การส่งต่อความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของโค้ชโอภาส ศรีมาศ” ผู้ปลุกปั้นสายเลือดมาราธอนเพชรบูรณ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกคน โดยเฉพาะเหล่านักวิ่งและคนที่กำลังตามหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
มีคำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบมาก เขาบอกว่า “คนเก่ง... อาจจะสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ แต่คนเก่งที่ 'สุดยอด' จริงๆ คือคนที่สามารถส่งต่อความสำเร็จนั้น และปั้นคนอื่นให้เก่งตามมาได้”
วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์เรื่องราวของ “โค้ชโอภาส ศรีมาศ” อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จของตัวเอง แต่เดินหน้าทำหน้าที่ส่งต่อพลัง ปลุกปั้นเด็กสายเลือดเพชรบูรณ์ จากคนที่ “วิ่งมาราธอนไม่เป็นเลย” ให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักวิ่งระดับท็อป และไปไกลถึงขั้นสวมเสื้อทีมชาติไทย!
ลองมาดูกันครับว่าเส้นทางของศิษย์ทั้งสองคนภายใต้การเจียระไนของโค้ชโอภาสเป็นอย่างไรบ้าง
1. ตั้ม ชาคริต บุญคง: สายเลือดเพชรบูรณ์คนแรก
จากเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นจากวิ่งมาราธอนไม่เป็น ไม่รู้เทคนิค ไม่รู้ระบบการซ้อมที่ถูกต้อง แต่ด้วยการเคี่ยวกรำอย่างถูกวิธีจากโค้ชโอภาสทำให้ ชาคริต บุญคง ได้กลายเป็นผลผลิตชิ้นเอกคนแรกของเมืองเพชรบูรณ์ เขาพัฒนาฝีเท้าอย่างก้าวกระโดดจนก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปของไทย และที่พีคที่สุดคือ การได้รับเกียรติเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเดินทางไปร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับสากลในรายการ Standard Chartered ที่ประเทศอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งนี่คือข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าระบบการปั้นของโค้ชโอภาสนั้นพาเด็กบ้านๆ ไปได้ไกลระดับโลกจริงๆ
2. ตาล - อนุชิต จิว: อีกหนึ่งผลลัพธ์การันตี “ระบบคนปั้นคน”จากคนที่ “ไม่เคยวิ่งมาราธอนเลย”
ถ้าคนแรกเรียกว่าความสำเร็จ คนที่สองคือสิ่งยืนยันว่าโค้ชโอภาสมี “สูตรสำเร็จ” ที่แท้จริงในการสร้างคน “ตาล” อนุชิต จิว คืออีกหนึ่งคนที่เริ่มต้นจากคนไม่เคยวิ่งมาราธอนเลย แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในมือของ Mentor ระดับอดีตทีมชาติคนนี้ จากการวิ่งธรรมดาๆ ถูกพัฒนาการันตีฝีเท้าจนสามารถไต่ระดับขึ้นไปติด อันดับ Top  มาราธอนของประเทศไทย ได้สำเร็จอย่างงดงามและผงาดคว้าอันดับ 1 โอเวอร์ออลชายไทย ครองแชมป์คนไทยในศึก "บางแสน42 ชลบุรี มาราธอน" (Bangsaen42) ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามวิ่งมาราธอนที่ใหญ่และหินที่สุดในประเทศ

ทำไมเรื่องนี้ถึงเรียกว่า “การส่งต่อความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม”?
การที่อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติคนหนึ่งจะผันตัวมาเป็นโค้ช แล้วทำให้นักวิ่งหน้าใหม่ขึ้นมาระดับแถวหน้าและติดทีมชาติได้ มันไม่ใช่แค่การบอกให้ "วิ่งไปข้างหน้า" แต่มันคือ:
การทลายกำแพงความกลัว: เปลี่ยนจากคนที่ "ทำไม่เป็น" ให้เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถไปยืนในเวทีระดับแชมป์ได้
การส่งต่อระบบคิด (Mindset): ถ่ายทอดระเบียบวินัย ประสบการณ์ระดับทีมชาติรุ่นสู่รุ่นที่ไม่มีในตำราทั่วไป
การสร้าง Impact ให้ท้องถิ่น: ทำให้จังหวัดเล็กๆ อย่างเพชรบูรณ์ กลายเป็นเมืองที่สร้างนักวิ่งมาราธอนชั้นยอดของไทย
เรื่องราวของโค้ชโอภาส, ตั้ม ชาคริต และตาล อนุชิต จิว เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีเลยครับว่า ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่การยืนอยู่บนยอดเขาคนเดียว แต่คือการจับมือ ประคอง และผลักดันให้คนรุ่นหลังขึ้นมายืนเคียงข้าง หรือไปได้ไกลกว่าเราบนยอดเขานั้น
ขอปรบมือและแสดงความนับถือให้กับหัวใจของโค้ชโอภาส ศรีมาศ และความมุ่งมั่นของน้องๆ ทั้งสองคนครับ สายเลือดเพชรบูรณ์สุดยอดจริงๆ!
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการมี Mentor ดีๆ ในชีวิต หรือใครเป็นแฟนคลับของพี่ๆ ทั้งสามคนนี้ มาคอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ!

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่