ทำไมคนเงินเดือน 30,000 บาท ถึงต้องคิดหนักก่อนซื้อบ้าน แต่บางคนซื้อรถราคาเป็นล้านได้?

ทำไมคนเงินเดือน 30,000 บาท ถึงต้องคิดหนักก่อนซื้อบ้าน แต่บางคนซื้อรถราคาเป็นล้านได้?
     
     ​เคยสงสัยไหมครับว่า คนเงินเดือน 30,000 บาท ถ้าคิดจะซื้อบ้านสักหลัง อาจต้องนั่งคำนวณแล้วคำนวณอีก
ค่าผ่อนบ้านเดือนละหมื่นกว่าบาท ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ไหนจะเงินสำรองฉุกเฉินอีก แค่คิดก็เริ่มเหนื่อยแล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน เรากลับเห็นบางคนออกรถราคาหลักล้านได้อย่างไม่ลังเล ทั้งที่ค่างวดรถแต่ละเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ
แล้วอะไรทำให้คนบางคนซื้อรถราคาเป็นล้านได้ แต่การซื้อบ้านกลับเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก?
ผมลองคิดดูแล้ว อาจมีหลายเหตุผลครับ
รถจำเป็นต่อการทำงาน บางคนต้องใช้รถเดินทางหรือทำมาหากิน จึงยอมจ่ายเพื่อความสะดวก
ภาระทางการเงินไม่เหมือนกัน บางคนมีเงินเก็บ มีรายได้เสริม หรือมีคนช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย
การซื้อบ้านเป็นภาระระยะยาว ต้องคิดถึงเงินดาวน์ ดอกเบี้ย และความมั่นคงของรายได้ในอนาคต
ความสุขและความจำเป็นของแต่ละคนต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับรถ บางคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง
แต่สิ่งที่น่าคิดคือ คนทำงานเงินเดือน 30,000 บาท ถ้าไม่มีบ้านของตัวเอง ก็ต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ขณะที่ถ้าซื้อบ้านก็ต้องแบกรับหนี้ก้อนใหญ่ไปอีกหลายสิบปี
      ​สุดท้ายแล้ว การซื้อรถแพงอาจไม่ได้แปลว่ารวย และการยังไม่มีบ้านก็ไม่ได้แปลว่าบริหารเงินไม่เป็น เพราะเราไม่รู้ภาระเบื้องหลังของแต่ละคนทั้งหมด
อยากถามเพื่อน ๆ ครับ
ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท คุณจะเลือกซื้อบ้านก่อน หรือซื้อรถก่อน?
ในยุคนี้ เงินเดือนเท่านี้พอจะมีบ้านเป็นของตัวเองได้จริงไหม?
คุณคิดว่าคนวัยทำงานทุกวันนี้มีโอกาสสร้างตัวได้ยากกว่าคนรุ่นก่อนหรือเปล่า?
มาแชร์ประสบการณ์กันครับ โดยเฉพาะคนที่เคยตัดสินใจซื้อบ้านหรือซื้อรถด้วยตัวเอง อยากรู้ว่าตอนนั้นคิดและวางแผนกันอย่างไร


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่