จงออกห่างจากบาปใหญ่ กับความเมตตาอันล้นพ้น อย่าท้อแท้กับการเตาบะฮฺตัว (กลับเนื้อกลับตัว) หลายครั้ง

กระทู้สนทนา
จงออกห่างจากบาปใหญ่

อัลกะบาอิร คือ บาปใหญ่ต่างๆ
– เมื่อรู้ตัวแล้ว รีบสำนึกผิด
– เมื่อมีคนมาบอก อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ทิ้งทันที
– บ่าวของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ถ้าคนนั้นเขาเคร่งครัดอยู่ในศาสนาของอัลลอฮฺ เวลาพลาดทำผิดอะไรไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะมีคนมาบอกเขา หรือจะมีสัญญาณเตือน อัลลอฮฺจะให้รู้ว่าผิดนะ ทำผิดแล้ว

อุลามาอฺให้ข้อสรุปเกี่ยวกับบาปใหญ่ ดังนี้
1. บาปที่มีโทษในโลกดุนยาเป็นบาปใหญ่
– ความผิด บาปทุกอย่าง ที่มีบทลงโทษในโลกดุนยา เช่น คนขโมย-ตัดมือ ทำซินา-ถูกตี/ขว้างหิน เป็นบทลงโทษแห่งความเมตตาและความยุติธรรม
1) คดีซินา (ผิดประเวณี) ต้องมีพยานชายเที่ยงธรรมเห็นพร้อมกัน 4 คน หากไม่ชัดเจน ผู้ปรักปรำจะถูกลงโทษฐานพยานเท็จ
2) คดีขโมย ทรัพย์สินต้องมีมูลค่าตามเกณฑ์ อยู่ในที่มิดชิดปลอดภัย โดยผู้ทำไม่ใช่ทำเพราะความอดอยาก สถิติตัดขโมยจึงน้อยมาก สังคมปลอดภัยสูง
3) ลบล้างบาป โทษในโลกนี้เพื่อหยุดความเสียหายและลบล้างบาป ไม่ต้องไปรับโทษที่สาหัสกว่าในโลกหน้า

– จากท่านญาบิร รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า : มีชายคนหนึ่งเดินทางมาจากเมืองญัยชาน แล้วเขาได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเครื่องดื่มชนิดหนึ่งทำจากข้าวฟ่างที่พวกเขานิยมดื่มกันในบ้านเมืองของเขา มีชื่อเรียกว่า ‘มิซร์ ’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงถามว่า “มันเป็นสิ่งที่ทำให้มึนเมาหรือไม่?” เขาตอบว่า ‘ใช่ครับ’ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า “ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่ต้องห้าม และแท้จริงเป็นพันธสัญญาเหนืออัลลอฮฺ อัซซะวะญัล (ผู้ทรงอำนาจ และผู้ทรงยิ่งใหญ่) สำหรับผู้ที่ดื่มสิ่งที่ทำให้มึนเมาว่า พระองค์จะทรงให้เขาได้ดื่มฏีนะตุลเคาะบาล” พวกเขา (บรรดาเศาะฮาบะฮฺ) กล่าวว่า “โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ อะไรคือฏีนะตุลเคาะบาล?” ท่านนบีกล่าวว่า “น้ำเหงื่อของชาวนรก หรือของเหลวสกปรกของชาวนรก” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2002)

– จากวาอิล อัลฮัฎเราะมี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฏอริก บิน สุวัยดฺ อัลญุอ์ฟี ได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับสุรา (สิ่งมึนเมา) แล้วท่านนบีได้ห้ามเขา หรือไม่ชอบที่จะให้เขาผลิตมันขึ้นมา เขา (ฏอริก) จึงกล่าวว่า ‘แท้จริงฉันเพียงแค่ผลิตมันขึ้นมาเพื่อเป็นยา’ ท่านนบีจึงกล่าวว่า “แท้จริงมันไม่ใช่ยา แต่มันเป็นโรค” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 1984)


- - -
2. บาปที่มีเรื่องของการสาปแช่งอยู่ในนั้น ถือเป็นบาปใหญ่

อัลกุรอานที่ระบุอัลลอฮฺสาปแช่ง หรือหะดีษที่บอกไว้ว่า รอซูลสาปแช่ง ถือว่าเป็นบาปใหญ่ เช่น
– จากอิบนุ อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงสาปแช่ง (ละอฺนัต) สุรา (สิ่งมึนเมา) และผู้ดื่มมัน และผู้รินมัน และผู้ขายมัน และผู้ซื้อมัน และผู้คั้นมัน และผู้ขอให้คั้นมัน และผู้ขนส่งมัน และผู้ที่มันถูกขนส่งไปให้เขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 3674)

อัลลอฮฺสาปแช่งผู้ชายที่เลียนแบบผู้หญิง ผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชาย การแต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม เป็นบาปใหญ่
– จากอิบนุ อับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่ง (ละอฺนัต) บรรดาผู้ที่พยายามเลียนแบบจากกลุ่มผู้ชายให้เหมือนผู้หญิง และบรรดาผู้ที่พยายามเลียนแบบกลุ่มผู้หญิงให้เหมือนผู้ชาย (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ เลขที่ 5885)

– “และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาหลงผิด และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาเพ้อฝัน (ตัฟซีร: มีความปรารถนาในสิ่งต่างๆ อย่างลมๆ แล้งๆ) และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะใช้พวกเขา (ตัฟซีร: ด้วยการชี้นำ เสี้ยมสอน และยุยง) แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะผ่าหูปศุสัตว์ (ตัฟซีร: เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าได้อุทิศมันให้แก่เจว็ดที่พวกเขาเคารพสักการะแล้ว ในการนี้เขาจะปล่อยมันให้มีชีวิตอยู่โดยไม่ใช้งานมันจะกระทั่งเชือดถวายให้แก่เจว็ด) และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะใช้พวกเขา แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสร้าง (ตัฟซีร: คือเปลี่ยนลักษณะของเพศชายให้เป็นเพศหญิง หรือในทางตรงกันข้าม หรือปลอมแปลงหน้าตา ตลอดจนเปลี่ยนแปลงลักษณะของผู้อื่นเพื่อให้ผู้คนเข้าใจผิด เช่น ที่พวกยิวได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของท่านนบี เป็นต้น) และผู้ใดที่ยึดเอาชัยฏอนเป็นผู้ช่วยเหลือแล้ว แน่นอนเขาก็ขาดทุนอย่างชัดเจน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัน-นิซาอฺ 119 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)

– “ดังนั้น เจ้าจงผินหน้าของเจ้าสู่ศาสนาที่เที่ยงแท้ (โดยเป็น) ธรรมชาติของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการสร้างของอัลลอฮฺ นั่นคือศาสนาอันเที่ยงตรง แต่ส่วนมากของมนุษย์ไม่รู้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 30)


- - -
3. บาปที่เกี่ยวข้องกับการตั้งภาคี เป็นบาปใหญ่

– น้ำ อัลลอฮฺเป็นผู้ให้ ถ้าคิดว่า ฉันเป็นคนผลิต ไม่ใช่อัลลอฮฺ เป็นบาปใหญ่ ถึงขั้นชิริก (ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ)

– จากอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ฉันได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า ‘บาปใดใหญ่ที่สุดสำหรับอัลลอฮฺ’ ท่านนบีตอบว่า “คือการที่ท่านทำให้มีสิ่งที่เสมอเสมือนอัลลอฮฺ ทั้งที่พระองค์สร้างท่าน” ฉันกล่าวว่า ‘แท้จริงดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตมาก’ จากนั้นฉันถามต่อว่า ‘ถัดมาคือบาปใด’ ท่านนบีตอบว่า “คือการที่ท่านสังหารลูกของท่านเพราะกลัวว่าเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับท่าน” ฉันกล่าวว่า ‘ถัดจากนั้นคือบาปใด’ ท่านนบีตอบว่า “คือการที่ท่านทำซินากับภรรยาของเพื่อนบ้านท่าน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 4477)

– มีบาปใหญ่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ แต่ไม่สิ้นสภาพของการเป็นมุสลิม เรียกว่า “ชิริกเล็ก” คือการปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ ไม่ได้ทำเพื่อพระองค์อย่างบริสุทธิ์ใจ อัลลอฮฺไม่ทรงรับการงานใดที่มีการโอ้อวด

จากมะห์มูด บิน ละบีด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงสิ่งที่เป็นกังวลที่สุด ที่ฉันกลัวว่าจะเกิดขึ้นกับพวกท่านคือ ชิริกเล็ก (การตั้งภาคีเล็ก)” พวกเขา (บรรดาศอฮาบะฮฺ) ถามว่า “อะไรคือชิริกเล็ก โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ” ท่านนบีตอบว่า “การโอ้อวด อัลลอฮฺ อัซซะวะญัล (ผู้ทรงอำนาจ และผู้ทรงยิ่งใหญ่) จะทรงตรัสแก่พวกเขาในวันกิยามะฮฺ เมื่อมนุษย์ทุกคนได้รับการตอบแทนตามการงานของพวกเขาว่า ‘พวกเจ้าจงไปหาบรรดาผู้ที่พวกเจ้าเคยโอ้อวดในโลกดุนยา แล้วพวกเจ้าลองดูเถิดว่า พวกเจ้าจะพบรางวัลตอบแทน ณ ที่พวกเขาเหล่านั้นไหม’” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อะหมัด เลขที่ 23630)

– จากท่านอบูมูซา อัล-อัชอะรีย์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย จงระวังป้องกันชิริก (การตั้งภาคี) นี้เถิด เพราะแท้จริงมันซ่อนเร้นยิ่งกว่าการคืบคลานของมด” แล้วมีผู้ที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้เขาถามท่านนบีว่า ‘และพวกเราจะป้องกันมันได้อย่างไร ในเมื่อมันซ่อนเร้นยิ่งกว่าการคืบคลานของมด โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ?’ ท่านนบีจึงกล่าวว่า “พวกท่านจงกล่าวเถิดว่า

اللَّهُمَّ إِنَّا نَعُوذُ بِكَ مِنْ أَنْ نُشْرِكَ بِكَ شَيْئًا نَعْلَمُهُ، وَنَسْتَغْفِرُكَ لِمَا لَا نَعْلَمُهُ

(อ่านว่า : อัลลอฮมมะ อินนา นะอูซูบิกะ มินอันนุชริกะ
บิกะชัยอัน นะอฺละมุฮู วะนัสตัฆฟิรุกา ลิมาลา นะละมุฮู)

‘โอ้ อัลลอฮฺ แท้จริงพวกเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากการที่พวกเราจะตั้งภาคีต่อพระองค์ในสิ่งที่พวกเรารู้ และพวกเราขออภัยโทษต่อพระองค์ในสิ่งที่พวกเราไม่รู้’” (บันทึกหะสัน บันทึกโดยฏ็อบรอนีย์ ใน อัลมุอ์ญัม อัลเอาสัฏ เลขที่ 3479)


- - -
4. บาปที่ท่านนบีบอกว่า ไม่ได้เข้าสวรรค์ ถือเป็นบาปใหญ่ เช่น

– จากญุเบร บินมุฏอิม รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ที่ตัดสัมพันธ์กับเครือญาติเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2556)

– จากอับดิลลาฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “จะไม่ได้เข้าสวรรรค์ ผู้ใดที่ในหัวใจของเขามีน้ำหนักเท่าผงธุลี จากส่วนของความยะโส” ชายคนหนึ่งได้กล่าวขึ้นว่า ‘โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ แท้จริงการที่ชายคนหนึ่งต้องการให้เสื้อผ้าของเขาสวยงาม รองเท้าของเขาสวยงามเล่า’ ท่านนบีตอบว่า “แท้จริง อัลลอฮฺทรงงดงาม พระองค์ทรงรักความงดงาม ความยะโสคือการปฏิเสธความจริง และดูหมิ่นเพื่อนมนุษย์” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 91)

– คำว่า ไม่ได้เข้าสวรรค์ คือ ไม่ได้เข้าสวรรค์ทันที หรือถูกลงโทษในนรกก่อน จนกว่าบาปจะหมด


- - -
5. บาปที่ท่านนบีระบุว่า เป็นชาวนรก ถือเป็นบาปใหญ่ เช่น
– จากอบูฮุรอยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “มีสองกลุ่มจากชาวนรกที่ฉันยังไม่ได้เห็นพวกเขา ชนกลุ่มหนึ่งมีแส้หลายเส้นคล้ายหางวัวอยู่กับพวกเขา พวกเขารุมตีผู้คนด้วยกับมัน และบรรดาสตรีผู้ส่วมใส่เสื้อผ้าเหมือนเปลือยกาย ทำให้ผู้อื่นหลงใหลยั่วยวน หันเหออกจากหลักการความดี ศีรษะของพวกนางคล้ายกับโหนกของอูฐพันธุ์บุคต์ (อูฐที่มีโหนกใหญ่) ที่โป่งนูนเด่นชัด พวกนางจะไม่ได้เข้าสวรรค์ และจะไม่ได้กลิ่นอายของมัน และแท้จริงกลิ่นอายของมันจะโชยไปถึงแน่นอน จากระยะการเดินทางเท่านั้นเท่านี้” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2128)


- - -
6. บาปที่ท่านนบีระบุว่า คนแบบนี้จะไม่พบกับกลิ่นอายของสวนสวรรค์ ถือว่าเป็นบาปใหญ่ เช่น
– จากเษาบาน รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “สตรีใดก็ตามที่ขอให้สามีของนางหย่าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กลิ่นอายสวนสวรรค์ย่อมเป็นสิ่งต้องห้ามแก่นาง” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัล-บัยฮะกีย์ เลขที่ 14974)


- - -
ความเมตตาอันล้นพ้น: อย่าท้อแท้กับการเตาบะฮฺตัวหลายครั้ง
คนที่ทำผิดมาขนาดไหนก็แล้วแต่ เมื่อสำนึกผิดด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ แต่กลับทำผิดอีก อุลามาอฺอธิบายว่า คนเรามีโอกาสที่อีมานจะอ่อนลง มีโอกาสอ่อนแอ ไปพ่ายแพ้กับการล่อลวงของชัยฏอน ถลำตัวทำบาปอีก เมื่อกลับมา ขอให้แต่ละครั้ง เตาบะฮฺตัวสู่อัลลอฮฺ เสียใจ บริสุทธิ์ใจจริงๆ ถือว่าไม่ได้เป็นมุนาฟิก

– จาก อบูฮุรอยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในสิ่งที่ท่านได้เล่าต่อ จากพระผู้เป็นอภิบาลของท่าน อัซซะวะญัล (ผู้ทรงอำนาจ และผู้ทรงยิ่งใหญ่) ว่า “บ่าวคนหนึ่งได้ทำบาป แล้วกล่าวว่า “ข้าแต่อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยบาปให้บ่าวด้วยเถิด” อัลลอฮฺ ตะบาร่อกะวะตะอาลา (ผู้ทรงจำเริญและทรงสูงส่งยิ่ง) จะตรัสว่า ‘บ่าวของเราได้ทำบาป และเขารู้ว่าตัวเขามีผู้อภิบาลที่จะให้อภัยบาปนั้น และจัดการลงโทษตามบาปนั้นได้’ หลังจากนั้นเขาได้กลับไปทำบาปอีกแล้วกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้อภิบาล ได้โปรดอภัยบาปให้บ่าวด้วยเถิด” อัลลอฮฺ ตะบาร่อกะวะตะอาลา (ผู้ทรงจำเริญและทรงสูงส่งยิ่ง) จะตรัสว่า ‘บ่าวของเราได้ทำบาป และรู้ว่าตัวเขามีผู้อภิบาลที่จะให้อภัยบาปนั้น และจัดการลงโทษตามบาปนั้นได้’ หลังจากนั้นเขาได้กลับไปทำบาปอีก แล้วกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้อภิบาล ได้โปรดอภัยบาปให้บ่าวด้วยเถิด” อัลลอฮฺ ตะบาร่อกะวะตะอาลา (ผู้ทรงจำเริญและทรงสูงส่งยิ่ง) จะตรัสว่า ‘บ่าวของเราได้ทำบาป และรู้ว่าตัวเขามีผู้อภิบาลที่จะให้อภัยบาปนั้น และจัดการลงโทษตามบาปนั้นได้ เจ้าจงทำเถิดในสิ่งที่ต้องการ เราได้อภัยโทษให้เจ้าแล้ว’” (หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2758)

– เพราะมนุษย์มีหัวใจที่พลิกผันได้ อย่าดูถูกคนทำผิด นบีตำหนิอย่างมาก

– อย่าท้อแท้ หรือเบื่อหน่ายกับการเตาบะฮฺตัวหลายครั้ง เพราะระยะเวลาที่ละเว้นจากการทำผิดจะยาวนานขึ้น และจะทำผิดน้อยลง เมื่อกลับตัวทุกครั้ง อินชาอัลลอฮฺ เช่น ที่เคยทำผิดทุกสัปดาห์ กลายเป็นเดือน เป็นปี จนเลิกได้ในที่สุด อินชาอัลลอฮฺ


- - -
เนื้อหาสรุปจากคลิปในยูทูบ เรื่อง “จงออกห่างจากกะบาอิร” สอนโดย อ.ซิดดิ๊ก มูฮัมหมัดสอี๊ด

วัลลอฮุอะอฺลัม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่