มีปัญหากับภรรยาตลอด ตั้งแต่คบกัน

ผมกับภรรยา แต่งงานกันได้ประมาณ 5 เดือน คบหาดูใจกันได้ประมาณ 1 ปี แต่ที่ต้องรีบแต่งเพราะท้องก่อนแต่ง แต่ด้วยวัยที่อายุเข้าเลข 3 กันแล้วทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะแต่งงานให้ถูกต้อง ซึ่งปัญหาแรกก็เริ่มจากงานแต่ง

งานแต่ง คือตอนคุยกันตกลงกัน 2 คน โอเคหมด ได้ตามนั้น แต่พอเขากลับไปคุยกับแม่เขา ทางบ้านเขาไม่พอใจ บอกว่าต้องจัดที่บ้าน เลยกลายเป็นว่าต้องจัดทั้งสองที่ โดยที่บ้านทางภรรยาเขาเป็นคนจัดการ ส่วนงานเลี้ยงตอนเย็นผมเป็นคนจัดการ(ทั้งๆที่ตอนแรกบอกจะช่วยกันจัดแค่งานเย็น) พอทีนี้กลายเป็นมีปัญหาเรื่องแขก แขกชุดเดียวกัน ไปทั้งงานเช้าและเย็น แต่ซองใส่แค่งานเช้า ภาระหนักจึงตกมาที่ผม เพราะงานเย็นผมจ่ายเองทั้งหมด ค่างาน ตากล้อง เครื่องดื่ม แหวน ทุกๆอย่าง แต่ซองเข้างานเช้าไปแล้ว มีแค่แขกของผมที่มาตอนเย็นที่ได้รับช่วยเหลือ และญาติทางฝ่ายผม(ซึ่งงานเช้าก็ได้ใส่ซองช่วยงานเขาด้วยเช่นกัน) และปัญหาที่เกิดในงานคือแม่ยายผม เชิญแขกมาเกินโต๊ะที่นับไว้ และได้เอาแขกของตัวเองมานั่งแทนที่แขกของผม 2 โต๊ะ โดยไม่มีการบอกกล่าว

ปัญหาต่อมา แฟนผมจะเป็นคนเอาแต่ใจเวลาเกิดปัญหาจะเข้าข้างแม่เขาตลอด(แม่ลูกเขาจะติดกันตลอด แฟนผมไม่เคยไปอยู่ที่ไหนคนเดียว ไม่ว่าจะไปเรียน ตจว จนกระทั่งทำงานก็จะมีแม่เขาคอยอยู่ใกล้ๆตลอด ติดตามไปทุกที่)และเวลามีความไม่พอใจแฟนผมจะเป็นคนไม่พูด จนสุดท้ายผมไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาไม่พอใจเรื่องไหน สุดท้ายก็จะถูกปล่อยผ่านไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการเคลียใจ จนวันหนึ่งตอนเขาท้อง ทะเลาะกันเรื่องที่เขาไม่พอใจ เขาเดินออกจากบ้านไปหลายกิโล โดยผมก็ตามไปตลอด สุดท้ายแม่เขามารับเขาเลยยอมขึ้นรถ และกลับไปกับแม่เขา และคืนนั้นผมได้โทรหา พ่อของเขา และได้คุยกัน (พ่อและแม่ของเขาได้หย่าร้างกันแล้ว แต่ยังไปไหนด้วยกันเป็นครอบครัวโดยไม่พูดจากัน) ตกดึกคืนนั้นแม่เขาได้โทรมาต่อว่าผม โดยพูดประมาณว่าเขาโดนพ่อภรรยาผมตำหนิ ที่ผมไปบอกว่าแม่ของเขมารับไป ซึ่งผมก็ได้บอกตามความเป็นจริงทั้งหมด แต่เขากลับมาโวยวายต่อว่าผมเหมือนผมไปใส่ร้ายเขา

เรื่องเงิน ปกติเวลาไปไหนกับภรรยา ผมก็ควักจ่ายเป็นปกติ แต่ภรรยาผมจะชอบเกรงใจและพูดว่าคนละครึ่ง โดยส่วนใหญ่ผมก็จ่ายให้หมด แต่พอถึงเวลามีปัญหากัน แม่เขาเอาเรื่องนี้ยกขึ้นมาต่อว่าผม เหมือนผมเป็นคนบอกว่าต้องหารคนละครึ่ง ซึ่งจริงๆเป็นคำพูดของภรรยาผม

พอมาถึงวันที่ลูกผมคลอด ด้วยความที่ผมและแม่เขาไม่กินเส้นกันมาก่อน พอมาถึงตอนที่ต้องเลี้ยงเด็ก แม่เขาก็จะคอยมาบงการ เข้ามายุ่มยามในชีวิตครอบครัวของผมเสมอ มาเลี้ยงหลานตั้งแต่เช้า กลับบ้าน 2-3 ทุ่มทุกวันจนผมอึดอัด พอผมบอกไป ก็โดนภรรยาโกรธ เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันบานปลาย โดยมีการแย่งเอกสารของลูกจากมือผมจนภรรยาล้ม และแม่เขาได้วิ่งเข้ามาชี้หน้าด่าทอผม กลางถนนในซอยหมู่บ้าน บอกว่าจะแจ้งความเอาผมเข้าคุก หาว่าผมไปทำร้ายร่างกายลูกเขา และพวกเขาก็เอาลูกผมกลับไป

ต่อมาพ่อเขาจึงได้เข้ามาพูดคุยปัญหาให้ โดยมีข้อสรุปคือ ช่วง 3 เดือนแรกเขาลางาน จะให้กลับไปเลี้ยงที่บ้านเขาและวันหยุด จะให้มาที่บ้านผม ซึ่งตอนที่เอามาเลี้ยงที่บ้านผม ก็อยู่ด้วยกันดี 2 คน ไม่มีปัญหา แต่พอกลับไปที่บ้านเขา สิ่งที่ผมเคยพูด เคยบอก เคยทำ กลายเป็นความผิดผมทันที ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ปกติดี เขากลายเป็นคนเชื่อฟังแม่มากๆ ผิดจากตอนที่อยู่ด้วยกัน

ที่ไม่พอใจที่สุดคือผมได้ไปเห็นแชทไลน์เขาที่มีกลุ่ม 3 คน คือแม่ พี่สาว และตัวเขา โดยมีเนื้อความหลายข้อความที่เป็นว่า และดูหมิ่น ทั้งผม และพ่อของผมเอง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่ในบ้านผมก่อนคลอดทั้งผมและพ่อดูแลเขาดีทุกอย่าง จนวันคลอด ทั้งการฝากครรภ์ การฝากหมอดูแลพิเศษ รวมถึงห้องพิเศษที่พ่อผมได้เป็นคนดำเนินการจัดหาให้ทั้งหมด ให้ครอบครัวเขามีความสะดวกสบายในการเฝ้าไข้ แต่เขากลับว่าพ่อผมหลับหลัง แย่ๆ ทำให้ผมรับไม่ได้ อยากจะหย่าขาดมากๆ และที่สำคัญทุกครั้งที่ทะเลาะ ทั้งก่อนแต่งและหลังแต่ง เวลาไม่พอเขามักจะเก็บของออกจากบ้านของผมเสมอ และพูดทิ้งท้ายว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีก แบบนี้มากกว่า 10 รอบ หลังๆเริ่มพูดหยามผมว่า ลูกไม่ต้องมีพ่อก็ได้ พูดว่าจะไม่เอาลูกมาอีก บางวันก็หาเรื่องผมหาว่าผมมีชู้ มีคนอื่น ทั้งๆที่ไม่เคยมีใครเลย ผมถูกหาเรื่องแบบนี้ เกือบตลอด ทั้งๆที่เขาเอง เป็นคนเก็บของและเอาลูกออกจากบ้านผมไปเอง โดยมีแม่และพี่สาวของเขาเห็นดีเห็นงามด้วย (ทั้งๆที่ก่อนแต่งแม่เขาโวยวายทุกทางว่าต้องแต่ง ขนาดถึงขั้นที่พูดใส่ลูกตัวเองว่าแต่งไปเถอะ อย่างน้อยๆมันก็มีที่ซุกหัวนอน ซึ่งประโยคนึ้ผมไม่พอใจมาก เหมือนการดูถูกผมว่าผมทีดีแค่นี)

ตอนนี้ผมได้พูดคุยกับหลายๆคน ซึ่งได้คำตอบหลายแบบ ผมอดทนมากๆ อดทนมานานมาก โดยผมยอมรับว่าในบางครั้งคำพูดของผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขา แต่ผมไม่เคยหาเรื่องเขาก่อน ผมพูดสวนเพราะผมทนไม่ไหวกับนิสัยของเขา แบบนัผมควรจะพอให้มันจบไปซึ่งผมไม่ได้ลูกแน่นอน หรือยอมอดทนต่อไปแบบนี้เผื่อสักวันมันจะดีขึ้น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่