ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความหวังล้างมลทินครั้งใหม่ เมื่อทนายความส่วนตัว “วิญญัติ ชาติมนตรี” ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับ “นิรโทษกรรม” และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข 2568
เป็นความหวังครั้งที่สอง หลังจากต้องพับแผน “นิรโทษกรรม” ภาคแรก เมื่อปี 2556 ที่กระบวนการตรากฎหมายนิรโทษกรรม นำมาสู่ “จุดจบ” ของรัฐบาลน้องสาว - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
หากแต่ครั้งนี้ “ทักษิณ” กลับประเทศและถูกลงโทษจองจำมาแล้ว 2 หน ใน 3 คดีที่ต้องถูกจำคุก 1.คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีหวยบนดิน 3.คดีเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป
รวมถูกจำคุก 8 ปี แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เหลือจำคุก 1 ปี ทั้งในชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และในเรือนจำของจริง
🔴 สรุป 5 ปมทักษิณนิรโทษ
ทักษิณ และทนายพยายามชี้ว่า มูลเหตุของคดีความทั้งหมดที่ถูกคำพิพากษา มาจากเหตุจูงใจทางการเมือง เป็น“ผลไม้พิษ” ของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาเช็กบิล
🔴 5 เหตุผลหลัก ที่สรุปได้จากคำร้อง “ทักษิณ”
1.เป็นนายกรัฐมนตรี จากระบอบประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.ระหว่างปี 2548-2549 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นอย่างรุนแรง และมีการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงกองทัพที่แสดงออกด้วยการกระทำแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาล
“ทำให้ข้าพเจ้าต้องตกเป็นบุคคลที่กระทำการใด ๆ ทั้งโดยหน้าที่ผู้นำฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง รายละเอียดปรากฏจากข่าวทางสื่อมวลชนต่าง ๆ”
3.การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ได้มีประกาศอันสำคัญของฝ่ายที่เป็นคณะบุคคล เข้ายึดอำนาจการปกครองหรือรัฐประหาร อันเป็นผลโดยตรงให้ข้าพเจ้าถูกยึดอำนาจและใช้อำนาจของคณะรัฐประหารจนเป็นมูลเหตุอันสำคัญที่จะดำเนินคดีกับตัวข้าพเจ้าในหลายกรณี
“ข้าพเจ้าถูกกล่าวหาคดีอาญาที่มิได้มีการกระทำผิดตามกฎหมาย แต่มีต้นเหตุมาจากการกระทำรัฐประหารต่อรัฐบาลของข้าพเจ้า ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมายที่ร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา เมื่อทำการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว ก็มีกระบวนการไต่สวน สอบสวน และสร้างพยานหลักฐานกันขึ้น โดยไม่ชอบต่อกฎหมายและไม่เป็นธรรมกับข้าพเจ้า”
4.ไม่มีลักษณะตามบทบัญญัติยกเว้นการได้รับผลนิรโทษกรรม ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2669
“จากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ หมายเลขคดีแดงที่ อม.1/2553 เมื่อตรวจดูคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้งฉบับ ไม่ปรากฏคำวินิจฉัยในส่วนใดเลยระบุว่าข้าพเจ้ากระทำความผิดฐานทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ในทำนองเดียวกันจากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ อีก 3 คดี (อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552) ก็ไม่ปรากฏว่าศาลฎีกาได้พิพากษาหรือวินิจฉัยในส่วนใดเลยที่ระบุชัดเจนว่า ข้าพเจ้ากระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ”
5.ข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่กฎหมายให้สิทธิตามมาตรา 7 ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมและถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดใด ๆ เลยตามมาตรา 8 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2669 อันเป็นการคืนสิทธิเด็ดขาดอย่างเสมอภาค เท่าเทียม
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
https://www.prachachat.net/politics/news-2081598
:
https://www.facebook.com/share/1DzQtNAw3W/
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความหวังล้างมลทินครั้งใหม่ เมื่อทนายความส่วนตัว “วิญญัติ ชาติมนตรี” ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับ “นิรโทษกรรม” และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข 2568
เป็นความหวังครั้งที่สอง หลังจากต้องพับแผน “นิรโทษกรรม” ภาคแรก เมื่อปี 2556 ที่กระบวนการตรากฎหมายนิรโทษกรรม นำมาสู่ “จุดจบ” ของรัฐบาลน้องสาว - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
หากแต่ครั้งนี้ “ทักษิณ” กลับประเทศและถูกลงโทษจองจำมาแล้ว 2 หน ใน 3 คดีที่ต้องถูกจำคุก 1.คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีหวยบนดิน 3.คดีเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป
รวมถูกจำคุก 8 ปี แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เหลือจำคุก 1 ปี ทั้งในชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และในเรือนจำของจริง
🔴 สรุป 5 ปมทักษิณนิรโทษ
ทักษิณ และทนายพยายามชี้ว่า มูลเหตุของคดีความทั้งหมดที่ถูกคำพิพากษา มาจากเหตุจูงใจทางการเมือง เป็น“ผลไม้พิษ” ของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาเช็กบิล
🔴 5 เหตุผลหลัก ที่สรุปได้จากคำร้อง “ทักษิณ”
1.เป็นนายกรัฐมนตรี จากระบอบประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.ระหว่างปี 2548-2549 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นอย่างรุนแรง และมีการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงกองทัพที่แสดงออกด้วยการกระทำแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาล
“ทำให้ข้าพเจ้าต้องตกเป็นบุคคลที่กระทำการใด ๆ ทั้งโดยหน้าที่ผู้นำฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง รายละเอียดปรากฏจากข่าวทางสื่อมวลชนต่าง ๆ”
3.การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ได้มีประกาศอันสำคัญของฝ่ายที่เป็นคณะบุคคล เข้ายึดอำนาจการปกครองหรือรัฐประหาร อันเป็นผลโดยตรงให้ข้าพเจ้าถูกยึดอำนาจและใช้อำนาจของคณะรัฐประหารจนเป็นมูลเหตุอันสำคัญที่จะดำเนินคดีกับตัวข้าพเจ้าในหลายกรณี
“ข้าพเจ้าถูกกล่าวหาคดีอาญาที่มิได้มีการกระทำผิดตามกฎหมาย แต่มีต้นเหตุมาจากการกระทำรัฐประหารต่อรัฐบาลของข้าพเจ้า ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมายที่ร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา เมื่อทำการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินไปแล้ว ก็มีกระบวนการไต่สวน สอบสวน และสร้างพยานหลักฐานกันขึ้น โดยไม่ชอบต่อกฎหมายและไม่เป็นธรรมกับข้าพเจ้า”
4.ไม่มีลักษณะตามบทบัญญัติยกเว้นการได้รับผลนิรโทษกรรม ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2669
“จากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ หมายเลขคดีแดงที่ อม.1/2553 เมื่อตรวจดูคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้งฉบับ ไม่ปรากฏคำวินิจฉัยในส่วนใดเลยระบุว่าข้าพเจ้ากระทำความผิดฐานทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ในทำนองเดียวกันจากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ อีก 3 คดี (อม.4/2551, อม.5/2551 และ อม.10/2552) ก็ไม่ปรากฏว่าศาลฎีกาได้พิพากษาหรือวินิจฉัยในส่วนใดเลยที่ระบุชัดเจนว่า ข้าพเจ้ากระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ”
5.ข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่กฎหมายให้สิทธิตามมาตรา 7 ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมและถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดใด ๆ เลยตามมาตรา 8 และมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2669 อันเป็นการคืนสิทธิเด็ดขาดอย่างเสมอภาค เท่าเทียม
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ? https://www.prachachat.net/politics/news-2081598
:
https://www.facebook.com/share/1DzQtNAw3W/