ความเจ็บปวดของการลงทุนแบบขายหมู่ EP2 : บริษัทยักษ์ใหญ่แอปเปิ้ล หุ้น AAPL ใครว่าหุ้นใหญ่แล้วโตอีกไม่ได้


หุ้น AAPL จากบริษัท Apple Inc. เจ้าของมือถือไอโฟน ค่ายมือถือระดับโลกนั่นเอง จะเล่าต่อให้ฟัง หลังจากผมเริ่มลงทุนในหุ้นเบิร์กเชียร์ แฮทาเวยย์ กับกองทุน SCHD ผมมองว่าถือหุ้นแค่ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีหุ้นตัวต่อไป ปัญหาคือจะหาหุ้นตัวต่อไปจากไหนดี

ในปีที่ผมลงทุนข่าวหุ้น 7 นางฟ้ากำลังมาแรงมากอย่างไม่มีใครเทียบ กลบบริษัทอื่นไว้หมด ประกอบกับได้ศึกษาว่าปู่บัฟเฟต ได้ถือหุ้นแอปเปิ้ลในพอร์ตมากที่สุด แสดงว่าหุ้นนี้ต้องมีอะไรดี ผมเลยเริ่มลงทุนในหุ้น AAPL วันที่ 10 พฤษภาคม 2023 ที่ราคา 172.99 ดอลลาห์ ด้วยการทยอยซื้อ แม้จะมีเงินเย็นอยู่พอสมควรแล้วก็ตาม ด้วยความที่ตอนนั้นยังเป็นมือใหม่จริง ๆ ผมยังไม่รู้เลยว่าต้องซื้อหุ้นที่ราคาเท่าไหร่ เรื่องแนวรับ แนวต้านก็ยังไม่รู้จักเลย ไม่มีแผนการซักอย่าง

การค่อยทยอยซื้อหุ้นเป็นรายวันเพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยที่ตัวผมเองรับได้ เพราะหุ้นขึ้นลงทุกวัน และผมไม่รู้ว่าควรจับจังหวะซื้อที่วันไหน-ราคาเท่าไหร่ดี มันต่างจากการ DCA ที่เป็นซื้อทุกเดือน เดือนละครั้ง ที่วันเดิม เช่นวันที่ 15 ของทุกเดือน ผมซื้อหุ้นเป็นรายวันด้วยเงินบาท วันละหลักร้อยบ้าง หลักพันบ้าง ทำอย่างนี้อยู่เป็นเดือน และแอพ Dime จะแปลงเป็นค่าเงินดอลลาห์ให้เอง ผมสะสมจนหุ้น AAPL จนมีมูลค่า 5,048.87 ดอลลาห์ และได้เงินปันผลมา 6.42 ดอลลาห์ เป็นปันผลแรก ๆ ที่ผมได้มาจากการลงทุนหุ้นอเมริกา

ณ วันที่ผมลงทุนหุ้น AAPL คือหุ้นที่มี Market Cap มากที่สุดในโลก พูดง่าย ๆ คือเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในโลกนั่นแหละ ตอนที่เริ่มศึกษา (หลังจากที่ซื้อหุ้น) ก็แบบว่าจริงเหรอ รู้ว่าไอโฟนขายดี ของมีคุณภาพ แต่ไม่ยักรู้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ขนาดนั้น ปีนั้นผมเพิ่งได้เปลี่ยนมือถือจากแอนดอย มาใช้ไอโฟนไม่นานก่อนซื้อหุ้น เลยไม่รู้ความยิ่งใหญ่ของไอโฟน เคยคิดว่าก็คงพอ ๆ กับบริษัท SAMSUNG แต่ยิ่งรู้ยิ่งทึ่ง เพราะแอปเปิ้ลเป็นบริษัทที่ผลิตนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่างแท้จริง คือ จุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟน


หลายปีก่อน ผมเคยได้ยินเรื่องผู้บริหารที่ชื่อ สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อนตั้งบริษัทไอโฟน คิดค้นนวัตกรรมมือถือสมาร์ทโฟนมานานพอสมควรแล้ว เหมือนจะมีภาพยนต์ชีวะประวัติด้วยด้วย และมีการเอามีมคำว่า นัตกรรมเปลี่ยนโลก ไปใช้ในหลายเรื่อง มีนักธุรกิจ-สตาร์ทอัพบางคน เลียนแบบไลฟ์สไตล์ของ สตีฟ จ๊อบส์ (แค่ภาพลักษณ์ภายนอก) ผมไม่รู้อะไรกับบริษัทแอปเปิ้ลมากไปกว่านั้น

แต่การซื้อหุ้น AAPL หรือการใช้งานมือถือไอโฟน จะทำให้ผมมีความรอยัลตี้ หรือความภักดีต่อหุ้น AAPL ไหม ? ก็ไม่ หุ้น AAPL ไซด์เวย์อยู่ในราคา 160 ปลาย ๆ ถึง 190 ปลาย ๆ อยู่นานมาก ในช่วงกลางปี 2023 ถึงกลางปี 2024 ผมที่เป็นคนใจร้อน ก็รินขายหุ้น AAPL ไปบางส่วน เพื่อไปซื้อหุ้นตัวอื่นที่น่าจะวิ่งได้ดีกว่า บอกเลยว่าขาดทุนเล็กน้อย

เพราะราคาหุ้นขึ้นลงเป็นลูกคลื่นหลายเดือน เลยปักใจเชื่อว่าหุ้น AAPL เป็นหุ้นที่ใหญ่มากแล้ว มันคงไม่โตไปมากกว่านี้แล้วแหละ ราคาหุ้นมีแต่ทรงกับทรุด หรือถ้าโชคดีราคาหุ้นขึ้นมาได้ คงล้อไปกับราคาตลาด ไม่ก็ตามภาวะเงินเฟ้อ ต่อมาผมถึงได้รู้ว่าความคิดผิดมหันต์

จะว่าตัวผมใจร้อน และไม่มั่นคงก็ไม่ถูกซะทีเดียว บริษัทแอปเปิ้ลในช่วงแรกที่ผมถือ มีแต่ข่าวร้ายมารัว ๆ ไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็น มือถือรุ่นใหม่ (ตอนนั้น) ขายไม่ดี การยกเลิกโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นของตัวเอง การถูกมือถือผลิตจากจีนที่กำลังมาแรงและราคาถูกกว่าแย่งตลาด ส่งครามการค้าและการกีดกันมือถือไอโฟนที่ผลิตนอกสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงการล้มเหลวในการสร้าง AI เป็นของตัวเอง และถูกนักวิเคราะห์ลดราคาเป้าหมาย

ที่น่าเจ็บใจคือผมกลับขายหุ้นบางส่วนไปในราคา 160-170 ดอลลาห์ต่อหุ้น ซึ่งถือว่าขายขาดทุน มาคิดดูตอนหลังก็ยิ่งตลกตัวเอง คำว่าศรัทธาในนวัตกรรม มักเป็นสิ่งที่ถูกยึดถือในหมู่สาวกของแอปเปิ้ล หรือสาวกของสตี๊ฟ จ็อบส์ แต่ผมไม่มีมันเลย


ยอดขายมือถือไอโฟน และหุ้น AAPL กลับมาพุ่งขึ้นในกลางปี 2024 ผมเลยขายหุ้น AAPL ไปทั้งหมด 5.88 หุ้น ไปในราคา 216 ดอลลาห์ต่อหุ้น เพื่อล็อคกำไร หลังจากทนถือราคาไม่ไปไหนมาปีกว่า ก่อนที่ราคาหุ้นจะค่อย ๆ พุ่งขึ้นให้เจ็บใจเล่น ไปหยุดที่ราคาประมาณ 250 ดอลลาห์ต่อหุ้น ในรอบนี้ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าถึงคำว่า "อย่าขายหุ้นดีเร็วเกินไป"

ผมกลับมาซื้อหุ้น AAPL อีกครั้งเมื่อหุ้นย่อตัวในเดือนพฤษภาคม 2025 จากความกังวลเรื่องภาษีการค้าของโดนัล ทรัมป์ ในตอนที่ราคาหุ้นต่ำกว่า 200 ดอลลาห์ต่อหุ้น แต่ก็ขายไปอีกหลังจากนั้นไม่นาน ได้กำไรมานิดเดียว เหมือนผมจะมีเป้าหมายในหุ้นตัวอื่น แต่ปัญหาหลักคือ ผมไม่ศรัทธาในหุ้นบริษัทแอปเปิ้ลมากพอ กลับมาคิดก็ตลกตัวเอง เพราะคำว่าศรัทธาในนวัตกรรม มักเป็นสิ่งที่ถูกยึดถือในหมู่สาวกของแอปเปิ้ล หรือสาวกของสตี๊ฟ จ็อบส์ แต่ผมกลับไม่มีมันเลย

จากนั้นราคาหุ้น AAPL ก็ค่อย ๆ ทะยานขึ้นจากราคา 213 ดอลลาห์ที่ผมขายล่าสุด ไปทะลุ 300 ดอลลาห์ จากความสำเร็จในการขายโทรศัพท์มือถือโมเดลใหม่ ๆ และมุมมองของธุรกิจที่เปลี่ยนไปในสายตานักลงทุน

ปัจจุบันโทรศัพท์ไอโฟนไม่ได้ถูกมองเป็นแค่สมาร์ทโฟน แต่คือบ้านพักของเหล่า AI เราจะใช้ AI ได้ง่าย ๆ ยังไง ถ้าไม่มีโทรศัพท์มือถือ จริงไหม ?

สำหรับหุ้น AAPL ถ้าผมถือหุ้นไม่ขายเลย ในวันนั้น ผมจะมีค่าเฉี่ยที่อยู่ที่ 183.8 ดอลลาห์ต่อหุ่น ในปัจจุบันหุ้น AAPL มีราคาอยู่ที่ประมาณ 334 ดอลลาห์ ขาดทุนกำไรไปถึง 81% เลยทีเดียว ชนะตลาด หรือ S&P500 ชิว ๆ จึงนับเป็นการขายหมูที่ตัวใหญ่มาก


บนเรียนจากการขายหมูหุ้นแอปเปิ้ลและคำสอนของเหล่านักลงทุนมืออาชีพนี้ทำให้ผมรู้ว่า

1.หุ้นใหญ่ แม้จะเคยเป็นหุ้นใหญ่ที่สุดในโลกก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีการเติบโตก้าวกระโดดได้อีก หากว่าสินค้า หรือนวัตกรรมของมันยังขายได้อยู่ เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลาพักตัวหรือไซด์เวย์อยู่บ้าง จนเมื่ออุปสรรคต่าง ๆผ่านพ้นไป  ตลาดกลับมาประเมินมูลค่านวัตกรรมใหม่ ราคาหุ้นก็จะกระโดดไปไกล และการกระโดดของราคาหุ้นใหญ่มักไม่กลับมาราคาที่เราเริ่มลงทุนอีก

2.เงินในโลกไม่ได้มีเท่าเดิม มันเพิ่มขึ้นทุกวัน และเงินเหล่านั้นมักเข้ามาหาบริษัทดี ๆ บริษัทใหญ่ ๆ บริษัทระดับโลก จาก Market Cap 2.6 ล้านล้านดอลลาห์ ก็ยังสามารถเพิ่มเป็น 4.9 ล้านล้านดอลลาห์ในเวลาไม่กี่ปี จากที่เคยไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

3.อย่าประมาทบริษัทที่มิเงินสดในมือมหาศาล เงินสามารถใช้สร้างนวัตกรรม หรือโมเดลใหม่ ๆ ได้เรื่อย ๆ แถวยังเพิ่มปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ด้วย และบริษัทแอปเปิลมีเงินเยอะมาก จากยอดขายสินค้าและบริการ แถมมีกำไรมหาศาล ฐานผู้ใช้ทั่วโลก สินค้าแม้ไม่ผูกขาด ก็แทบไม่ต่างจากสินค้าผูกขาดเลย

4.หุ้นที่ดี โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ แม้ราคาตกก็ตกไม่นาน หุ้นใหญ่ตกต้องรีบซื้อ ไม่ใช่กลัวคำคน กลัวข่าวร้าย ผู้บริหารระดับโลกเขาแก้ปัญหาได้เสมอ


จากภาพจะเห็นว่าราคาหุ้น AAPL มีการทยายขึ้นต่อเนื่องไม่ต่างจากขั้นบันใด แม้จะมีการขึ้นลงบ้างตามธรรมชาติของหุ้น แต่ในระยะยาวคือราคาหุ้นขึ้นเสมอ
*
*
*
ใครอ่านบทความมาถึงตรงนี้แล้ว ชอบหรือไม่ชอบยังไง ช่วยติชมหน่อยนะครับ อยากให้ปรับปรุงงานเขียนตรงไหนผม จะมี EP ต่อไปเรื่อย ๆ
เพี้ยนจริงจัง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่