อาวุธยุคใหม่: RMT (สงครามอวกาศ), PERCH (โดรนยานเกราะ) และ NetSense (AI สกัดโดรน)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้วิดีโอ: The Space Force Showed Us Its Weapons Used in Iran and Venezuela | WSJ Equipped
สารคดีเชิงข่าวนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกแบบเจาะลึกสุดพิเศษจาก The Wall Street Journal (WSJ) เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ทางทหารและอาวุธสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (US Space Force) ที่โดยปกติแล้วมักจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนมากนัก อาวุธเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจทางการทหารระดับสูงในประเทศเวเนซุเอลาและอิหร่าน [00:00], [00:37]
อาวุธสงครามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Warfare Weapons)
สงครามในยุคปัจจุบันและอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อาวุธที่จับต้องได้ทางกายภาพ แต่ยังครอบคลุมการต่อสู้แย่งชิงความได้เปรียบในมิติของ "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า" ซึ่งเป็นส่วนที่มองไม่เห็นของการทำสงคราม คลื่นเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่คอยเชื่อมต่อระบบสื่อสารขั้นสูงต่างๆ เข้าด้วยกัน ตั้งแต่เรือดำน้ำ โดรนรบ เรดาร์ ไปจนถึงสถานีควบคุมภาคพื้นดิน [01:27] กองทัพอวกาศสหรัฐฯ จึงได้พัฒนาและปรับใช้ระบบภาคพื้นดินที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีสูงมาก เพื่อควบคุมพื้นที่สมรภูมิทางเทคโนโลยีนี้ ประกอบไปด้วย:
ระบบ Meadowlands (เมโดว์แลนดส์): เป็นระบบอาวุธเชิงรุก (Offensive Jammer) ภาคพื้นดินที่ออกแบบมาเพื่อรบกวนและตัดการสื่อสารดาวเทียมของศัตรู [00:15] ระบบนี้ทำงานโดยการส่งสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุปริมาณมหาศาลพุ่งเป้าเข้าใส่ดาวเทียมเป้าหมาย เพื่อกลบสัญญาณการรับส่งข้อมูลและแทรกแซงความสามารถในการสื่อสารของดาวเทียมกับสถานีภาคพื้นดิน [02:20] รูปแบบการโจมตีนี้ถูกจัดให้อยู่ในประเภท "Non-kinetic effect" ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เข้าไปสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหรือทำลายดาวเทียมทางกายภาพ เมื่อการโจมตีด้วยคลื่นความถี่สิ้นสุดลง ดาวเทียมจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ [02:37]
ระบบ Bounty Hunter (เบาน์ตีฮันเตอร์): มักจะปฏิบัติการร่วมกับ Meadowlands แต่ทำหน้าที่ในเชิงรับ (Defensive) โดยระบบจะสแกนความถี่ตลอดแนวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับ ฟัง และระบุตำแหน่งของภัยคุกคามหรือความพยายามที่จะเข้ามารบกวนกองกำลังและดาวเทียมของสหรัฐฯ [00:23] เมื่อระบบตรวจพบและสามารถระบุพิกัดเชิงภูมิศาสตร์ (Geolocation) ของสัญญาณแปลกปลอมได้แล้ว ผู้บังคับบัญชาก็สามารถออกคำสั่งโจมตีเพื่อกำจัดภัยคุกคามนั้นได้ทันที ทำให้ระบบนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะ "ผู้ชี้เป้า-ผู้ยิง" (Spotter-shooter capacity) [03:05]
ระบบ Remote Modular Terminal: นอกเหนือจากระบบขนาดใหญ่ กองทัพอวกาศยังเพิ่งเร่งรัดการใช้งานเครื่องรบกวนสัญญาณรุ่นใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดและมีความคล่องตัวสูงมาก สามารถบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐานและเคลื่อนย้ายไปติดตั้งทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและเป็นความลับ ทำให้ศัตรูไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่ามีระบบนี้ถูกติดตั้งไว้อยู่ที่จุดใด [02:44]
ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และการแข่งขันเหนือชั้นบรรยากาศ
พลโท Gregory Gagnon ผู้บัญชาการกองกำลังรบของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า การครองความได้เปรียบเหนือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือเป้าหมายสำคัญที่สุดในการทำสงคราม [01:47] การปกป้องเทคโนโลยีอวกาศมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะการทำงานของดาวเทียมครอบคลุมตั้งแต่การตรวจจับการปล่อยขีปนาวุธของศัตรู การนำวิถีระบบอาวุธแบบแม่นยำ ไปจนถึงการถ่ายภาพพื้นที่ทางยุทธวิธีที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ผู้บัญชาการเห็นภาพรวมของสนามรบได้อย่างชัดเจน [03:32] ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยผูกขาดความได้เปรียบทางทหารในอวกาศ แต่ปัจจุบันประเทศปรปักษ์ได้เร่งพัฒนาขีดความสามารถเพื่อมุ่งเป้าโจมตีขีดความสามารถของอเมริกาโดยตรง [00:54] ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ประเทศอิหร่านได้กระทำการพุ่งเป้าโจมตีและแทรกแซงระบบเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐฯ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่น การพยายามรบกวนสถานีรับส่งสัญญาณดาวเทียม เพื่อลดทอนข้อได้เปรียบของกองทัพสหรัฐฯ และแย่งชิงความได้เปรียบจากการต่อสู้เหนือชั้นบรรยากาศกลับไป [03:48]
ประสบการณ์จากสมรภูมิจริง: ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและอิหร่าน
ทหารประจำการในสังกัดกองทัพอวกาศ (ผู้ซึ่งเรียกตนเองว่า "Guardians") ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการนำอาวุธขั้นสูงเหล่านี้ไปปฏิบัติการในพื้นที่ขัดแย้งจริง:
ภารกิจในเวเนซุเอลา: จ่าสิบเอก Joshua Lomax เผยถึงปฏิบัติการที่ทีมของเขาได้ใช้ระบบรบกวนสัญญาณดาวเทียมเพื่อสร้าง "เกราะป้องกัน" (Protective bubble) ให้กับกองกำลังทหารสหรัฐฯ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานของปฏิบัติการนำกำลังเข้าจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลา [04:26]
การเคลื่อนพลฉุกเฉินสู่ตะวันออกกลาง: หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรบกวนสัญญาณที่เวเนซุเอลาได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทีมของเขาได้รับคำสั่งด่วนให้เร่งเคลื่อนกำลังพลไปยังตะวันออกกลางเพื่อสนับสนุนสงครามการปะทะกับอิหร่าน พวกเขาต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยมีกรอบเวลาเพียง 72 ชั่วโมงในการเก็บกู้ ตรวจสอบสภาพ และบรรทุกยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบินรบ และมีเวลาอีกเพียง 96 ชั่วโมงเมื่อเครื่องบินลงจอดในพื้นที่สมรภูมิ เพื่อติดตั้งระบบและเริ่มปฏิบัติการรบกวนสัญญาณศัตรูทันที [04:38]
เผชิญหน้ากับการระดมยิงโดยตรง: ในระหว่างการส่งกำลังไปปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลาง จ่าสิบเอก Lomax ถือเป็นหนึ่งใน Guardians กลุ่มแรกในประวัติศาสตร์ของหน่วยที่ต้องตกอยู่ภายใต้การระดมยิงโจมตีด้วยอาวุธจริงจากศัตรู ในขณะที่ยังคงต้องปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันมีค่า [04:49] นอกจากนี้ ร้อยเอก Sophia Parlock ก็เป็นอีกหนึ่งนายทหารที่ร่วมลงพื้นที่สนับสนุนในสงครามกับอิหร่าน โดยเธอรับหน้าที่ควบคุมระบบสงครามแม่เหล็กไฟฟ้า เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงของคลื่นสัญญาณอย่างใกล้ชิด และประเมินภัยคุกคามเพื่อส่งผ่านข้อมูลให้กับผู้บัญชาการอย่างต่อเนื่อง [05:17]
เบื้องหลังกองบัญชาการ: Mission Delta 3
บุคลากรและระบบอาวุธทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วย Mission Delta 3 ซึ่งตั้งฐานบัญชาการอยู่ที่ฐานทัพอวกาศ Peterson ในรัฐโคโลราโด โดยมีพันเอก Angelo Fernandez เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วย [05:37] หน่วยงานนี้รับผิดชอบภารกิจด้านสงครามแม่เหล็กไฟฟ้าทางอวกาศทั้งหมด และได้ส่งกองกำลัง Guardians ออกไปพร้อมยุทโธปกรณ์เหล่านี้เพื่อเข้าร่วมในปฏิบัติการทางการทหารครั้งสำคัญระดับโลกอย่างกว้างขวาง เช่น Operation Midnight Hammer, Operation Absolute Resolve และ Operation Epic Fury [06:08]
พันเอก Fernandez กล่าวเน้นว่าในปฏิบัติการ Epic Fury ถือเป็นสมรภูมิที่มีความดุเดือดตึงเครียดมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของกองทัพอวกาศ เนื่องจากบรรดา Guardians ต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมทางยุทธวิธีที่ดุเดือด ทั้งต้องต่อสู้ขับเคี่ยวกันในสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และยังต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยการสาดกระสุนและอาวุธหนักจากศัตรูโดยตรงไปพร้อมๆ กัน [06:34]
การที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) อนุญาตให้สื่อมวลชนอย่าง WSJ เข้ามาเจาะลึกและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธอวกาศสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ป้องปราม (Deterrence) แบบใหม่ เพื่อยืนยันให้ประเทศคู่แข่งเห็นถึงแสนยานุภาพที่แท้จริง และแสดงความพร้อมที่ไร้ข้อกังขาในการปกป้องกองกำลังร่วมและผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาจากการโจมตีผ่านเทคโนโลยีทางอวกาศในทุกรูปแบบ [01:02]
อาวุธยุคใหม่: RMT (สงครามอวกาศ), PERCH (โดรนยานเกราะ) และ NetSense (AI สกัดโดรน)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้