สหรัฐอเมริกาทุ่มปลูกข้าวหอมมะลิ Made in USA เขย่าตลาดข้าวหอมมะลิไทย ดันพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิในสหรัฐกว่า1.2 แสนไร่มากสุด

กระทู้สนทนา
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานสถานการณ์การแข่งขันในตลาดข้าวหอมมะลิในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก พบว่าสภาข้าวแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USA Rice Federation กำลังเร่งส่งเสริม และพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิปลูกในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกา และลดการพึ่งพาการนำเข้าข้าวหอมมะลิจากต่างประเทศอย่างจริงจัง ดังนั้น ความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนนี้กลายเป็นแรงกดดันอย่างมากต่อส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยในระยะยาวของตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

สำหรับข้าวหอมมะลิไทยในตลาดอเมริกาเหนือนั้น แม้ปัจจุบันข้าวหอมมะลิส่วนใหญ่ที่บริโภคในสหรัฐอเมริกาจะยังคงนำเข้าจากประเทศไทยเป็นหลัก โดยแต่ละปี สหรัฐอเมริกานำเข้าข้าวจากไทยราว 1.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าราว 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 50,400 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นข้าวหอมมะลิจากไทยสูงถึงประมาณ 800,000 ตัน แต่แนวโน้มดังกล่าวกำลังกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายของไทยอย่างมาก

การสำรวจความพร้อมของภาคการเกษตรในสหรัฐอเมริกา พบว่าปัจจุบัน 6 รัฐซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ อาร์คันซอ แคลิฟอร์เนีย ลุยเซียนา มิสซิสซิปปี มิสซูรี และเท็กซัส สามารถผลิตข้าวหอมมะลิได้ทั้งหมดแล้ว ในปี 2026 สหรัฐอเมริกามีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึงประมาณ 50,000 เอเคอร์ หรือราว 126,400 ไร่ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ เนื่องจากเกษตรกรมีความต้องการปลูกสูงขึ้นอย่างมาก

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกากำลังสร้างห่วงโซ่อุปทานข้าวหอมมะลิขึ้นภายในประเทศอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การวางระบบประกันภัยพืชผล การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงช่องทางการจำหน่าย สอดรับกับอัตราการเติบโตของตลาดข้าวหอมมะลิที่มีการขยายตัวเฉลี่ย 4% ต่อปี ดังนั้น คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 7% ภายในปี 2030 ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนแบรนด์ข้าวหอมมะลิท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาด้วย

ที่มา

ความเห็นจขกท. สหรัฐทำนาแปลงใหญ่ ใช้เครื่องจักร,เทคโนโลยีมาช่วยมาก ต่อไปไทยจะมีปัญหาส่งออกข้าวแน่นอน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่