JJNY : นิด้าโพลชี้ ‘มหาดไทย ’เจอหนักสุด!│ปลัดแรงงานยันประชุมตามปกติ│เซเลนสกีจวกทรัมป์│เตือน 18-25 ต.ค. รับมือฝนหนัก

กระทู้ข่าว
นิด้าโพลชี้ศึกซักฟอก ‘มหาดไทย’ เจอหนักสุด! เชื่อฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดครบ 18 คน
https://www.dailynews.co.th/news/6283336/
.
.
นิด้าโพลเผยผลสำรวจ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ร้อยละ 38.78 กระทรวงมหาดไทยถูกมองว่าต้องรับศึกหนักมากที่สุด ร้อยละ 34.27 แก้ปัญหาเศรษฐกิจทำรัฐบาลเครียดหนักสุด ส่วนร้อยละ 45.65 เชื่อฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนครบทั้ง 18 คน ขณะที่ร้อยละ 40.84 มองว่าหลังศึกซักฟอก รัฐบาลจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้องเครียดหนัก พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.27 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า ทุกประเด็นต้องเครียดหมด ร้อยละ 26.26 ระบุว่า กรณีคดีฮั้ว การเลือกตั้ง สว. ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพ ร้อยละ 23.97 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 22.44 ระบุว่า กรณีคดีการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 16.72 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ร้อยละ 14.43 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ละเลยในการจัดการ
กับขบวนการทุนเทา ร้อยละ 7.56 ระบุว่า การโดนกล่าวหา เรื่องระบอบสีน้ำเงิน ร้อยละ 5.34 ระบุว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องเครียด ร้อยละ 3.59 ระบุว่า กรณีโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 3.44 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และร้อยละ 1.60 ระบุว่า การโดนกล่าวหาว่า ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล
.
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกระทรวงที่จะต้องรับศึกหนักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.78 ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย รองลงมา ร้อยละ 23.05 ระบุว่า ทุกกระทรวงต้องรับศึกหนัก ร้อยละ 21.37 ระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรี (รองนายกรัฐมนตรีและ/หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) ร้อยละ 18.63 ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 16.26 ระบุว่า กระทรวงการคลัง ร้อยละ 10.46 ระบุว่า กระทรวงยุติธรรรม ร้อยละ 9.08 ระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 4.73 ระบุว่า ไม่มีกระทรวงใดที่ต้องรับศึกหนัก ร้อยละ 4.43 ระบุว่า กระทรวงกลาโหม ร้อยละ 3.97 ระบุว่า กระทรวงคมนาคม ร้อยละ 3.82 ระบุว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 0.92 ระบุว่า กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความชัดเจนและความเป็นรูปธรรมของหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 45.65 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รองลงมา ร้อยละ 41.22 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน ร้อยละ 11.76 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน และร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการตัดสินใจลงมติของ สส. พรรคกล้าธรรม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.38 ระบุว่า ยกมือไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รองลงมา ร้อยละ 22.75 ระบุว่า งดออกเสียง ร้อยละ 18.32 ระบุว่า ยกมือไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน ร้อยละ 9.93 ระบุว่า ไม่เข้าร่วมการลงมติ ร้อยละ 8.24 ระบุว่า ยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ร้อยละ 6.11 ระบุว่า ยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน และร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รองลงมา ร้อยละ 26.34 ระบุว่า การปรับคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 19.39 ระบุว่า การยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 9.69 ระบุว่า การเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ร้อยละ 3.28 ระบุว่า รัฐมนตรีบางคนจะลาออกจากตำแหน่ง และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.

.
ปลัดแรงงานยันรักษาการบอร์ดประกันสังคมประชุมตามปกติ 19 ต.ค. ชี้ยังมีอำนาจเต็มตามกม.
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5937115
.
ปลัดแรงงานยันรักษาการบอร์ดประกันสังคมประชุมตามปกติ 19 ต.ค. ชี้ยังมีอำนาจเต็มตามกฎหมาย เผยยังรอ กกต.ประกันสังคมรับรองผลบอร์ดชุดใหม่
.
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 ที่อยู่ระหว่างการรักษาการในตำแหน่ง ระหว่างรอการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบอร์ดประกันสังคมชุดที่ 15 ว่า การประชุมวันที่ 19 ตุลาคม เป็นการประชุมตามปกติ โดยกำหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้า และเป็นการนัดหมายวันประชุมครั้งถัดไปตามรอบปกติ เพียงแต่มีการเลื่อนวันประชุมเข้ามาเล็กน้อย เนื่องจากช่วงปลายเดือนอาจมีภารกิจอื่น
.
เมื่อถามถึงกรณีการประชุมบอร์ดประกันสังคมวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งมีวาระพิจารณาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติเงิน 2,000 ล้านบาท พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า เป็นไปตามวาระการประชุมที่มีการพิจารณาอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นอำนาจของบอร์ด ไม่ใช่อำนาจของสำนักงานประกันสังคม โดยบอร์ดยังคงมีอำนาจเต็มตามกฎหมาย ส่วนจะพิจารณาอย่างไรหรือมากน้อยเพียงใด เป็นเรื่องของการพิจารณาของบอร์ด
.
เมื่อถามว่าบอร์ดชุดรักษาการในปัจจุบันสามารถพิจารณาเลื่อนบางเรื่องให้บอร์ดชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาได้หรือไม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่สามารถพิจารณาในลักษณะดังกล่าวได้ แต่ต้องดูกรอบเวลาตามกฎหมายด้วย โดยต้องพิจารณาเนื้อหาของแต่ละเรื่องว่ามีกำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด
.
เมื่อถามถึงขั้นตอนการรับรองผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับเลือกตั้งก่อน จากนั้นจึงประกาศผล และส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคมพิจารณา โดยตนเป็นประธานคณะกรรมการดังกล่าว ขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักงานประกันสังคมก่อน เมื่อสำนักงานส่งผลการตรวจสอบมาแล้ว จึงจะมีการนัดประชุมเพื่อดำเนินการต่อไป
.
เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคมจะประชุมเมื่อใด พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุวันประชุมได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักงานประกันสังคมก่อน โดยขณะนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอน
.
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการดำเนินการของประกันสังคมอาจมีความไม่โปร่งใสทางการเมือง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมาย หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนหรือปล่อยให้กรอบระยะเวลาตามกฎหมายล่วงเลยไป อาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายได้
.
เมื่อถามถึงกรอบเวลา 30 วันในการพิจารณารับรองว่าที่บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยพูดระบุถึงระยะเวลาดังกล่าว และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลา 30 วันไว้โดยเฉพาะ แต่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติจากหลายหน่วยงานและหลายองค์กร ไม่ใช่เพียงสำนักงานประกันสังคมแห่งเดียว ส่วนระยะเวลาที่ชัดเจนต้องพิจารณาจากข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
.
เมื่อถามว่าการตรวจสอบคุณสมบัติครั้งนี้แตกต่างจากขั้นตอนก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีผู้ถูกตัดสิทธิไปหลายรายก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบตามคุณสมบัติของผู้สมัครและคุณสมบัติการเป็นกรรมการบอร์ด รวมถึงอาจต้องตรวจสอบประวัติย้อนหลังด้วย โดยทุกอย่างดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ได้ดำเนินการตามความต้องการส่วนตัว ซึ่งก็เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป ที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็จะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติเช่นนี้เหมือนกัน
.
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เร่งรัดการดำเนินการหรือไม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามกฎหมาย
.

.
เซเลนสกีจวกทรัมป์อุ้มรัสเซีย เตือนยิ่งผ่อนปรนยิ่งเปิดทางปูตินถล่มยูเครน
https://www.dailynews.co.th/news/6283319/
.
ผู้นำยูเครนวิจารณ์สหรัฐระงับมาตรการคว่ำบาตรและภาษีสินค้ารัสเซีย ก่อนมีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่วัน ชี้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลมอสโกและบั่นทอนแรงกดดันให้ยุติสงคราม
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระงับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและการเก็บภาษีสินค้ารัสเซีย ก่อนกำหนดมีผลบังคับใช้เพียงไม่กี่วัน เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และจะยิ่งทำให้รัฐบาลมอสโกฮึกเหิมและเดินหน้าโจมตียูเครนต่อไป
.
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ระงับมาตรการคว่ำบาตรและภาษีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากรัสเซีย และบทลงโทษประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย ตามกฎหมายอีกฉบับ ซึ่งทรัมป์ลงนามรับรองไปแล้ว เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า การผ่อนปรนดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐ
.
กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย จากการเปิดฉากสงครามในยูเครน เมื่อปี 2565 อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มีท่าทีผ่อนปรนต่อรัฐบาลมอสโกมากขึ้นในระยะหลัง พร้อมทั้งวิจารณ์เซเลนสกีต่อสาธารณะ รวมถึงเสนอว่ายูเครนควรมีผู้นำคนใหม่
.
เซเลนสกีกล่าวด้วยว่า กองทัพรัสเซียโจมตีสถานที่ผลิตและส่งกระแสไฟฟ้าของยูเครนมากกว่า 15 แห่งเมื่อวันศุกร์เพียงวันเดียว และคาดว่า รัสเซียกำลังเตรียมยกระดับการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครน
.
ด้านนายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ ผู้แทนด้านการลงทุนของรัสเซีย ยกย่องการตัดสินใจของทรัมป์ ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยระบุว่าหากมาตรการลงโทษมีผลบังคับใช้ อาจทำให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับรัสเซียหยุดชะงักทั้งหมด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่