เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ขนมชนิดนี้ก็ค่อย ๆ กลายเป็นขนมที่หากินยาก และพบเห็นได้ในบางโอกาส แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีหลายกลุ่มหลายชุมชนที่พยายามรักษาและส่งเสริมภูมิปัญญาของบันดุ๊กให้ยังคงอยู่ และไม่หายไปตามกาลเวลา เป็นรสถิ่นที่ยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา. จานโปรด