[BR] Norway - Iceland | Roadtrip ใบไม้เปลี่ยนสี กับการล่าแสงเหนือสุดอลังการยามค่ำคืน

กระทู้ผู้สนับสนุน


ถ้าพูดถึงการเที่ยวช่วง Autumn หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงโซนเอเชียอย่างญี่ปุ่นกันใช่ไหมคะ แต่ทริปนี้ เราขอพาทุกคนบินไกลแบบข้ามทวีป เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศ “ใบไม้เปลี่ยนสีสไตล์สแกนดิเนเวีย ที่ Norway - Iceland ช่วงเดือนตุลาคม อยากบอกว่ามันคนละฟีลกับแถบเอเชียบ้านเราเลยค่ะ


(Flakstadsoya | Norway)


ถ้าถามว่า Autumn ฝั่งนี้มีเสน่ห์ยังไง? ต่างจากเอเชียตรงไหน
ก็ตรงที่ภาพแถบโซนนี้จะไม่ค่อยมีใบไม้สีเหลือง/ส้ม/แดง บนต้นไม้เท่าไร จะเป็นวิวทุ่งกว้างที่มีพุ่มไม้สีทองปกคลุมไปทั้งภูเขามากกว่า แถมโบนัสพิเศษหากเราเป็นคนดวงดี เราก็จะสามารถเห็นแสงเหนือในฤดูนี้ได้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นแถบเอเชียจะไม่มีทางเห็นแน่นอน เพราะฉะนั้น ไฮไลท์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นอร์เวย์-ไอซ์แลนด์ คือเราสามารถเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีตอนกลางวัน บวกกับการล่าแสงเหนือตอนกลางคืนได้ในทริปเดียว

ถ้าพร้อมแล้วก็ขึ้นรถมาชมวิวแบบอลังการพร้อมกันได้เลย !


(Flakstadbruene - Fredvang | Norway)


เราเป็นคนชอบเที่ยวแบบ road trip มาก เพราะมันค่อนข้างอิสระ และยิ่งเป็นการเที่ยวชมธรรมชาติ หาโลเคชั่นที่ถ่ายใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ในประเทศนอร์เวย์กับไอซ์แลนด์นี้ บวกกับการออกล่าแสงเหนือในตอนกลางคืน เลยอยากแนะนำให้ขับรถเที่ยวจะดีกว่า อย่าลืมทำใบขับขี่ต่างประเทศก่อนมาเที่ยวด้วยนะคะ

ตั๋วเครื่องบินพร้อม ที่พักพร้อม แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามก็คือเรื่อง “ประกันการเดินทาง” ซึ่งจากประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวหลายประเทศที่ผ่านมาบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และยิ่งประเทศทางฝั่งยุโรปที่ต้องขอ Schengen Visa นั้น จำเป็นที่จำต้องซื้อประกันการเดินทางก่อนโดยมีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลขั้นต่ำ 30,000 ยูโร (หรือประมาณ 1,500,000 บาท) ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางสหภาพยุโรปเลย เนื่องจากหากเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในยุโรปจะสูงมาก



ทริปนี้เราก็เลยใช้ประกันการเดินทางของ Allianz : Travel Smart Plus เพื่อความอุ่นใจตลอดทริปการเดินทาง เพราะเค้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของโลก มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลเราทั่วโลกไม่ว่าจะไปเที่ยวประเทศไหน

ขั้นตอนการซื้อก็ง่ายมาก แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ https://allianz-assistance.co.th/travel/ และเลือกแผนประกันการเดินทางที่เราสนใจได้เลย



1. กรอกข้อมูลการเดินทาง (จุดหมายปลายทาง ระยะเวลาการเดินทาง จำนวนผู้เดินทาง) แล้วกดคำนวณเบี้ยประกัน



2. เลือกแผนประกันภัยการเดินทางที่เหมาะสมกับทริปที่เราจะไป ราคาเริ่มต้นหลักร้อยเองนะ



3. กรอกรายละเอียดผู้เดินทางให้ครบถ้วน
4. ตรวจสอบข้อมูลและทําการชําระเงิน
5. รับกรมธรรม์ประกันภัยทันทีผ่านทางอีเมล

* สามารถซื้อประกันล่วงหน้าได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง 2 ชั่วโมงไปจนถึง 180 วัน
** แต่หากต้องขอวีซ่าเชงเก้น ต้องซื้อให้เรียบร้อยก่อนขอวีซ่า

สำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศไม่บ่อย เราแนะนำให้ซื้อ "แผนรายเที่ยว" เพราะว่าเค้าจะให้ความคุ้มครองตามวันเดินทางจริง สูงสุดถึง 180 วัน สามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้ทั่วโลก รับผลประโยชน์ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และมีความคุ้มครองหากไฟลต์เดินทางมีการเลื่อน ยกเลิก หรือดีเลย์ รวมถึงกระเป๋าเดินทางและเอกสารสำคัญสูญหายด้วย



ถ้าใครซื้อประกันเดินทาง Allianz - Travel Smart Plus วันนี้ รับฟรี 3 ต่อ
ต่อที่ 1: รับฟรีบัตร Starbucks สูงสุด 500 บาท
ต่อที่ 2: บริการ Allianz Delay Easy - สิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge กว่า 1,800 แห่งทั่วโลก*
ต่อที่ 3: บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ DoctorChat

สิทธิ์การใช้งานบริการพิเศษสำหรับประกันเดินทาง Allianz - Travel Smart Plus สามารถรับสิทธิการใช้บริการพิเศษดังนี้



Allianz Delay Easy สิทธิ์การเข้าใช้ห้องรับรองในสนามบิน (Airport Lounge Access) กว่า 1,800 แห่งทั่วโลก สำหรับแผน Select, Prestige, และ Elite

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> https://www.allianz-assistance.co.th/travel/allianz-delay-easy-airport-lounge-access/



DoctorChat บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ฟรีทุกแผน!


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> https://www.allianz-assistance.co.th/travel/doctorchat-online-doctor-consultation/

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับแผนประกันเดินทางอื่น ๆ เช่น ประกันเดินทางแผนรายปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.allianz-assistance.co.th/travel/promotion/



พิเศษมาก !! ถ้าทริปไหนวางแผนการเดินทางไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว เค้าก็จะมีสิทธิพิเศษเป็นประกันเดินทางสำหรับครอบครัว Allianz เที่ยวพร้อมกัน 3–4 คน แต่จ่ายเพียงราคา 2 คน ลดสูงสุด 50%

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ >> https://www.allianz-assistance.co.th/travel/family-plan/

ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว กับเพื่อน หรือครอบครัว ก็อย่าลืมทำประกันการเดินทางก่อนไปให้อุ่นใจกันด้วยนะ เอาล่ะ! มาออกเดินทางไปนอร์เวย์ - ไอซ์แลนด์ ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกันต่อเลย


(Flakstadsoya | Norway)


ในทริปนี้เราบินมาที่นอร์เวย์ก่อน โลเคชั่นที่เราเลือกขับรถเที่ยวจะเป็นโซน Lofoten Islands ซึ่งเป็นหมู่เกาะทางโซนเหนือของประเทศนอร์เวย์ ที่มีวิวทัวทัศน์สุดอลังการเป็นภูเขาสูง ตัดกับฟยอร์ด และมหาสมุทรสีเทอร์ควอยซ์ที่สวยมาก ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนก็ราวกับภาพวาดในจินตนาการเลยล่ะ


(Nordland Road | Norway)


เส้นทางการขับรถเที่ยวในโซน Lofoten เราว่าขับไม่ยากและไม่น่าเบื่อ เพราะวิวสวยตลอดข้างทางจริงๆ และยิ่งได้มาขับในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เราจะเห็นทุ่งหญ้าสีทอง และภูเขาที่เริ่มมีหิมะปกคลุมด้วย


(Nordland Road | Norway)


ระหว่างทางกับบ้านสไตล์นอร์ดิก กับวิวภูเขาที่มีหิมะบิ๊กเบิ้มที่มีแสงอาทิตย์ลาดลงมา


(Moskenes | Norway)


ยามเย็นกับหมู่บ้านเล็กๆ ใน Lofoten ฟ้าหวานสุดๆ ในวันนี้



(Reinefjorden | Norway)


แล้วก็ขับรถมาถึงเมือง Reine ที่เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ใครมา Lofoten จะต้องมาที่นี่ ซึ่งก่อนเข้าตัวเมืองเราก็แวะจอดถ่ายรูปข้างทางได้เรื่อยๆ


(Reine | Norway)


นี่แหละความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่นอร์เวย์ เพราะฉากหลังมันอลังการมากๆ นั่นเอง


(Reinebringen | Norway)


ไฮไลท์ของเมือง Reine คือเราสามารถเดินขึ้นเขาไปชมวิวเมืองจากมุมสูงได้ ซึ่งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสามารถเดินขึ้นได้เพราะยังไม่มีน้ำแข็งมาปกคลุมทางเดิน ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ทางเป็นขั้นบันไดขึ้นไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พักได้


(Reinebringen | Norway)


อย่างที่บอกว่านอกจากที่เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ช่วงกลางคืนเราสามารถเห็นแสงเหนือได้ในฤดูนี้เช่นกัน บน Reinebringen นี้ก็สามารถขึ้นมาดูวิวช่วงกลางคืนได้ วันไหนฟ้าเคลียร์ๆ ก็จะสามารถเห็นแสงเหนือได้แบบนี้เลยแหละ


(Hamnoy | Norway)


ไม่ไกลจาก Reine ยังมีหมู่บ้านประมงเล็กๆ ชื่อ Hamnoy ที่เป็นบ้านหลังสีแดง ซึ่งใครๆ ก็จะต้องแวะถ่ายรูปกัน ยิ่งช่วงกลางคืนนักท่องเที่ยวจะมาตั้งกล้องรอถ่ายแสงเหนือกันเพียบเลย


(Henningsvær | Norway)


สนามบอลกลางน้ำที่สวยที่สุดในโลก ต้องยกให้ที่นี่เลย อย่าลืมขับรถมาที่นี่กันด้วยนะ


(Segla - Hesten | Norway)


นอกจากโซน Lofoten แล้ว เราขอแนะนำให้ขับรถขึ้นมาที่โซน Senja ด้วย เพราะว่าโซนนี้มีธรรมชาติที่สุดปังอลังการเช่นเดียวกัน สำหรับสายเดินเขา ในช่วง Autumn แบบนี้เราอยากให้ขึ้นมาบนเขา Hesten เพื่อชมยอดเขา Segla ที่เป็นไฮไลท์ของเกาะ Senja เลย ด้านบนก็จะมีใบไม้เปลี่ยนสีแดงๆ ให้เห็นแบบนี้นะ


(Hamn i Senja | Norway)


สำหรับโซน Senja นี้ มีที่พักชื่อดังคือ Hamn i Senja ที่ในตอนกลางคืนค่อนข้างมืดสนิด ติดทะเล เหมาะกับการล่าแสงเหนือในวันที่ฟ้าเปิดได้ดีมาก
ชื่อสินค้า:   Allianz - Travel Smart Plus
คะแนน:     

BR - Business Review : กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่