เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (6) แตกสลาย

กระทู้คำถาม

เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (6) แตกสลาย
 
   
          กันติชามานอนคุยกับเพื่อนสองคืนจึงลากลับ
 
          “กลับมาแล้วหรือน้องกัน” เผชิญกลับถึงบ้านก่อนเขาเอ่ยทักขึ้น กันติชาสะดุ้ง สีหน้าตกใจ
          “กันเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่เคยเห็นตกใจง่าย ๆ อย่างนี้เลย หรือมีเรื่องกับปาเลยน้อยใจกลับมาบ้าน” อาจารย์เผชิญแหย่ เขารู้ดีว่าภรรยากับ
ปาลิดาไม่เคยทะเลาะกัน มีบางครั้งที่ขัดใจ หรือความคิดไม่ตรงกัน ส่วนใหญ่กันติชาเป็นฝ่ายอ่อนให้ด้วยเหตุผลที่ปาลิดายกมาชี้แจง
   
          ภรรยาเดินเข้ามากอดสามีซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เผชิญสัมผัสได้ถึงความประหวั่นใจของเธอ
          “ต้องมีเรื่องกังวลแน่ไม่งั้นกันติชาของผมมีแต่ความร่าเริง ไม่คิดมาก ทำไมเป็นแบบนี้ มีอะไรเล่ามานะครับ” เขาประคองกันติชามานั่งในห้อง
รับแขก
 
          บ้านสามีภรรยาไม่ไกลจากหมู่บ้านปาลิดา หลังใหญ่กว่าเพิ่งจ้างบริษัทหนึ่งมาจัดสวนรอบบ้านใหม่โดยคำแนะนำของรุ่นพี่ว่าฝีมือดี
          แล้วสวนขั้นครูแต่ราคายุติธรรม เมื่อได้คุยกันก่อนเพื่อให้งานออกมาถูกใจเจ้าบ้าน จนได้สวนสวยมีทั้งไม้ล้อมต้นใหญ่อย่างแคนา ต้นปีบ ด้าน
ข้างตัวบ้านเป็นแนวแคบขนาดสองเมตรขนานไปกับห้องรับแขก ถูกตกแต่งด้วยหินกรวดเม็ดเล็กใหญ่คละกัน ขนาบไปกับบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็กเป็น
บ่อสร้างตามแนวยาว มองเห็นได้จากกระจกห้องรับแขก สนามด้านหน้าตกแต่งด้วยปาล์ม หมากแดง เข็มชาวและเฟินหลายชนิด เพื่อทำให้น่ามอง
และอบอุ่น จึงแต่งเติมด้วยพุ่มดอกเฟื่องฟ้าซึ่งตัดแต่งรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกดอกบานสะพรั่ง...เป็นไม้ดอกที่ชอบแดดทั้งวัน
   
          กาแฟร้อนสองถ้วยวางลง กันติชายังเพ่งมองฝูงปลาตัวน้อยว่ายไปมา ทอดสายตาไปตามแนวไม้พุ่มต้นเล็กขึ้นเขียวขจีตัดกับสีกรวดดำ-ขาว
ตลอดแนวด้านข้าง เธอจิบกาแฟจนหมดแล้วดื่มน้ำตาม เริ่มเล่าเรื่องที่เธอกังวลให้ฟัง
          “กันกังวลมากไปหรือเปล่านะคะ แต่กันกลัวค่ะว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ของปาจะเกิดปัญหาขึ้น คล้ายมีลางสังหรณ์ชอบกล” เผชิญยิ้ม
          “นี่กันกำลังกังวลเกินเหตุ ถึงกับพูดถึงลางเชียวหรือ คุณกันติชาคนนี้ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้นี่ครับ เอาเถอะเชื่อผม...ครอบครัวที่น่ารักอย่างคุณปาซึ่ง
เป็นคนดีย่อมปลอดภัยนะอย่าคิดมาก”
   
   
          ที่บ้านปาลิดา...
          “ปาจะรีบไปประชุมนะคะ วันนี้ฝากดูแลหนูปาน อาหารปาเตรียมไว้แล้ว คุณแม่มีหลานจากสิงห์บุรี...น้องนกยูงมารับไปเยี่ยมญาติ” ณภัทรขมวด
คิ้วสงสัยเรื่องคุณย่าด้วยเพราะจำไม่ได้
          “ที่เราคุยกันเมื่อคืนไงคะ คุณแม่ออกเดินทางแต่เช้าค่ะ”
          “อ้อ! ใช่ผมลืมเลย วันนี้ผมไม่รีบเข้าออฟฟิศ ไปเถอะครับทางนี้อย่างห่วงเลย ผมจะไปส่งลูกเอง อย่าทำงานหนักนะครับคนดี” สามีเดินเข้ามากอดกระชับและก้มลงหอมที่แก้ม เธอกอดณภัทรแน่น ต่อจากนี้ปาลิดาจะลดงานให้น้อยลงและให้เวลาครอบครัวมากขึ้น หญิงสาวคิดอย่างมุ่งมั่นก่อนผละ
ขึ้นรถขับออกไป
 
          เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น กันติกาเดินไปรับสาย
          “คุณกันเพื่อนคุณปาใช่ไหมครับ ผมสันทานนะครับคุณณภัทรกับน้องปานรถประสบอุบัติเหตุถูกชนด้วยรถเบนซ์สายข่าวเพิ่งรายงานเข้ามา
คุณปายังไม่ทราบข่าวกำลังประชุมอยู่”
          “อะไรนะ โอ้พระเจ้า! ” กันติชาทรุดลงนั่งใบหน้าซีดเผือด
          “ไม่จริง  คุณแน่ใจนะ”
          “เรื่องจริงครับ ทั้งสองถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วช่วยไปตามเรื่องที่โรงพยาบาลหน่อย ผมจะแจ้งให้คุณปาทราบแล้วจะรีบตามไปครับ”
          เธอวางสายทันที ใจสันทานเองช็อกไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กับคนที่เขารู้จัก แม้จะได้ทำข่าวอุบัติบ่อยครั้งมาแล้ว แต่มัน
ห่างตัวไม่ใช่เรื่องที่เกิดเช่นนี้ สายข่าวแจ้งว่าทั้งคู่บาดเจ็บสาหัสฝ่ายชนเป็นรถเบนซ์ป้ายแดง คนขับท่าทางเมาทั้งเหล้าและเสพยาพูดจาไม่รู้เรื่อง
ขับรถส่ายไปมาจนมาปะทะเข้ากับรถณภัทรอย่างแรง...ทั้งหมดคือสิ่งที่สันทานรู้มา
 
          สันทานเข้าไปเคาะประตูห้องประชุม พอดีประชุมเสร็จ
          “สวัสดีจ้ะสันทาน ไปห้องข่าวกัน”
          “พี่ปาครับอย่าห่วงเรื่องข่าวเลยรีบไปกับผมดีกว่า” เขามองหน้าหัวหน้า
          “ไปกับสันทานก่อนเถอะทางนี้ผมจัดการเอง” ปาลิดาเริ่มใจไม่ดี สีหน้าบอกชัดเจนว่าเธอกลัวที่จะรับรู้อะไร ปาลิดาเซไปเกาะแขนสันทานไว้
เธอจับมือเขาแน่น ใบหน้าหวาดหวั่น
          “ใจดี ๆ ครับไม่มีอะไร รถคุณณภัทรเกิดอุบัติเหตุครับ ทั้งคู่ถูกส่งไปที่โรงพยาบาล ผมกำลังจะเข้าไปบอก ไปเถอะครับป่านนี้คุณกันติชาคงถึง
โรงพยาบาลแล้ว”
          “สันทานอย่าโกหกพี่ ลูกกับสามีพี่เป็นอย่างไรบ้าง อาการสาหัสใช่ไหม” เขาพยักหน้าเธอทรุดตัวลงนั่งน้ำตาไหลพร่างพรูดั่งสายน้ำ หัวใจ
ปวดร้าวสะท้านจนหนาวเข้าไปในอก เสียงสะอื้น เสียงร่ำไห้พลอยให้เพื่อนร่วมงานน้ำตาหลั่งด้วยความสงสาร
          “ใจดีเข้าไว้นะคุณปา สวรรค์คงไม่โหดร้ายกับคนดี ๆ อย่างคุณปา” พี่นันทนาเข้ามาโอบเธอและพยุงไว้ในอ้อมแขน
 
           โอ้ใจหนอใจเจียนขาดอนาถนัก
            ขอสวรรค์จงประจักษ์รักเรียกหา
            มาตัดรอนสิ้นแล้วครวญคร่ำลา
            กี่เพลาจะฟื้นคืนดวงใจ
 
            ทำสิ่งใดผิดหรือจึงลงทัณฑ์
            ถามสวรรค์เชือดเฉือนใจสะอื้นไห้
            วอนเทพไทแสนระทมสุดดวงใจ
            จะผ่านคืนวันไปได้ไฉนเลย
 
            ขอเวลาเป็นพรุ่งนี้คงดีกว่า
            มิรู้ว่าเวลาสูญไปใครเฉลย
            อ้อมกอดรักเลือนลางไม่เหมือนเคย
            สุดจะเอ่ยพรุ่งนี้ไม่มีจริง
 
 
          แม้เวลาของความสูญเสียผ่านเลยถึงสามปีแล้วก็ตาม ความทรงจำยังสดใหม่ไม่เลือนราง สิ่งที่เธอรักและมีค่าที่สุดมันหายไปไร้ร่องรอย
ทำไมเธอต้องสูญเสียสิ่งรักที่สุดไปหมดในวันเดียว ทุกสิ่งเหลือไว้คือเงาแห่งความเจ็บปวดในหัวใจปาลิดา นับแต่เกิดเหตุจนถึงบัดนี้ ทุกเช้าที่ลืมตา
ตื่นกับคำพูดประโยคแรกของทุกวัน “ปาจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไรคะพี่ภัทร น้องปาน”
 
          ภาพของสามีและบุตรสาวที่หลับตาเหมือนคนนอนแต่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือด ทั้งสองสิ้นใจเมื่อถึงโรงพยาบาล มันเป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดกระ
หน่ำลงบนหัวใจของปาลิดา เธอผวาเข้ากอดลูก เสียงกรีดร้องคลุ้มคลั่งที่ควบคุมใจกายมิได้เลย ผวาไปกอดสามีพร้อมเสียงเพ้อและสะอื้นจนหมดสติไป หลายคนจากออฟฟิศและกันติชาที่มือไม้อ่อน ใจแทบขาดในอ้อมแขนคุณเผชิญ มองเตียงที่เข็นร่างเพื่อนสาวเข้าห้องพยาบาล
         
          นับจากวันนั้นมาปาลิดาเหมือนรูปปั้นที่ไร้วิญญาน ความเจ็บปวดมันกลืนกินชีวิตเธอไปพร้อมสามีและลูกอันเป็นที่รักยิ่ง เดือนแรก...
ไม่พูด ไม่กิน ไม่นอน เสียงร่ำไห้หยุดลง สามีและลูกจากไปพร้อมจิตวิญณาณของปาลิดา บ้านของเธอเงียบเสียยิ่งกว่าเงียบ บ้านที่แสนอบอุ่นเสมือน
ไร้ผู้คน คุณย่าเสียใจจนเข้าโรงพยาบาลและน้องชายกับหลาน...นกยูงพากลับไปดูแลที่สิงห์บุรี ปาลิดาได้พักงานหนึ่งเดือน เธอมีกันติชาและเผชิญ
คอยดูแล ทุกวันจบลงด้วยการเมาจนฟุบไปของสองสาว กันติชามีเพียงอ้อมแขนที่กอดเพื่อนทุกเวลา

          ไร้คำปลอบโยนในเมื่อแม้ตัวเธอเองยังเจ็บปวดขนาดนี้แล้วปาลิดาล่ะ...ไร้ยาใดที่จะมารักษาแผลใจในครั้งนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่