Nuts, Yes! แบรนด์ใหม่เครือ Yoguruto น่าลงทุนไหม

กระทู้สนทนา
Nuts, Yes! แบรนด์นมถั่วผสมนมโอ๊ต ที่เพิ่งเปิดตัวโดยเครือเดียวกับ Yoguruto แบรนด์โยเกิร์ตปั่นที่ขยายสาขาเร็วที่สุดแบรนด์หนึ่งในประเทศไทย สาขาแรกอยู่ชั้น 1 ของ The Street Ratchada เป็นแบรนด์ที่ 3 ในเครือ ต่อจาก Yoguruto และ Beluga ที่ขายกรีกโยเกิร์ต

ขายอะไรบ้าง ฐานคือนมถั่วผสมนมโอ๊ต แต่งเป็นโกโก้ กาแฟ มัตฉะได้ ราคาเริ่มที่ Peanut Milk แก้วเล็ก 59 บาท Almond Milk 69 Pistachio Milk 89 และ Hazelnut Cocoa แก้วกลาง 119 มีท็อปปิ้งครีมถั่วเริ่ม 15 บาท เลือกหวานได้ 5 ระดับ และมีกาแฟ มัตฉะล้วน กับเบเกอรี่เสริม

ทำไมเครือโยเกิร์ตถึงหันมาทำนมถั่ว ผมมองว่ามีเหตุผลทางธุรกิจที่ฉลาดอยู่ 3 ข้อ

ข้อ 1 ตลาดโยเกิร์ตปั่นแข่งดุขึ้นมาก ปีนี้มีแบรนด์ใหม่เปิดราคาเริ่ม 49 บาท และมีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาหลายเจ้า

ข้อ 2 Yoguruto เคยเจอปัญหาวัตถุดิบโยเกิร์ตขาดชั่วคราว เพราะโยเกิร์ตต้องใช้เวลาหมัก การมีสินค้าที่ไม่ต้องหมักจึงเป็นการกระจายความเสี่ยง

ข้อ 3 ตลาดนมจากพืชยังโต ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าปี 2569 มีมูลค่าราว 4,200 ล้านบาท โตราว 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ร้านที่ขายนมถั่วเป็นเมนูหลักในราคาแมสยังมีน้อยมาก

แฟรนไชส์ราคาเท่าไร ยังไม่มีใครรู้ครับ วันนี้แบรนด์ยังไม่ได้ประกาศราคา แพ็กเกจ หรือเงื่อนไขใดๆ อย่างเป็นทางการ ข่าวเปิดตัวพูดถึงแค่เมนู ราคา และสาขาแรก

สิ่งที่พอใช้เป็นกรอบได้คือตัวเลขของแบรนด์แม่ แฟรนไชส์ Yoguruto ปี 2569 ค่าแฟรนไชส์เริ่มราว 125,000 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

งบเปิดร้านรวม 700,000 ถึง 1,000,000 บาท ค่ารอยัลตี้ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ค่าการตลาดอีก 2.5 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทุกเดือน สัญญา 3 ปี พื้นที่ขั้นต่ำราว 8 ตารางเมตร

ถ้า Nuts, Yes! ใช้โมเดลใกล้เคียงกัน ค่าแฟรนไชส์น่าจะอยู่หลักแสนต้นๆ แต่ผมเดาว่างบรวมอาจสูงกว่า เพราะมีกาแฟกับเบเกอรี่ ต้องมีเครื่องชงกาแฟและตู้ขนมเพิ่ม และพื้นที่ก็น่าจะต้องกว้างกว่า 8 ตารางเมตร ย้ำอีกครั้งนะครับ ตัวเลขนี้คือการประเมิน ไม่ใช่ราคาที่แบรนด์ประกาศ

ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมว่าสำคัญที่สุด ไม่ใช่ราคาแฟรนไชส์ แต่คือจำนวนแก้วต่อวัน

ลองตั้งสมมติฐานร้านในห้างดูครับ งบรวม 850,000 ราคาเฉลี่ยแก้วละ 79 บาท เปิด 30 วัน ต้นทุนวัตถุดิบและแก้ว 35 เปอร์เซ็นต์ ค่ารอยัลตี้บวกการตลาด 5 เปอร์เซ็นต์ ค่าเช่า 35,000 พนักงาน 2 คน 30,000 ค่าน้ำไฟและอื่นๆ 8,000 รวมค่าใช้จ่ายคงที่ 73,000 บาทต่อเดือน

ถ้าขายได้วันละ 80 แก้ว กำไรราว 40,000 ต่อเดือน คืนทุนราว 21 เดือน วันละ 120 แก้ว กำไรเกือบ 100,000 คืนทุนราว 9 เดือน วันละ 160 แก้ว กำไรเกิน 150,000 คืนทุนราว 6 เดือน

จากสมมติฐานเดียวกัน แต่ละแก้วเหลือเงินไว้จ่ายค่าเช่าและค่าแรงประมาณ 47 บาท แปลว่าคุณต้องขายวันละราว 51 แก้ว แค่ให้เท่าทุน ยังไม่มีกำไรสักบาท และถ้าอยากคืนทุนให้ทันภายในสัญญา 3 ปี ต้องขายเฉลี่ยวันละเกือบ 70 แก้วทุกวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีเดือนเงียบ ตัวเลขทั้งหมดนี้ยังไม่รวมภาษีและค่าเสื่อมอุปกรณ์ด้วย

ข้อดีของแบรนด์คือมีประสบการณ์ขยายแฟรนไชส์จริง มีคู่มือมาตรฐานการทำงาน หรือ Standard Operating Procedure (SOP) ที่ของ Yoguruto หนากว่า 100 หน้า มีทีมควบคุมคุณภาพ หรือ Quality Control (QC) เข้าตรวจสาขา ตลาดนมถั่วราคาแมสยังว่าง เมนูขายได้ทั้งเช้าและบ่าย และไม่ต้องพึ่งการหมักเหมือนโยเกิร์ต

แต่ข้อเสียก็ชัดไม่แพ้กัน แบรนด์ใหม่มาก มีสาขาเดียว ยังไม่มียอดขายจริงให้ดู พิสตาชิโอ อัลมอนด์ เฮเซลนัตส่วนใหญ่นำเข้า ต้นทุนแกว่งตามค่าเงินบาท คนไทยบางกลุ่มยังไม่คุ้นกับนมถั่วเป็นเครื่องดื่มหลัก ร้านเครื่องดื่มที่ดังจากโซเชียลมักมีช่วงพีคแล้วยอดตก ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์แปลว่ายิ่งขายดียิ่งจ่ายมาก สัญญา 3 ปีทำให้เวลาทำกำไรสั้น และร้านต้องจัดการเรื่องคนแพ้ถั่วอย่างเข้มงวด เพราะนี่คือร้านที่ถั่วอยู่ในแทบทุกแก้ว

ถ้าจะเทียบกับเจ้าอื่น Nuts, Yes! ไม่มีคู่แข่งตรงที่เป็นแฟรนไชส์นมถั่วราคาแมส คู่แข่งจริงคือทุกร้านที่แย่งเงินในกระเป๋าลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ทั้งโยเกิร์ตปั่นอย่าง Mr. Jolly Yogurt ที่แพ็กเกจ 350,000 และค่าธรรมเนียมรายเดือนแบบคงที่ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับสาขาที่ขายดี หรือร้านมัตจะที่ค่าแฟรนไชส์แพงกว่าหลายเท่าแต่ขายแก้วละแพงกว่า และร้านกาแฟชาทั่วไปที่ลงทุนน้อยกว่าแต่ไม่มีจุดต่าง

แล้วสรุปน่าสมัครไหม คำตอบของผมคือ น่าจับตาครับ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะลงเงิน

ในธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ลงทุนกลุ่มแรกได้ทำเลดีก่อนก็จริงครับ แต่ก็เป็นกลุ่มที่จ่ายค่าเรียนรู้แทนแบรนด์ด้วย

อ้างอิง https://bkklovehoro.com/nuts-yes-franchise-2569/investment/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่