​[แชร์เคสหมอ] น้ำหนักลดฮวบ 17 กิโลใน 1 ปี ใจสั่น มือสั่น... อย่าเพิ่งดีใจว่าลดน้ำหนักสำเร็จ! ผลเลือดออกมาเป็น "ไทรอยด์เป

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ 🩺



​วันนี้หมอมีเคสทางการแพทย์ที่น่าสนใจและพบได้ค่อนข้างบ่อยในเวชปฏิบัติมาแชร์ให้ฟังกันครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจจะมองข้าม หรือบางคนอาจจะแอบดีใจเวลาเห็นน้ำหนักตัวลดลงเยอะๆ โดยไม่ได้ออกกำลังกาย แต่จริงๆ แล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างครับ

​📌 จุดเริ่มต้นของเคส

​เคสนี้เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 27 ปี เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการ ใจสั่น มือสั่น และเหงื่อออกเยอะมาก

ที่น่าตกใจคือ น้ำหนักตัวลดลงจาก 92 kg เหลือ 75 kg (หายไป 17 kg!) ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยที่เจ้าตัวปฏิเสธการใช้ยาลดน้ำหนัก อดอาหาร หรือใช้สารเสพติดใดๆ ครับ

​เมื่อทำการตรวจร่างกาย (Physical Examination) พบว่า:

​มีภาวะ Tachycardia (หัวใจเต้นเร็วถึง 125 ครั้ง/นาที - bpm) ​มี Resting tremor (มือสั่นขณะพัก) ​ตรวจคอไม่พบต่อมไทรอยด์โต (No thyroid gland enlargement) ​ไม่มีอาการตาโปนหรือหนังตาผิดปกติ (No exophthalmos, no lid lag, no lid retraction)

​🧪 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Thyroid Function Test)

​พอส่งเจาะเลือดดูค่าฮอร์โมนไทรอยด์ ปรากฏว่าค่าออกมาผิดปกติแบบสุดขั้วทุกค่าเลยครับ:

​TSH < 0.005 (ต่ำมากจนแทบวัดค่าไม่ได้) ​Free T4 > 7.77 (สูงทะลุเพดาน) ​Free T3 > 32.5 (สูงทะลุเพดาน)



​จากอาการและผล Lab ทั้งหมด จึงวินิจฉัยได้ชัดเจนว่าผู้ป่วยเป็น Hyperthyroidism หรือ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ครับ

​💊 แนวทางการรักษาในเคสนี้

​ในการดูแลรักษา หมอได้จ่ายยาหลักๆ 2 ตัวครับ:

​Methimazole (MMI): ตัวนี้เป็นยาต้านไทรอยด์ โดยออกฤทธิ์ไปยับยั้งเอนไซม์ TPO (Thyroid Peroxidase) ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำไอโอดีนมาสังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอยด์ (T3 และ T4) เพิ่มเติมได้
​Propranolol (High dose): จ่ายในขนาดสูงเพื่อช่วยลดอาการที่เกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์เกิน (Sympathetic Overactivity) เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง มือสั่น และเหงื่อออกมาก นอกจากนี้ Propranolol ในขนาดสูงยังมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนฮอร์โมน T4 ให้กลายเป็น T3 ในเนื้อเยื่อส่วนปลาย (Peripheral tissue) ได้อีกด้วยครับ

💡 เกร็ดความรู้ทางการแพทย์ที่หลายคนมักเข้าใจผิด!

​เคสนี้หมอนัดติดตามอาการอีกครั้งในอีก 1 เดือน พร้อมเจาะเลือดติดตามผล Free T4 (FT4) และ Free T3 (FT3) โดย ยังไม่ต้องติดตามค่า TSH ครับ!

​เหตุผลคืออะไร?

เพราะในช่วงที่เริ่มรักษาหรือปรับยาใหม่ๆ ค่า TSH มักจะเกิดภาวะที่เรียกว่า Lag effect คือค่า TSH อาจจะยังคงต่ำค้างอยู่ได้อีกสักระยะ แม้ว่าระดับ Free T4 หรือ Free T3 จะเริ่มลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ (Euthyroid) แล้วก็ตาม ดังนั้นการเจาะ TSH ในช่วงแรกจึงอาจทำให้ประเมินผลคลาดเคลื่อนได้ครับ

​นอกจากนี้ หมอได้ส่งตรวจ TRAb (Thyrotropin Receptor Antibody) ซึ่งเป็นการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิต้านทานที่ไปกระตุ้นตัวรับฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและติดตามโรคไทรอยด์เป็นพิษชนิด Grave's Disease เพิ่มเติมด้วยครับ

​หมออยากฝากไว้ว่า ถ้าใครหรือคนใกล้ชิดมีอาการกินเท่าเดิมแต่น้ำหนักลดลงไวผิดปกติ ใจสั่นง่าย เหนื่อยง่าย มือสั่น ลองแวะไปตรวจเช็กสุขภาพและเจาะเลือดดูค่าไทรอยด์กันบ้างนะครับ โรคนี้ถ้าเจอเร็วและรักษาถูกวิธี อาการจะกลับมาดีขึ้นได้อย่างปลอดภัยครับ

​หากเพื่อนๆ หรือพี่ๆ บุคลากรทางการแพทย์ท่านไหนมีข้อสงสัย หรืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเคสไทรอยด์ สามารถคอมเมนต์พูดคุยกันใต้กระทู้นี้ได้เลยนะครับ!

​ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ แล้วไว้พบกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ 🩺✨

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่