เวลาโดนสั่งให้งดอาหารก่อนมาโรงพยาบาล มักจะหิวเป็นพิเศษ ทั้งที่วันอื่นข้ามมื้อเช้าก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ยิ่งเดินผ่านร้านหมูปิ้งก็เริ่มคิดแล้วว่า สักไม้คงไม่เป็นไร กินนิดเดียวเอง หมอคงไม่รู้หรอก
หมออาจไม่รู้จริง ๆ ว่าเรากินมา แต่ที่ต้องถาม ไม่ได้จะจับผิด ข้อมูลนี้มีผลต่อทั้งการแปลผลเลือดและการวางแผนให้ยาสลบเลย
ถ้าเป็นการตรวจเลือด อาหารที่เพิ่งกินอาจทำให้ค่าบางอย่างเปลี่ยนไป เช่น น้ำตาลกับไตรกลีเซอไรด์ สมมติหมอต้องการตรวจน้ำตาลขณะอดอาหาร แต่เราเพิ่งกินข้าวกับกาแฟหวานมา ค่าที่ได้ก็อาจสูงขึ้นจากมื้อนั้น เครื่องไม่ได้ตรวจผิด แต่มันไม่ใช่ค่าน้ำตาลขณะอดอาหารแล้ว ถ้าไม่บอกว่ากินมา หมอก็อาจแปลผลคลาดเคลื่อนได้
แต่ไม่ใช่ว่าเจาะเลือดทุกครั้งต้องอดอาหาร ต้องดูว่าตรวจอะไร ถ้าได้รับคำสั่งให้อด มักอยู่ที่ประมาณ 8–12 ชั่วโมง และโดยทั่วไปยังดื่มน้ำเปล่าได้ เว้นแต่มีคำสั่งเฉพาะ ส่วนชา กาแฟ นม น้ำหวาน ให้งดตามคำแนะนำ แม้กาแฟจะไม่ใส่น้ำตาลก็ยังไม่ใช่น้ำเปล่า
ถ้าหิวง่าย นัดช่วงเช้าจะสะดวกกว่า เพราะอดไปพร้อมกับเวลานอน เช่น ให้อด 10 ชั่วโมง นัด 8 โมงเช้า ก็หยุดอาหารกับเครื่องดื่มอื่นตั้งแต่ 4 ทุ่ม แล้วพกของกินไว้กินหลังเจาะเสร็จ ถ้าไม่มีการตรวจอื่นที่ต้องอดต่อ ก็ไม่ต้องหิวรอจนถึงเวลาฟังผล
ใครเผลอกินมาแล้วก็บอกเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่ต้องคิดว่าต้องเสียเที่ยวแน่ ๆ บางรายการยังตรวจได้ บางรายการอาจต้องเลื่อน ให้ทีมช่วยดูให้ก่อน
ส่วนก่อนผ่าตัด เหตุผลจะต่างกัน ที่กังวลคือของในกระเพาะอาจไหลย้อนแล้วเข้าปอดตอนให้ยาสลบหรือยากดประสาทจนหลับลึก
นึกถึงตอนดื่มน้ำแล้วสำลัก เราจะไอออกมาได้ใช่ไหม แต่ตอนที่ได้รับยาสลบ กลไกกลืนและไอที่ช่วยป้องกันทางเดินหายใจทำงานลดลง ถ้าอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนมาถึงคอ ก็อาจลงหลอดลมได้ โดยที่เราไอป้องกันได้ไม่เหมือนตอนตื่น ตรงนี้ต่างจากการนอนหลับธรรมดา
ถ้ากรดในกระเพาะเข้าปอด มันทำให้เนื้อปอดบาดเจ็บได้ ส่วนเศษอาหารก็อาจอุดกั้นทางเดินหายใจ ถ้ารุนแรง ออกซิเจนอาจต่ำจนต้องช่วยหายใจ นี่แหละที่ทำให้ทีมผ่าตัดถามเรื่องกินกับดื่มละเอียด ไม่ใช่แค่กลัวคนไข้อาเจียน
แล้วก็ไม่ได้ต้องอดเหมือนกันทุกการผ่าตัด ถ้าใช้ยาชาเฉพาะที่อย่างเดียว ไม่มียากดประสาท บางหัตถการอาจไม่ต้องอด ต้องดูคำแนะนำของทีมที่ดูแลเราเป็นหลัก
อาหารกับน้ำก็ใช้เวลาออกจากกระเพาะต่างกัน น้ำเปล่าออกได้เร็วกว่าอาหาร ส่วนข้าวกับหมูทอดหรือพิซซ่ามื้อใหญ่ก็อาจใช้เวลานานกว่า
แนวทางทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ผ่าตัดตามนัด มักให้งดอาหารมื้อเบาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง อาหารทอด ไขมันสูง หรือเนื้อสัตว์อาจต้อง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่า ส่วนน้ำเปล่าและของเหลวใสที่ทีมอนุญาต มักดื่มได้จนถึง 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มให้ยาระงับความรู้สึก นมไม่ถือเป็นของเหลวใส จึงใช้เวลางดแบบเดียวกับน้ำเปล่าไม่ได้
แต่ไม่ต้องเอาตัวเลขนี้ไปคำนวณเปลี่ยนเวลางดเองนะ ให้ยึดที่โรงพยาบาลแจ้ง เพราะนัด 9 โมงอาจหมายถึงให้มารายงานตัวตอน 9 โมง ไม่ใช่เริ่มยาสลบตอนนั้น และบางคนก็มีโรคหรือปัจจัยอื่นที่ทำให้ต้องใช้แผนต่างออกไป
ลองสมมติว่าคนไข้หิวจนกินขนมปังกับนมตอน 7 โมง ทั้งที่กำหนดให้ยาสลบตอน 9 โมง พอพยาบาลถามก็บอกว่างดตั้งแต่เมื่อคืน เพราะกลัวโดนเลื่อนคิว คิดว่ากินแค่นี้ไม่น่ามีอะไร
ทีมก็อาจวางแผนจากข้อมูลว่าอดครบแล้ว ทั้งที่ขนมปังกับนมอาจยังอยู่ในกระเพาะ ถ้าเกิดไหลย้อนและสำลักเข้าปอดระหว่างให้ยาสลบ ก็ต้องรีบดูแลทางเดินหายใจ ให้ออกซิเจน และช่วยหายใจตามอาการ การผ่าตัดอาจต้องพักหรือเลื่อน บางคนอาการไม่มาก แต่บางคนอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ไอซียู กรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ไม่ได้แปลว่ากินแล้วจะสำลักทุกคน แต่ถ้าบอกตั้งแต่แรก ทีมก็มีโอกาสปรับแผนก่อนเริ่ม ไม่ต้องมารู้ตอนเกิดปัญหาแล้ว และแม้งดครบตามคำสั่ง ก็ไม่ได้รับประกันว่ากระเพาะจะว่างหมดหรือไม่มีโอกาสสำลัก เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงลง
ถ้ากินมาแล้ว บอกให้ชัดเลยว่ากินอะไร เท่าไร และตอนกี่โมง เพราะคำว่า นิดเดียว ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางกรณีอาจรอเพิ่ม บางกรณีต้องนัดใหม่ ส่วนการผ่าตัดฉุกเฉินที่รอไม่ได้ หมอดมยาจะประเมินและปรับแผนให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่ากินมาแล้วจะไม่ได้รับการรักษา
เพิ่งนึกได้ตอนใกล้เข้าห้องผ่าตัดก็บอกได้ ไม่ต้องคิดว่าสายไปแล้ว และอย่าพยายามทำให้อาเจียนเอง เพราะไม่ได้รับประกันว่าจะเอาอาหารออกได้หมด แถมอาจเกิดอันตรายเพิ่ม
ส่วนคนที่นั่งรอจนหิวมาก คอแห้งมาก โดยเฉพาะถ้าคิวเลื่อน ให้บอกพยาบาล ทีมจะช่วยเช็กว่ายังดื่มได้ไหม หรือต้องปรับคำสั่งอย่างไร ถ้าปากแห้งก็ขอให้ช่วยดูแลได้ ไม่ต้องฝืนเงียบ ๆ แต่ก็อย่าหยิบขนมหรือน้ำมากินเอง การอดนานเกินจำเป็นไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้นเสมอไป และอาจทำให้ขาดน้ำหรืออ่อนเพลียได้
ถ้าหิวแล้วมีมือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น เวียนหัวมาก หรือสับสนร่วมด้วย อย่าเพิ่งคิดว่าแค่หิว โดยเฉพาะคนที่ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน เพราะอาจเป็นน้ำตาลต่ำ ถ้าอยู่โรงพยาบาลให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ถ้าอยู่บ้านให้ตรวจน้ำตาลถ้าทำได้ และแก้ตามแผนที่ทีมรักษาให้ไว้ ไม่ต้องฝืนอดเพื่อรักษาคิว จากนั้นแจ้งโรงพยาบาลว่ากินหรือดื่มอะไรไป
ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ปลอดภัย ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนยาประจำก็ควรถามล่วงหน้าว่าวันนั้นต้องใช้อย่างไร อย่าหยุดหรือปรับเอง
พยายามงดให้ครบตามคำแนะนำ จะได้ไม่ต้องเลื่อนผ่าตัดโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าไม่ไหวให้บอกพยาบาล และถ้าเผลอกินไปแล้วต้องบอกตามจริง
ก่อนตรวจเลือดหรือผ่าตัด ทำไมต้องงดน้ำงดอาหาร แค่กินนิดเดียวมีผลแค่ไหน
หมออาจไม่รู้จริง ๆ ว่าเรากินมา แต่ที่ต้องถาม ไม่ได้จะจับผิด ข้อมูลนี้มีผลต่อทั้งการแปลผลเลือดและการวางแผนให้ยาสลบเลย
ถ้าเป็นการตรวจเลือด อาหารที่เพิ่งกินอาจทำให้ค่าบางอย่างเปลี่ยนไป เช่น น้ำตาลกับไตรกลีเซอไรด์ สมมติหมอต้องการตรวจน้ำตาลขณะอดอาหาร แต่เราเพิ่งกินข้าวกับกาแฟหวานมา ค่าที่ได้ก็อาจสูงขึ้นจากมื้อนั้น เครื่องไม่ได้ตรวจผิด แต่มันไม่ใช่ค่าน้ำตาลขณะอดอาหารแล้ว ถ้าไม่บอกว่ากินมา หมอก็อาจแปลผลคลาดเคลื่อนได้
แต่ไม่ใช่ว่าเจาะเลือดทุกครั้งต้องอดอาหาร ต้องดูว่าตรวจอะไร ถ้าได้รับคำสั่งให้อด มักอยู่ที่ประมาณ 8–12 ชั่วโมง และโดยทั่วไปยังดื่มน้ำเปล่าได้ เว้นแต่มีคำสั่งเฉพาะ ส่วนชา กาแฟ นม น้ำหวาน ให้งดตามคำแนะนำ แม้กาแฟจะไม่ใส่น้ำตาลก็ยังไม่ใช่น้ำเปล่า
ถ้าหิวง่าย นัดช่วงเช้าจะสะดวกกว่า เพราะอดไปพร้อมกับเวลานอน เช่น ให้อด 10 ชั่วโมง นัด 8 โมงเช้า ก็หยุดอาหารกับเครื่องดื่มอื่นตั้งแต่ 4 ทุ่ม แล้วพกของกินไว้กินหลังเจาะเสร็จ ถ้าไม่มีการตรวจอื่นที่ต้องอดต่อ ก็ไม่ต้องหิวรอจนถึงเวลาฟังผล
ใครเผลอกินมาแล้วก็บอกเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่ต้องคิดว่าต้องเสียเที่ยวแน่ ๆ บางรายการยังตรวจได้ บางรายการอาจต้องเลื่อน ให้ทีมช่วยดูให้ก่อน
ส่วนก่อนผ่าตัด เหตุผลจะต่างกัน ที่กังวลคือของในกระเพาะอาจไหลย้อนแล้วเข้าปอดตอนให้ยาสลบหรือยากดประสาทจนหลับลึก
นึกถึงตอนดื่มน้ำแล้วสำลัก เราจะไอออกมาได้ใช่ไหม แต่ตอนที่ได้รับยาสลบ กลไกกลืนและไอที่ช่วยป้องกันทางเดินหายใจทำงานลดลง ถ้าอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนมาถึงคอ ก็อาจลงหลอดลมได้ โดยที่เราไอป้องกันได้ไม่เหมือนตอนตื่น ตรงนี้ต่างจากการนอนหลับธรรมดา
ถ้ากรดในกระเพาะเข้าปอด มันทำให้เนื้อปอดบาดเจ็บได้ ส่วนเศษอาหารก็อาจอุดกั้นทางเดินหายใจ ถ้ารุนแรง ออกซิเจนอาจต่ำจนต้องช่วยหายใจ นี่แหละที่ทำให้ทีมผ่าตัดถามเรื่องกินกับดื่มละเอียด ไม่ใช่แค่กลัวคนไข้อาเจียน
แล้วก็ไม่ได้ต้องอดเหมือนกันทุกการผ่าตัด ถ้าใช้ยาชาเฉพาะที่อย่างเดียว ไม่มียากดประสาท บางหัตถการอาจไม่ต้องอด ต้องดูคำแนะนำของทีมที่ดูแลเราเป็นหลัก
อาหารกับน้ำก็ใช้เวลาออกจากกระเพาะต่างกัน น้ำเปล่าออกได้เร็วกว่าอาหาร ส่วนข้าวกับหมูทอดหรือพิซซ่ามื้อใหญ่ก็อาจใช้เวลานานกว่า
แนวทางทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ผ่าตัดตามนัด มักให้งดอาหารมื้อเบาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง อาหารทอด ไขมันสูง หรือเนื้อสัตว์อาจต้อง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่า ส่วนน้ำเปล่าและของเหลวใสที่ทีมอนุญาต มักดื่มได้จนถึง 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มให้ยาระงับความรู้สึก นมไม่ถือเป็นของเหลวใส จึงใช้เวลางดแบบเดียวกับน้ำเปล่าไม่ได้
แต่ไม่ต้องเอาตัวเลขนี้ไปคำนวณเปลี่ยนเวลางดเองนะ ให้ยึดที่โรงพยาบาลแจ้ง เพราะนัด 9 โมงอาจหมายถึงให้มารายงานตัวตอน 9 โมง ไม่ใช่เริ่มยาสลบตอนนั้น และบางคนก็มีโรคหรือปัจจัยอื่นที่ทำให้ต้องใช้แผนต่างออกไป
ลองสมมติว่าคนไข้หิวจนกินขนมปังกับนมตอน 7 โมง ทั้งที่กำหนดให้ยาสลบตอน 9 โมง พอพยาบาลถามก็บอกว่างดตั้งแต่เมื่อคืน เพราะกลัวโดนเลื่อนคิว คิดว่ากินแค่นี้ไม่น่ามีอะไร
ทีมก็อาจวางแผนจากข้อมูลว่าอดครบแล้ว ทั้งที่ขนมปังกับนมอาจยังอยู่ในกระเพาะ ถ้าเกิดไหลย้อนและสำลักเข้าปอดระหว่างให้ยาสลบ ก็ต้องรีบดูแลทางเดินหายใจ ให้ออกซิเจน และช่วยหายใจตามอาการ การผ่าตัดอาจต้องพักหรือเลื่อน บางคนอาการไม่มาก แต่บางคนอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ไอซียู กรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ไม่ได้แปลว่ากินแล้วจะสำลักทุกคน แต่ถ้าบอกตั้งแต่แรก ทีมก็มีโอกาสปรับแผนก่อนเริ่ม ไม่ต้องมารู้ตอนเกิดปัญหาแล้ว และแม้งดครบตามคำสั่ง ก็ไม่ได้รับประกันว่ากระเพาะจะว่างหมดหรือไม่มีโอกาสสำลัก เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงลง
ถ้ากินมาแล้ว บอกให้ชัดเลยว่ากินอะไร เท่าไร และตอนกี่โมง เพราะคำว่า นิดเดียว ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางกรณีอาจรอเพิ่ม บางกรณีต้องนัดใหม่ ส่วนการผ่าตัดฉุกเฉินที่รอไม่ได้ หมอดมยาจะประเมินและปรับแผนให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่ากินมาแล้วจะไม่ได้รับการรักษา
เพิ่งนึกได้ตอนใกล้เข้าห้องผ่าตัดก็บอกได้ ไม่ต้องคิดว่าสายไปแล้ว และอย่าพยายามทำให้อาเจียนเอง เพราะไม่ได้รับประกันว่าจะเอาอาหารออกได้หมด แถมอาจเกิดอันตรายเพิ่ม
ส่วนคนที่นั่งรอจนหิวมาก คอแห้งมาก โดยเฉพาะถ้าคิวเลื่อน ให้บอกพยาบาล ทีมจะช่วยเช็กว่ายังดื่มได้ไหม หรือต้องปรับคำสั่งอย่างไร ถ้าปากแห้งก็ขอให้ช่วยดูแลได้ ไม่ต้องฝืนเงียบ ๆ แต่ก็อย่าหยิบขนมหรือน้ำมากินเอง การอดนานเกินจำเป็นไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้นเสมอไป และอาจทำให้ขาดน้ำหรืออ่อนเพลียได้
ถ้าหิวแล้วมีมือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น เวียนหัวมาก หรือสับสนร่วมด้วย อย่าเพิ่งคิดว่าแค่หิว โดยเฉพาะคนที่ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน เพราะอาจเป็นน้ำตาลต่ำ ถ้าอยู่โรงพยาบาลให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ถ้าอยู่บ้านให้ตรวจน้ำตาลถ้าทำได้ และแก้ตามแผนที่ทีมรักษาให้ไว้ ไม่ต้องฝืนอดเพื่อรักษาคิว จากนั้นแจ้งโรงพยาบาลว่ากินหรือดื่มอะไรไป
ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ปลอดภัย ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนยาประจำก็ควรถามล่วงหน้าว่าวันนั้นต้องใช้อย่างไร อย่าหยุดหรือปรับเอง