Tesla Roadster เปิดจองในไทย 178,000 บาท เร่ง 0-100 ต่ำกว่า 1 วินาที รุ่น Rocket บินได้
Tesla Roadster กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีข้อมูลการเปิดรับจองผ่านเว็บไซต์ Tesla พร้อมเงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท ในประเทศไทย สำหรับ Tesla Roadster เป็นการกลับมาในรอบเกือบ 10 ปี หลังจากเปิดตัวต้นแบบไว้ตั้งแต่ปี 2017 และเลื่อนกำหนดมาหลายรอบจนในที่สุดทาง Tesla ก็เผยโฉม Tesla Roadster เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเวอร์ชันจริง ที่ในงานใกล้ฐานทดสอบจรวดของ SpaceX ที่เมืองเวโค รัฐเท็กซัส
โดยทาง Elon Musk นิยามรถคันนี้ว่าเป็นสุดยอดรถในยุคสุดท้ายที่ยังขับด้วยมนุษย์ และในงานยังโชว์ให้เห็นว่ารถวิ่งขึ้นทางลาดกลับหัว ตีลังกากลางอากาศ และกระโดดข้ามรถ Tesla รุ่นอื่น ๆ ได้จริง
Tesla Roadster เป็นรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า ที่ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งคันตามแนวทาง Cybertruck และ Cybercab ห้องโดยสารเน้นความเบาแบบรถแข่ง มาพร้อมพวงมาลัยแบบ steer-by-wire โดย Tesla Roadster จะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Performance, Thrust และ Rocket ซึ่งในทุกรุ่นมีระบบดูดอากาศใต้ท้องรถเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ขณะที่ในส่วน 2 รุ่นบนจะเพิ่มไอพ่นก๊าซเย็น ส่งผลทำให้ตัวรถมีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที อีกทั้งทาง Tesla ยังเคลมระยะทางวิ่งได้ไกลกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 483 กม.)
Tesla Roadster มี 3 รุ่น Performance, Thrust และ Rocket
Tesla Roadster รุ่นใหม่แบ่งเป็น 3 รูปแบบ โดยแต่ละรุ่นมีจุดประสงค์แตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่รถสปอร์ตสำหรับใช้งานบนถนน ไปจนถึงรุ่นที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่ง และรุ่นทดลองเทคโนโลยีแรงขับ
โดยในรุ่น Performance เป็นรุ่นพื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เน้นการขับขี่บนถนน พร้อมระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอ็กทีฟและระบบดูดอากาศใต้ท้องรถ เพื่อเพิ่มแรงกดและช่วยให้รถยึดเกาะพื้นผิวได้ดีขึ้น
ขณะที่ในรุ่น Thrust จะมีการเพิ่มระบบขับดันด้วยก๊าซเย็นบริเวณด้านท้าย เพื่อช่วยสร้างแรงผลัก และเพิ่มอัตราเร่ง โดย Tesla ระบุว่าสามารถทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 0.9 วินาที ส่วนในรุ่น Rocket ที่เป็นเวอร์ชันพิเศษ จะได้รับการติดตั้งหัวขับดันรอบตัวรถ
เร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที !
ตัวเลขสมรรถนะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ Tesla Roadster แตกต่างจากรถสปอร์ตไฟฟ้าทั่วไป จากข้อมูลเผยว่าในรุ่น Performance ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 1.6 วินาที รุ่น Thrust ต่ำกว่า 0.9 วินาที และรุ่น Rocket ต่ำกว่า 0.59 วินาที
โดยทาง Tesla ยังเผยอีกว่าตัวรถจะมีระยะทางวิ่งมากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความเร็วสูงสุดมากกว่า 230 ไมล์/ชม. หรือราว 370 กม./ชม.
รุ่น Rocket ใช้เทคโนโลยี SpaceX จนรถลอยได้
Tesla Roadster รุ่น Rocket จะเป็นรุ่นไฮไลต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือจะมากับระบบขับดันด้วยก๊าซเย็น (Cold-Gas Thruster) ซึ่งพัฒนาร่วมกับ SpaceX โดยระบบนี้จะใช้ก๊าซแรงดันสูงปล่อยออกจากหัวขับดันเพื่อสร้างแรงผลัก และควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ
ข้อมูลระบุว่ารุ่น Rocket มีหัวขับดัน 10 จุด พร้อมถังเก็บอากาศอัดความจุรวม 600 ลิตร ซึ่งระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้ช่วยเพิ่มแรงขับในทิศทางต่าง ๆ รวมถึงการยกตัวจากพื้น ขณะที่ระบบดูดอากาศใต้ท้องรถและแอโรไดนามิกส์มีหน้าที่เพิ่มแรงกดและช่วยควบคุมการยึดเกาะบนพื้นผิว
แต่คำว่า “รถบินได้” ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ระบบบินแบบเครื่องบิน และไม่ได้หมายความว่ารถสามารถขึ้นบินใช้งานได้อย่างอิสระเหมือนอากาศยานทั่วไป โดยในรุ่น Rocket ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานบนถนนสาธารณะ จึงไม่ใช่รถที่ผู้ซื้อสามารถนำมาขับใช้งานทั่วไปได้โดยอัตโนมัติ
ดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค ใช้วัสดุน้ำหนักเบา
Tesla Roadster ใหม่ปรับภาพลักษณ์จากรถสปอร์ตทรงโค้งมนของต้นแบบเดิม ไปสู่รูปทรงที่เฉียบคมและมีเหลี่ยมสันมากขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบยานยนต์และอากาศยาน เน้นพื้นผิวตัวถังที่เรียบและจัดการกระแสลมรอบคัน
ตัวรถใช้วัสดุน้ำหนักเบา อาทิเช่น แมกนีเซียม, ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมกระจกเคลือบสีทองอมทองแดงที่ให้อารมณ์คล้ายหน้ากากของชุดนักบินอวกาศ ส่วนสีตัวถัง Ano White มาในโทนขาวที่เน้นภาพลักษณ์ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายแบบรถสปอร์ต มีเบาะสองที่นั่งในรุ่น Performance และ Thrust ส่วน Rocket เหลือเพียงที่นั่งเดียว ใช้พวงมาลัยทรง Yoke พร้อมระบบควบคุมแบบ steer-by-wire และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล โดยรายละเอียดอุปกรณ์และสเปกสุดท้ายยังต้องรอข้อมูลของรถที่ผลิตจำหน่ายจริง
เริ่มผลิตจริงปี 2028
แม้ Tesla Roadster เจเนอเรชันใหม่จะเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังต้องรอต่อไปอีกระยะ โดย Elon Musk ระบุว่าเทสล่าตั้งเป้าเริ่มผลิตจริงในปี 2028 ซึ่งหมายความว่ารถรุ่นนี้ยังต้องใช้เวลาอีกกว่าจะเข้าสู่สายการผลิต และส่งมอบถึงมือลูกค้า
เปิดรับจอง TESLA ROADSTER ในประเทศไทย
โดยในเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทย ได้มีการเปิดรับจอง Roadster รุ่น Performance โดยชำระ 178,000 บาท ในวันจอง และอีก 1,598,000 บาท ภายใน 10 วัน รวมเงินจองทั้งหมด 1,776,000 บาท ขณะที่ในรุ่น Thrust อีก 10 วัน จ่าย 8,695,000 บาท รวมค่าจอง 8,873,000 บาท (ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินจองยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายของรถ) ซึ่งทาง Tesla ระบุว่าเงินมัดจำสามารถขอคืนได้เต็มจำนวน ทั้งนี้ทางบริษัทยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย สเปกสำหรับประเทศไทย และกำหนดส่งมอบอย่างเป็นทางการ
ที่มา : tesla, tesla.com/th_th, Electrek, InsideEVs
รถบินได้: Tesla Roadster เปิดจองในไทย 178,000 บาท เร่ง 0-100 ต่ำกว่า 1 วินาที รุ่น Rocket บินได้
Tesla Roadster กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีข้อมูลการเปิดรับจองผ่านเว็บไซต์ Tesla พร้อมเงินจองเริ่มต้น 178,000 บาท ในประเทศไทย สำหรับ Tesla Roadster เป็นการกลับมาในรอบเกือบ 10 ปี หลังจากเปิดตัวต้นแบบไว้ตั้งแต่ปี 2017 และเลื่อนกำหนดมาหลายรอบจนในที่สุดทาง Tesla ก็เผยโฉม Tesla Roadster เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเวอร์ชันจริง ที่ในงานใกล้ฐานทดสอบจรวดของ SpaceX ที่เมืองเวโค รัฐเท็กซัส
โดยทาง Elon Musk นิยามรถคันนี้ว่าเป็นสุดยอดรถในยุคสุดท้ายที่ยังขับด้วยมนุษย์ และในงานยังโชว์ให้เห็นว่ารถวิ่งขึ้นทางลาดกลับหัว ตีลังกากลางอากาศ และกระโดดข้ามรถ Tesla รุ่นอื่น ๆ ได้จริง
Tesla Roadster เป็นรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า ที่ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งคันตามแนวทาง Cybertruck และ Cybercab ห้องโดยสารเน้นความเบาแบบรถแข่ง มาพร้อมพวงมาลัยแบบ steer-by-wire โดย Tesla Roadster จะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Performance, Thrust และ Rocket ซึ่งในทุกรุ่นมีระบบดูดอากาศใต้ท้องรถเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ขณะที่ในส่วน 2 รุ่นบนจะเพิ่มไอพ่นก๊าซเย็น ส่งผลทำให้ตัวรถมีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที อีกทั้งทาง Tesla ยังเคลมระยะทางวิ่งได้ไกลกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 483 กม.)
Tesla Roadster มี 3 รุ่น Performance, Thrust และ Rocket
Tesla Roadster รุ่นใหม่แบ่งเป็น 3 รูปแบบ โดยแต่ละรุ่นมีจุดประสงค์แตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่รถสปอร์ตสำหรับใช้งานบนถนน ไปจนถึงรุ่นที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่ง และรุ่นทดลองเทคโนโลยีแรงขับ
โดยในรุ่น Performance เป็นรุ่นพื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เน้นการขับขี่บนถนน พร้อมระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอ็กทีฟและระบบดูดอากาศใต้ท้องรถ เพื่อเพิ่มแรงกดและช่วยให้รถยึดเกาะพื้นผิวได้ดีขึ้น
ขณะที่ในรุ่น Thrust จะมีการเพิ่มระบบขับดันด้วยก๊าซเย็นบริเวณด้านท้าย เพื่อช่วยสร้างแรงผลัก และเพิ่มอัตราเร่ง โดย Tesla ระบุว่าสามารถทำความเร็วจาก 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 0.9 วินาที ส่วนในรุ่น Rocket ที่เป็นเวอร์ชันพิเศษ จะได้รับการติดตั้งหัวขับดันรอบตัวรถ
เร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 1 วินาที !
ตัวเลขสมรรถนะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ Tesla Roadster แตกต่างจากรถสปอร์ตไฟฟ้าทั่วไป จากข้อมูลเผยว่าในรุ่น Performance ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 1.6 วินาที รุ่น Thrust ต่ำกว่า 0.9 วินาที และรุ่น Rocket ต่ำกว่า 0.59 วินาที
โดยทาง Tesla ยังเผยอีกว่าตัวรถจะมีระยะทางวิ่งมากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความเร็วสูงสุดมากกว่า 230 ไมล์/ชม. หรือราว 370 กม./ชม.
รุ่น Rocket ใช้เทคโนโลยี SpaceX จนรถลอยได้
Tesla Roadster รุ่น Rocket จะเป็นรุ่นไฮไลต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือจะมากับระบบขับดันด้วยก๊าซเย็น (Cold-Gas Thruster) ซึ่งพัฒนาร่วมกับ SpaceX โดยระบบนี้จะใช้ก๊าซแรงดันสูงปล่อยออกจากหัวขับดันเพื่อสร้างแรงผลัก และควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ
ข้อมูลระบุว่ารุ่น Rocket มีหัวขับดัน 10 จุด พร้อมถังเก็บอากาศอัดความจุรวม 600 ลิตร ซึ่งระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้ช่วยเพิ่มแรงขับในทิศทางต่าง ๆ รวมถึงการยกตัวจากพื้น ขณะที่ระบบดูดอากาศใต้ท้องรถและแอโรไดนามิกส์มีหน้าที่เพิ่มแรงกดและช่วยควบคุมการยึดเกาะบนพื้นผิว
แต่คำว่า “รถบินได้” ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ระบบบินแบบเครื่องบิน และไม่ได้หมายความว่ารถสามารถขึ้นบินใช้งานได้อย่างอิสระเหมือนอากาศยานทั่วไป โดยในรุ่น Rocket ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานบนถนนสาธารณะ จึงไม่ใช่รถที่ผู้ซื้อสามารถนำมาขับใช้งานทั่วไปได้โดยอัตโนมัติ
ดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค ใช้วัสดุน้ำหนักเบา
Tesla Roadster ใหม่ปรับภาพลักษณ์จากรถสปอร์ตทรงโค้งมนของต้นแบบเดิม ไปสู่รูปทรงที่เฉียบคมและมีเหลี่ยมสันมากขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบยานยนต์และอากาศยาน เน้นพื้นผิวตัวถังที่เรียบและจัดการกระแสลมรอบคัน
ตัวรถใช้วัสดุน้ำหนักเบา อาทิเช่น แมกนีเซียม, ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมกระจกเคลือบสีทองอมทองแดงที่ให้อารมณ์คล้ายหน้ากากของชุดนักบินอวกาศ ส่วนสีตัวถัง Ano White มาในโทนขาวที่เน้นภาพลักษณ์ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายแบบรถสปอร์ต มีเบาะสองที่นั่งในรุ่น Performance และ Thrust ส่วน Rocket เหลือเพียงที่นั่งเดียว ใช้พวงมาลัยทรง Yoke พร้อมระบบควบคุมแบบ steer-by-wire และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล โดยรายละเอียดอุปกรณ์และสเปกสุดท้ายยังต้องรอข้อมูลของรถที่ผลิตจำหน่ายจริง
เริ่มผลิตจริงปี 2028
แม้ Tesla Roadster เจเนอเรชันใหม่จะเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังต้องรอต่อไปอีกระยะ โดย Elon Musk ระบุว่าเทสล่าตั้งเป้าเริ่มผลิตจริงในปี 2028 ซึ่งหมายความว่ารถรุ่นนี้ยังต้องใช้เวลาอีกกว่าจะเข้าสู่สายการผลิต และส่งมอบถึงมือลูกค้า
เปิดรับจอง TESLA ROADSTER ในประเทศไทย
โดยในเว็บไซต์ Tesla ประเทศไทย ได้มีการเปิดรับจอง Roadster รุ่น Performance โดยชำระ 178,000 บาท ในวันจอง และอีก 1,598,000 บาท ภายใน 10 วัน รวมเงินจองทั้งหมด 1,776,000 บาท ขณะที่ในรุ่น Thrust อีก 10 วัน จ่าย 8,695,000 บาท รวมค่าจอง 8,873,000 บาท (ซึ่งทั้งหมดเป็นเงินจองยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายของรถ) ซึ่งทาง Tesla ระบุว่าเงินมัดจำสามารถขอคืนได้เต็มจำนวน ทั้งนี้ทางบริษัทยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย สเปกสำหรับประเทศไทย และกำหนดส่งมอบอย่างเป็นทางการ
ที่มา : tesla, tesla.com/th_th, Electrek, InsideEVs