สวัสดีครับ ผมชื่อโฟล์ค ตอนนี้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้นมาแล้ว เป็นทหาร เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะออกแล้วครับ แต่ก่อนนั้น ผมมีเรื่องจะมาเล่าครับ เกี่ยวกับเรื่องใน อดีต
มันเริ่มต้นมาจาก ความดื้อของผมเองครับ ผมเป็นเด็กอายุ 16 ที่ กำลังเรียนอยู่ใน กศน. ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า เราโตมากพอแล้ว ที่เราจะออกไปสู่โลกภายนอก แต่ไม่รู้ทำไม พ่อผมกลับบอกว่า แบบนั้นไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ “ ถ้าทำแบบนี้ อนาคตก็แย่เหมือนเดิม ” หรือ “ คนแบบเองทำไม่ได้หรอก ” มันเป็นอะไรที่แบบ นะ คือ สำหรับเด็กคนหนึ่งมันก็ค่อนข้างเซ็งว่า ทำไมต้องมา ตีกรอบเราด้วย ว่าแบบนั้นไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ หรือ แบบนี้ จะทำให้เรา มีชีวิตที่แย่ ทั้งที่มันคือสิ่งที่เราชอบ แต่ก็นั่นแหละครับ ยิ่งพยายามทำตามที่พ่อบอก ก็เหมือนยิ่งฝืนตัวเอง ผ่านไปหลายเดือนผมเลยทำการ หนีออกจากบ้าน ใช่ครับ อ่านไม่ผิดครับ หนีออกจากบ้าน ถามว่าหนียังไง ตอนนั้นผม บอก พ่อว่า พ่อครับวันนี้ผมมีงาน ทั้งที่จริงๆแล้ว วันนั้นเป็นวันหยุด พ่อผมก็ไม่ได้มาตรวจสอบอะไร ผมก็ออกไปพอดี และวันนั้นเป็นวันเงินเดือนออกด้วย สวยสิครับ โทรหาเพื่อน “ กริ๊งๆ ” แล้วให้เพื่อนขับไปเรื่อยๆ หาห้องเช่าที่ หาในเว็บไว้ คือปกติแล้วเนี่ย การเดินหาเอง มันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าใช่ไหมครับ แต่ด้วยความเป็นเด็กครับ ผมก็นะ ในเว็บ

มีแต่แพงๆ แต่ก็โอเค ยอมวะ! เดือนละ 3000 เดือนแรก จ่าย 6000 เหลืออยู่ 3000 คิดไว้สวยหรูครับ ว่ายังไง ก็อยู่ได้ แต่สิ่งที่เรียกว่าความรับผิดชอบครับ เด็กบางคนมันไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น และ ใช่ครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ไอเราก็รักเพื่อนซะด้วย เพื่อนบอกว่า เออ มอเตอร์ไซค์มันเสีย มันต้องการเงินหน่อย 2700 ไอเราก็ดันรักเพื่อน เลยยอมให้ง่ายๆ แต่ใครจะรู้ครับ ว่าเราจะมารู้สึกเสียดายเงินทีหลัง เหลืออยู่300 จะทำยังไงดี ให้เหลือรอดถึง 28 วัน นี่พึ่งผ่านไป 2 วันเองนะ ตั้งปณิธานไว้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว เราจะต้องซื้อไข่ มาเก็บไว้ กินวันละฟอง!! และใช่ครับ ที่ไหนได้ เงินหมดภายใน 2 วันครับ

รันทดชิปหาย ทำไงดีล่ะครับ ไม่มีเงิน งานที่เป็นงานประจำเราก็ดันไม่ไปทำงานมาแล้ว 3 วัน ทำยังไงดี เลยโทรไปขอเพื่อน “ เพื่อนบ้านเองมีข้าวไหมอ่ะ ” และใช่ครับคำตอบนั้นน่าประทับใจมาก “ ไม่มีว่ะเพื่อน ” ไอตัวผมก็มานั่งคิด ว่า ทำไมตอนเราให้ เราให้ด้วยความเต็มใจ แต่ในยามที่เราลำบาก ทำไม เพื่อนไม่หันมามองเราเลย แม้กระทั่งข้าว สักจาน เพื่อนก็ยังไม่มีให้ ตอนนั้นผมเศร้ามาก เริ่มคิดแล้วว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อ จะกลับไปหาพ่อก็ไม่อยากกลับ เพราะเรามุ่งมานะแล้วว่า เราจะไม่กลับ และจะทำให้เห็นว่า เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง แต่ตอนนี้ มันล้มเหลวตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว และชีวิตผมจะเป็นยังไงต่อ . . . . รออ่านวันหน้าครับ
ประสบการณ์ หนีออกจากบ้าน ที่ผมอยู่ดีๆ ก็อยากเล่า
มันเริ่มต้นมาจาก ความดื้อของผมเองครับ ผมเป็นเด็กอายุ 16 ที่ กำลังเรียนอยู่ใน กศน. ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า เราโตมากพอแล้ว ที่เราจะออกไปสู่โลกภายนอก แต่ไม่รู้ทำไม พ่อผมกลับบอกว่า แบบนั้นไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ “ ถ้าทำแบบนี้ อนาคตก็แย่เหมือนเดิม ” หรือ “ คนแบบเองทำไม่ได้หรอก ” มันเป็นอะไรที่แบบ นะ คือ สำหรับเด็กคนหนึ่งมันก็ค่อนข้างเซ็งว่า ทำไมต้องมา ตีกรอบเราด้วย ว่าแบบนั้นไม่ได้ แบบนี้ไม่ได้ หรือ แบบนี้ จะทำให้เรา มีชีวิตที่แย่ ทั้งที่มันคือสิ่งที่เราชอบ แต่ก็นั่นแหละครับ ยิ่งพยายามทำตามที่พ่อบอก ก็เหมือนยิ่งฝืนตัวเอง ผ่านไปหลายเดือนผมเลยทำการ หนีออกจากบ้าน ใช่ครับ อ่านไม่ผิดครับ หนีออกจากบ้าน ถามว่าหนียังไง ตอนนั้นผม บอก พ่อว่า พ่อครับวันนี้ผมมีงาน ทั้งที่จริงๆแล้ว วันนั้นเป็นวันหยุด พ่อผมก็ไม่ได้มาตรวจสอบอะไร ผมก็ออกไปพอดี และวันนั้นเป็นวันเงินเดือนออกด้วย สวยสิครับ โทรหาเพื่อน “ กริ๊งๆ ” แล้วให้เพื่อนขับไปเรื่อยๆ หาห้องเช่าที่ หาในเว็บไว้ คือปกติแล้วเนี่ย การเดินหาเอง มันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าใช่ไหมครับ แต่ด้วยความเป็นเด็กครับ ผมก็นะ ในเว็บ