เด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์ จะเขียน Resume และสัมภาษณ์งานยังไงให้ HR สนใจ

กระทู้สนทนา
เคยคิดสงสัยมั้ยว่า ทำไมบางคนเพิ่งเรียนจบ ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน แต่กลับได้รับโอกาสเรียกสัมภาษณ์ ขณะที่บางคนส่ง Resume ไปหลายบริษัทแล้วกลับเงียบหาย แน่นอนว่าการได้งานหรือไม่ได้งานมีหลายปัจจัย ทั้งคุณสมบัติของผู้สมัคร จำนวนตำแหน่งที่เปิดรับ และความต้องการของแต่ละบริษัท แต่มีอยู่ 2 เรื่องที่เด็กจบใหม่สามารถเตรียมตัวได้ด้วยตัวเอง นั่นคือ การเขียน Resume และการสัมภาษณ์งาน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่เคยทำงานประจำ อาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรน่าสนใจให้เขียนลงใน Resume ทั้งที่ความจริงแล้วประสบการณ์ระหว่างเรียนก็สามารถสะท้อนทักษะการทำงานได้เหมือนกัน

1. ไม่มีประสบการณ์ทำงาน ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรให้เขียน
ปัญหาหนึ่งของเด็กจบใหม่คือ มักเข้าใจว่า Resume ต้องมีแต่ประสบการณ์ฝึกงานหรือทำงานในบริษัทเท่านั้น แต่ลองคิดดูว่า ระหว่างเรียนเราเคยทำอะไรบ้าง เคยรับผิดชอบงานกลุ่ม เป็นหัวหน้าโครงการ จัดกิจกรรมมหาวิทยาลัย ทำเพจขายของ หรือช่วยงานธุรกิจที่บ้านหรือไม่
กิจกรรมเหล่านี้สามารถนำมาเขียนให้เห็นทักษะได้ หากอธิบายอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเขียนว่า "เคยจัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัย"
ลองเปลี่ยนเป็น "รับผิดชอบประสานงานและวางแผนกิจกรรมของคณะร่วมกับทีม 10 คน ตั้งแต่เตรียมงานจนถึงวันจัดกิจกรรม"
แบบหลังช่วยให้คนอ่านเห็นภาพมากกว่าว่าเราเคยทำอะไรและรับผิดชอบงานลักษณะไหน สิ่งสำคัญคือต้องเขียนจากประสบการณ์จริง ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมผลงานให้ดูใหญ่เกินความเป็นจริง

2. Resume สวย อาจไม่สำคัญเท่า Resume ที่อ่านแล้วเข้าใจทันที
ทุกวันนี้มีเทมเพลต Resume ให้เลือกมากมาย ทั้งแบบสีสันสดใสและแบบเรียบง่าย แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการตกแต่ง คือเนื้อหาที่ตรงกับตำแหน่งงาน ลองตรวจสอบ 3 เรื่องนี้ก่อนส่งใบสมัคร
- ระบุทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานจริงหรือไม่
- อธิบายผลงานหรือกิจกรรมที่เคยทำได้ชัดเจนแค่ไหน
- มีข้อมูลติดต่อที่ถูกต้องและตรวจสอบคำผิดเรียบร้อยหรือยัง
อีกเรื่องที่มักมองข้ามคือ การส่ง Resume ฉบับเดียวไปสมัครทุกตำแหน่ง ทั้งที่งานแต่ละประเภทต้องการทักษะแตกต่างกัน
การปรับรายละเอียดบางส่วนให้สอดคล้องกับงานที่สมัคร อาจช่วยให้ผู้คัดเลือกมองเห็นความเหมาะสมของผู้สมัครได้ง่ายขึ้น

3. สัมภาษณ์งานไม่จำเป็นต้องตอบเก่งที่สุด แต่ต้องอธิบายตัวเองให้ได้
คำถามยอดฮิตอย่าง "ช่วยแนะนำตัวเองหน่อย" อาจดูเป็นคำถามง่าย ๆ แต่หลายคนกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
บางคนเล่าประวัติชีวิตตั้งแต่เด็ก ขณะที่บางคนตอบเพียงชื่อ มหาวิทยาลัย และคณะที่เรียน แล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
ลองเตรียมคำตอบโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน
ส่วนแรก แนะนำตัวและพื้นฐานการศึกษา
ส่วนที่สอง เล่าทักษะหรือผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
ส่วนที่สาม อธิบายว่าทำไมจึงสนใจงานนี้ และคิดว่าจะนำความสามารถที่มีไปใช้ได้อย่างไร
ไม่จำเป็นต้องท่องจำทุกคำ เพราะเมื่อถูกถามต่อจากคำตอบที่เตรียมมา อาจทำให้ตอบไม่เป็นธรรมชาติ
สิ่งที่ควรฝึกคือ การอธิบายเรื่องของตัวเองอย่างชัดเจนและตรงประเด็นมากกว่า

4. ทำไมทักษะสมัครงานถึงควรเริ่มสอนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะหลายคนเริ่มศึกษาเรื่องการทำ Resume และฝึกสัมภาษณ์งานจริงจังก็ตอนที่เรียนจบแล้ว
ทั้งที่หากได้เตรียมตัวตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ก็อาจมีเวลาสำรวจว่าตัวเองยังขาดทักษะอะไร และควรพัฒนาเรื่องไหนเพิ่มเติม
อย่างกรณีกิจกรรมที่ เคทีซี ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเขียน Resume และการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน ตามข้อมูลที่เพจ KTC Career เผยแพร่ กิจกรรมลักษณะนี้ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า การเตรียมความพร้อมด้านอาชีพไม่จำเป็นต้องรอจนเรียนจบ และภาคธุรกิจสามารถเข้ามามีส่วนช่วยให้นักศึกษาเข้าใจขั้นตอนการสมัครงานได้มากขึ้น แต่ก็ชวนให้คิดต่อว่า นอกจาก Resume กับการสัมภาษณ์แล้ว ยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างที่คนกำลังจะเรียนจบควรได้รับการเตรียมความพร้อม
เช่น การทำงานร่วมกับคนต่างวัย การรับมือกับความกดดัน การสื่อสารในที่ทำงาน หรือแม้แต่การวางแผนการเงินเมื่อได้รับเงินเดือนครั้งแรก
แล้ว HR คาดหวังอะไรจากเด็กจบใหม่กันแน่ เรื่องนี้อาจไม่มีคำตอบตายตัว เพราะบริษัทและตำแหน่งงานแต่ละแห่งมีเกณฑ์พิจารณาต่างกัน
บางงานต้องการทักษะเฉพาะทาง บางงานให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ขณะที่บางตำแหน่งอาจเปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่มีประสบการณ์ แต่มีพื้นฐานและความพร้อมที่จะเรียนรู้

สำหรับเด็กจบใหม่ สิ่งที่ทำได้คือเตรียมตัวให้ดีที่สุด ศึกษาตำแหน่งที่สนใจ และฝึกนำเสนอความสามารถที่ตัวเองมีอย่างตรงไปตรงมา
เพราะการไม่มีประสบการณ์ทำงาน อาจไม่ใช่อุปสรรคทั้งหมด แต่การไม่รู้ว่าตัวเองมีทักษะอะไรและจะสื่อสารออกมาอย่างไร ก็อาจทำให้เสียโอกาสได้เหมือนกัน

อยากชวนคนที่ทำงาน HR หรือมีประสบการณ์สัมภาษณ์พนักงานมาแชร์กันหน่อยค่ะ
ระหว่างเด็กจบใหม่ที่มีเกรดดีแต่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก กับคนที่เกรดปานกลางแต่สื่อสารเก่งและมีผลงานจากกิจกรรมมหาวิทยาลัย อะไรมีน้ำหนักในการพิจารณามากกว่ากัน
แล้วสำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบ มีเรื่องอะไรบ้างที่อยากให้มหาวิทยาลัยสอนก่อนออกไปทำงานจริง
เผื่อความคิดเห็นในกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมหางานแรกของตัวเองค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่