JJNY : “เชตวัน” สำรวจปากคลองรังสิต│อีลอนแจง Starlink เป็นฝีมือรบ.สหรัฐฯ│ฟิลิปปินส์เตือนอาเซียน│32 จว.ฝนฟ้าคะนอง

“เชตวัน” สำรวจพื้นที่ปากคลองรังสิต เผยฟองขาวลอยผิวน้ำเกิดจากการสูบน้ำเสียท่วมขังมารวมจุดเดียว
.
.
“เชตวัน” สำรวจพื้นที่ปากคลองรังสิต เผยฟองขาวลอยผิวน้ำเกิดจากการสูบน้ำเสียท่วมขังมารวมจุดเดียว ชี้เกิดขึ้นประจำทุกปี เร่งประสานระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
.
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคประชาชน ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์บริเวณประตูระบายน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เทศบาลตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับแจ้งกรณีปรากฏฟองสีขาวและคราบน้ำสีดำลอยอยู่บนผิวน้ำ พร้อมส่งกลิ่นเหม็นจนเป็นที่กังวลของประชาชนในพื้นที่
.
นายเชตวันเปิดเผยว่า บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองรังสิตจุดนี้ ถือเป็นปลายทางรับน้ำจากหลายสาย เพื่อเตรียมระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยฟองสีขาวที่เกิดขึ้นนั้น ตรงกับที่นักวิชาการและเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลตำบลบ้านใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม่ใช่สารเคมีอันตรายที่รั่วไหลอย่างฉับพลัน แต่เกิดจากน้ำเสียและน้ำท่วมขังจากครัวเรือนในหลายพื้นที่ที่มีค่าออกซิเจนต่ำ เมื่อน้ำเสียเหล่านี้ถูกสูบมารวมกัน และผ่านกระบวนการตีกระแทกของประตูระบายน้ำ จึงกลายเป็นฟองฟอดลอยขึ้นมา
.
นายเชตวันกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคุ้นเคยกับสถานการณ์ดี แต่ในปีนี้ปริมาณฟองสีขาวหนาแน่นมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ ทำให้มีการสูบระบายน้ำเสียปริมาณมากมารวมกัน ณ จุดนี้ก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
.
นายเชตวันกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวทางการแก้ไข ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกให้สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังคงมีน้ำจากคลองเปรมประชากรและคลองหลักถูกสูบเข้ามาเติมอยู่เรื่อยๆ จึงต้องร่วมกันบริหารจัดการการสูบน้ำเพื่อให้การระบายน้ำของประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์และประตูน้ำปากคลองรังสิตทำงานได้อย่างสมดุล ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเร่งดันน้ำเสียออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
.

.
อีลอน มัสก์ แจง ยูเครนโดนจำกัดความเร็ว Starlink เป็นฝีมือรัฐบาลสหรัฐฯ
.
อีลอน มัสก์ ออกมายืนยันว่า ข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับความเร็วหรือการใช้งานของอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เกิดกับยูเครน เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดี
.
เมื่อ 14 ต.ค. 2569 อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดังและเจ้าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่ง ออกมายืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจำกัดความเร็ว ว่าอาวุธบางชนิดของยูเครนจะสามารถเดินทางได้เร็วแค่ไหน และเชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ได้นานเพียงไร
.
ทั้งนี้ การจำกัดความเร็วดังกล่าวหมายถึง มาตรการจำกัดความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของระบบดาวเทียม Starlink (รวมถึงระบบสำหรับภารกิจความมั่นคงอย่าง Starshield) ที่ติดตั้งอยู่บนยานพาหนะและอาวุธที่กำลังเคลื่อนที่ของกองทัพยูเครน โดยระบบสัญญาณจะถูกตัดขาดทันทีเมื่ออาวุธหรือโดรนมีความเร็วเกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้
.
“ระบบ Starshield อยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของและการควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ ดังนั้น ข้อจำกัดใดๆ เกี่ยวกับความเร็วหรือการใช้งาน จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกองทัพสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ (POTUS) เป็นสำคัญ” อีลอน มัสก์ ชี้แจงผ่านข้อความที่โพสต์บน X
.
เขาระบุเพิ่มเติมว่า Starlink มีไว้เพื่อ “กิจกรรมทางพลเรือนหรือการป้องกันตัวเท่านั้น และไม่สามารถนำไปใช้ในปฏิบัติการบุกเชิงรุกทางทหารได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับบริษัทเชิงพาณิชย์”
.
ก่อนหน้านี้ กองทัพยูเครนระบุว่า Starlink จำกัดความเร็วสัญญาณไว้ที่ไม่เกิน 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้อาวุธหรือโดรนของยูเครนที่เคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วนี้สูญเสียการเชื่อมต่อสัญญาณทันที ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภารกิจในสมรภูมิ
...
ยูเครนต้องพึ่งพา Starlink เป็นหลักในการนำทางโดรนโจมตีเป้าหมายรัสเซียและป้องกันน่านฟ้า การจำกัดความเร็วนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียระดมโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ จนทำให้ประชาชนกว่า 600,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้
.
ในเวลาต่อมา สัญญาณได้รับการฟื้นฟูบางส่วน ซึ่งมีไคโล เฟโดรอฟ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครน ได้ออกมาโพสต์ขอบคุณมัสก์ผ่าน X และเรียกร้องให้ปลดล็อกข้อจำกัดความเร็วทั้งหมดเพื่อการป้องกันประเทศ
.
ด้านนาย เซอร์ฮีย์ เบสเครสต์นอฟ ที่ปรึกษาของประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือปัญหาทางเทคนิค แต่มีความเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างกรุงเคียฟและวอชิงตัน
.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ยูเครนยังคงโจมตีโรงงานพลังงานของรัสเซีย ขณะที่เซเลนสกีระบุว่า ตนเองรู้สึกถูกทรยศหลังจากสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียจำนวน 300,000 ตันเมื่อสัปดาห์ก่อน
.
ในระหว่างที่เกิดวิกฤตดังกล่าว ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้เดินทางเยือนกรุงลอนดอน และเข้าเฝ้าพระเจ้าชาลส์ที่ 3 รวมถึงพบปะกับ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งทางการ UK ประกาศเร่งการจัดส่งขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบา (LMM) ให้แก่ยูเครนเพื่อใช้ยิงโดรนของรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง
.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://w.ww.thairath.co.th/news/foreign
.
ที่มา : bbc
.
https://www.bbc.com/news/articles/c8wy9veedgygo
.

.
ฟิลิปปินส์เตือนอาเซียน ตั้งการ์ดรับมือเงินทุนผันผวน เลี่ยงซ้ำรอยวิกฤติปี 2540
https://www.dailynews.co.th/news/6274924/
.
ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์เตือนประเทศสมาชิกอาเซียนเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 พร้อมเร่งวางมาตรการรับมือความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย ขณะที่ไอเอ็มเอฟชี้ความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ด้านญี่ปุ่นเสนอเพิ่มลงทุนกระจายห่วงโซ่อุปทานและพัฒนาเอไอ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่านายเอลี เรโมโลนา ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ กล่าวระหว่างการเสวนาเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) และธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธ ว่าก่อนเกิดวิกฤติในปี 2540 ภูมิภาคเอเชียได้รับเงินทุนไหลเข้าจำนวนมหาศาล จนเวิลด์แบงก์เรียกช่วงเวลานั้นว่า “ปาฏิหาริย์แห่งเอเชียตะวันออก” แต่การไหลเข้าของเงินทุนดังกล่าวกลับลงเอยด้วยความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
.
เรโมโลนาเตือนว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคจำเป็นต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และให้ความสำคัญกับการป้องกันวิกฤติลักษณะเดียวกันมากขึ้น
.
ด้านนายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟมีความคืบหน้าในการประเมินความเปราะบางทางการเงินและผลกระทบ ที่อาจส่งผ่านระหว่างเศรษฐกิจแต่ละประเทศ รวมถึงการวางแนวทางรับมือความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย
.
อย่างไรก็ตาม ศรีนิวาสันเตือนว่า ประเทศอาเซียนบางแห่งยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซนำเข้า ขณะที่นายอัตสึชิ มิมูระ รมช.กระทรวงการคลังญี่ปุ่น ให้ความเห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เป็นความเสี่ยงระยะสั้นที่ต้องจับตา
.
ทั้งนี้ มิมูระเสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจอย่างตรงจุด เหมาะสม และเป็นมาตรการชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนเพิ่มการลงทุนเพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานด้านแร่สำคัญและพลังงาน รวมถึงเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) และนวัตกรรม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางแรงกดดันจากจีน
.
https://x.com/Reuters/status/2110357504685158575
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่