สวัสดีค่ะ ปัจจุบันหนูอายุ 26 ปี ทำงานอยู่เอเจนซี่โฆษณาที่หนึ่ง ตำแหน่งเกี่ยวกับการผลิตคอนเทนต์ที่ต้องใช้ความครีเอทีฟในการคิดงาน แล้วก็ทำอีกหลากหลายอย่างมากเลยค่ะ เช่น การวางกลยุทธ์ของคอนเทนต์ ทำ Report เป็นต้นนะคะประมาณนี้ หนูอยู่ที่นี่มาได้สองปีแล้วค่ะ เป็นที่แรกในชีวิตที่ทำงานด้วย บรรยากาศในการทำงานรอบตัวรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าดีนะคะแต่ว่าเรื่องงานมันค่อนข้างหนักสำหรับหนู คือช่วงแรกๆก็ยังสนุกอยู่ค่ะด้วยความที่เราจบใหม่แล้วเราก็ได้งานแรกในชีวิก็รู้สึกว่ายังมีไอเดียทำคอนเทนต์ต่างๆ ค่อนข้าง fresh เลยแหละ แต่พอมาปีหลังหลังมานี้ก็รู้สึกว่าตัวเองคิดงานไม่ค่อยออก ลูกค้าขอแก้เยอะเข้าก็เริ่มรู้สึกว่ามันช้ำแล้วก็ตันจริงๆ ซึ่งก็ปรึกษากับพี่ๆในทีม เขาก็บอกว่าลองไปดูแบรนด์อื่นๆสิเขาทำยังไงบ้าง แต่คือประเด็นเราคิดไม่ออกไงคะ ไอเดียมันไม่มา แล้วยิ่งเขาขอมาด่วนๆ เราก็คิดยิ่งไม่ออกค่ะ ซึ่งตรงจุดนี้ก็รู้สึกว่าเราเริ่มทรมานกับมันมากในการมานั่งคิดน่ะค่ะ และด้วยความที่เราเป็นคนคิดมากใช่ไหมคะเป็นคนกังวลด้วยเราก็จะชอบมานั่งทำงานวันหยุดหรือเสาร์อาทิตย์อย่างเงี้ยค่ะ เพราะเรารู้ว่าเราเป็นคนคิดช้า มันก็เลยเป็นการแก้ปัญหาของเราที่หนูพอจะคิดได้เพื่อให้มีงานส่งในวันจันทร์แบบนี้บ่อยๆ เลยค่ะ กลายเป็นว่าเหมือนเเราก็ทำงานเจ็ดวัน หนูแค่รู้สึกว่าอยากมีวันหยุดให้ตัวเองจริงๆบ้างแต่ก็คิดไม่ออกแล้วจริงๆค่ะว่าต้องทำยังไง แล้วก็รู้สึกว่ามีเอฟเฟกต์คือพอเหมือนหัวมันคิดอยู่ตลอดเวลา เวลานอนน่ะค่ะก็เลยรู้สึกว่าเรานอนไม่หลับมาหลายเดือนเเล้ว แล้วเราก็เหมือนจิตใจแย่ด้วยค่ะหลัง ๆ มาคืนก็ร้องไห้เดือนนึงประมาณสองรอบสามรอบค่ะ พ่อแม่ก็เห็นนะคะเราก็ไม่ได้อยากให้เค้าเห็นภาพเราในสภาพนี้หรอก แต่คือเราห้ามให้น้ำตามันไม่ได้จริงๆ มันก็เลยทำให้หนูคิดว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องออกไปหาที่ใหม่แล้วหรือเปล่า ประกอบกับงานที่เราถืออยู่น่ะค่ะก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างโอเวอร์โหลดด้วยแหละเเละ คนทำงานในทีมก็ไม่ได้มีเยอะซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยปรึกษากับหัวหน้านะคะแต่คนมันมีเท่านี้จริงๆก็คือก็ต้องช่วยกัน คือเราก็มองเห็นว่าหัวหน้าก็งานเยอะใช่ไหมคะ เราก็งานเยอะเหมือนกันแต่หนูก็ไม่แน่ใจว่าเยอะของของเราอ่ะมันเท่ากันไหมเเล้วด้วยความอาจจะเป็นตำแหน่งน้องเล็กในทีมอย่างเงี้ยค่ะ ก็เลยอาจจะไม่กล้าปฏิเสธเท่าไหร่ด้วยแหละ เพราะหนูเองก็กลัวสายตาเค้าที่มองมาว่าหนูจะเป็นคนไม่สู้งานหรือเปล่า หนูจะเป็นคนขี้เกียจหรือเปล่าอะไรแบบเนี่ยค่ะ แล้วก็พี่ที่นี้ค่อนข้างคอนเน็กชั่นเยอะค่ะในหลายที่ด้วย หนูก็กลัวด้วยค่ะว่าถ้าหนูไปอยู่ที่อื่นเค้าจะมาพูดอะไรเกี่ยวกับหนูหรือเปล่าในที่ใหม่ประมาณนี้ค่ะ
จนล่าสุดพอมาทำพอมาทำแคมเปญนึงค่ะก็รู้สึกว่ายิ่งทำยิ่งทรมานมากๆก็ปัญหาเดิมค่ะ ลูกค้าขอแก้เเต่การจะส่งกลับไปให้ลูกค้าเนี่ยคือต้องให้หัวหน้าดูก่อนใช่ไหมคะ พอเราแก้กลับไปหัวหน้าก็ไม่ซื้อเราก็คิดไม่ออกเเล้วค่ะ กลายเป็นว่างานเก่ามันไม่เสร็จ เพราะเราคิดงานไม่ออก เราก็ได้งานใหม่เรามาแบบคือทำ Report ที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลย แต่หัวหน้าก็ช่วยนะคะ แต่ที่เหลือเค้าก็ให้เราดำๆเอง ซึ่งมันก็ใช้เวลานานมากๆอะค่ะในการทำซึ่งมันก็ใช้เวลาค่ะในการทำ แล้วก็ได้มาอีกงานนึงค่ะที่จะต้องต้องส่งใกล้ๆกัน ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่ามันก็ Suffer มากๆค่ะ หนูนั่งร้องไห้ในการทำงานช่วงปีหลังหลังมาเดือนละสองถึงสามครั้งเลยอ่ะ แล้วก็มีครั้งนึงค่ะก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าไปนั่งร้องไห้ในที่ทำงานแล้วหัวหน้าเห็นน่ะค่ะ คือเราก็รู้ตัวเราด้วยแหละว่าเราเป็นคนตกผลึกช้าค่ะ ในการคิดงานแต่ละทีอ่ะเราอาจจะคิดช้ากว่าพี่แล้วก็คนในทีม มานั่งนึกอีกทีค่ะเราเริ่มอยากจะลาออกจริงๆ แล้ว เราอาจจะไม่ได้เหมาะกับที่นี่แล้วรึเปล่าไร เหมือนเราก็รู้ตัวว่าหมดใจประมาณนึงด้วยแหละ แต่หนูก็รู้สึกว่าหนูทำเต็มที่ของหนูแล้วใน 2 ปีที่ผ่านมา
ก็เลยอยากจะสอบถามพี่ ๆ ที่ทำงานมานานค่ะว่า หนูควรใช้เหตุผลอะไรดีในการแจ้งลาออกกับหัวหน้า เพื่อให้รู้สึกว่าเรายังเซฟใจตัวเองได้ค่ะแล้วก็ เซฟชื่อเสียงของเราไว้ด้วยค่ะ ควรบอกเหตุผลไปตรงๆ เลยดีไหมว่า ปัญหาหลักตอนนี้คือเราเริ่มคิดงานไม่ออกมันตัน คือถ้าลูกค้าไม่ขอแก้เยอะอะค่ะก็จะไม่รู้สึกแบบนี้หรอก แต่พอแก้แล้วขนาดหัวหน้ายังไม่ซื้อไอเดียเลย ต้องเริ่มแก้ซ้ำๆ ก็ถ้าพูดตรงตรงก็ท้ออยู่ค่ะเหตุการณ์นี้มันก็ไม่ได้เกิดแค่ครั้งสองครั้งตลอดสองปีที่ผ่านมา ประกอบกับงานที่ทำมาช่วงหลังค่อนข้างสเกลใหญ่ค่ะสำหรับความสามารถอย่างเราที่เราลองประเมินตัวเองแล้วว่า ณ ปัจจุบันเราอาจจะยังรับมือกับมันไม่ได้อะค่ะ เเละเมือเทียบกับเงินเดือนปัจจุบันด้วยคือไม่คุ้มกับค่าหมอที่เราต้องไปหาเลย คือในโลกการทำงานค่ะหนูเชื่อว่ามันกลมกว่าที่คิดอาจจะมีคนหนูไปทำงานที่ใหม่แล้วเค้าก็แบบรู้จักพี่ที่เก่าอะไร หรือแบบในวันนึงอะค่ะเราอาจจะได้วนกลับมาทำงานหรือแบบในวันนึงค่ะเราอาจจะได้วนกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งให้เค้าแบบยังมองเราโอเคอยู่ค่ะ
อาจจะยาวนิดนึงนะคะ หากอ่านแล้วงงตรงไหนขออภัยไว้ก่อนด้วยค่ะ
เเละขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเมนต์ที่แนะนำนะคะ
อยากขอคำปรึกษาพี่ๆ ที่ทำงานมานานว่า ควรใช้เหตุผลลาออกจากงานยังไง ให้เรายังดูดีในสายตาคนอื่น?
จนล่าสุดพอมาทำพอมาทำแคมเปญนึงค่ะก็รู้สึกว่ายิ่งทำยิ่งทรมานมากๆก็ปัญหาเดิมค่ะ ลูกค้าขอแก้เเต่การจะส่งกลับไปให้ลูกค้าเนี่ยคือต้องให้หัวหน้าดูก่อนใช่ไหมคะ พอเราแก้กลับไปหัวหน้าก็ไม่ซื้อเราก็คิดไม่ออกเเล้วค่ะ กลายเป็นว่างานเก่ามันไม่เสร็จ เพราะเราคิดงานไม่ออก เราก็ได้งานใหม่เรามาแบบคือทำ Report ที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลย แต่หัวหน้าก็ช่วยนะคะ แต่ที่เหลือเค้าก็ให้เราดำๆเอง ซึ่งมันก็ใช้เวลานานมากๆอะค่ะในการทำซึ่งมันก็ใช้เวลาค่ะในการทำ แล้วก็ได้มาอีกงานนึงค่ะที่จะต้องต้องส่งใกล้ๆกัน ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่ามันก็ Suffer มากๆค่ะ หนูนั่งร้องไห้ในการทำงานช่วงปีหลังหลังมาเดือนละสองถึงสามครั้งเลยอ่ะ แล้วก็มีครั้งนึงค่ะก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าไปนั่งร้องไห้ในที่ทำงานแล้วหัวหน้าเห็นน่ะค่ะ คือเราก็รู้ตัวเราด้วยแหละว่าเราเป็นคนตกผลึกช้าค่ะ ในการคิดงานแต่ละทีอ่ะเราอาจจะคิดช้ากว่าพี่แล้วก็คนในทีม มานั่งนึกอีกทีค่ะเราเริ่มอยากจะลาออกจริงๆ แล้ว เราอาจจะไม่ได้เหมาะกับที่นี่แล้วรึเปล่าไร เหมือนเราก็รู้ตัวว่าหมดใจประมาณนึงด้วยแหละ แต่หนูก็รู้สึกว่าหนูทำเต็มที่ของหนูแล้วใน 2 ปีที่ผ่านมา
ก็เลยอยากจะสอบถามพี่ ๆ ที่ทำงานมานานค่ะว่า หนูควรใช้เหตุผลอะไรดีในการแจ้งลาออกกับหัวหน้า เพื่อให้รู้สึกว่าเรายังเซฟใจตัวเองได้ค่ะแล้วก็ เซฟชื่อเสียงของเราไว้ด้วยค่ะ ควรบอกเหตุผลไปตรงๆ เลยดีไหมว่า ปัญหาหลักตอนนี้คือเราเริ่มคิดงานไม่ออกมันตัน คือถ้าลูกค้าไม่ขอแก้เยอะอะค่ะก็จะไม่รู้สึกแบบนี้หรอก แต่พอแก้แล้วขนาดหัวหน้ายังไม่ซื้อไอเดียเลย ต้องเริ่มแก้ซ้ำๆ ก็ถ้าพูดตรงตรงก็ท้ออยู่ค่ะเหตุการณ์นี้มันก็ไม่ได้เกิดแค่ครั้งสองครั้งตลอดสองปีที่ผ่านมา ประกอบกับงานที่ทำมาช่วงหลังค่อนข้างสเกลใหญ่ค่ะสำหรับความสามารถอย่างเราที่เราลองประเมินตัวเองแล้วว่า ณ ปัจจุบันเราอาจจะยังรับมือกับมันไม่ได้อะค่ะ เเละเมือเทียบกับเงินเดือนปัจจุบันด้วยคือไม่คุ้มกับค่าหมอที่เราต้องไปหาเลย คือในโลกการทำงานค่ะหนูเชื่อว่ามันกลมกว่าที่คิดอาจจะมีคนหนูไปทำงานที่ใหม่แล้วเค้าก็แบบรู้จักพี่ที่เก่าอะไร หรือแบบในวันนึงอะค่ะเราอาจจะได้วนกลับมาทำงานหรือแบบในวันนึงค่ะเราอาจจะได้วนกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งให้เค้าแบบยังมองเราโอเคอยู่ค่ะ
อาจจะยาวนิดนึงนะคะ หากอ่านแล้วงงตรงไหนขออภัยไว้ก่อนด้วยค่ะ
เเละขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเมนต์ที่แนะนำนะคะ