ขนมหัวจุก รสชาติวัยเด็กจากอังกฤษถึงเอเชีย

เชื่อว่าเจ้าขนมหน้าตาแบบในภาพนี้คงจะเป็นอีกหนึ่งขนมในหมวดที่เราเรียกกันว่า “ขนมปี๊บ” ที่หลาย ๆ คนรู้จักกัน ด้วยหน้าตาเล็ก ๆ และน้ำตาลหลากสีสันที่อยู่บนตัวขนมเป็นที่ถูกใจเด็กยุคเก่ามาอย่างยาวนาน แต่เคยสงสัยไหมว่าเจ้าขนมนี้จริง ๆ แล้วมันชื่ออะไรแล้วมีที่มาจากไหนกัน?
.
เจ้าขนมชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “ไอซ์เจมบิสกิต” (Iced Gem Biscuits) หรือชื่อแบบไทย ๆ คือ “ขนมหัวจุก” หรือไม่ก็ “เม็ดพลอย” แน่นอนว่าในเมื่อชื่อต้นทางเป็นภาษาอังกฤษ มันก็มีที่มาจากประเทศอังกฤษนั่นเอง
.
ในตอนแรก ขนมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขนมที่ถูกทำขึ้นโดยบังเอิญอีกชนิดหนึ่ง เรื่องมันเกิดขึ้นช่วงทศวรรษที่ 1850 ณ โรงงานขนมฮันท์ลีย์แอนด์พัลเมอร์ ในเมืองเรดดิ้ง ซึ่งเกิดจากเครื่องทำบิสกิตที่กำลังทดลองใช้งานนั้นกลับทำให้ตัวบิสกิตที่ควรจะใหญ่กว่านี้หดลงเหลือเป็นฐานกลม ๆ แบน ๆ อยู่อันนิดเดียว ไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ตามความตั้งใจเดิม
.
แม้จะเป็นข้อผิดพลาดแต่ปรากฏว่าเจ้าของโรงงานบิสกิตซึ่งก็คือโธมัส ฮันท์ลีย์และหุ้นส่วนกลับชอบบิสกิตชิ้นจิ๋วนี้มาก ก็เลยทำขายซะเลยโดยให้ชื่อว่า “เจม” หรืออัญมณีน้อย ๆ นั่นเอง
.
จากบิสกิตธรรมดา ๆ ก็เริ่มแพร่หลายและเกิดการประดิษฐ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นี้เองที่เกิดการนำเอาน้ำตาลไอซ์ซิ่งมาบีบลงบนบิสกิตแล้วพักให้แข็งตัว กลายเป็นขนมไอซ์เจมบิสกิต หรือขนมหัวจุกแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้
.
จากอังกฤษขนมนี้ก็แพร่หลายเข้ามายังดินแดนที่เป็นอาณานิคม ตั้งแต่ศรีลังกา มาจนถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งก็น่าจะเดินทางเข้ามาไทยจากทางฝั่งมาเลเซียและสิงคโปร์นั่นเอง
.
แม้ว่าเจ้าขนมนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้าง แต่ก็เห็นว่ายังคงมีการทำขายในฐานะขนมปี๊บอยู่ กลายเป็นขนมอย่างเก่าอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคนเรื่อยมา
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by BangkokBank
ขนมหัวจุก รสชาติวัยเด็กจากอังกฤษถึงเอเชีย
เชื่อว่าเจ้าขนมหน้าตาแบบในภาพนี้คงจะเป็นอีกหนึ่งขนมในหมวดที่เราเรียกกันว่า “ขนมปี๊บ” ที่หลาย ๆ คนรู้จักกัน ด้วยหน้าตาเล็ก ๆ และน้ำตาลหลากสีสันที่อยู่บนตัวขนมเป็นที่ถูกใจเด็กยุคเก่ามาอย่างยาวนาน แต่เคยสงสัยไหมว่าเจ้าขนมนี้จริง ๆ แล้วมันชื่ออะไรแล้วมีที่มาจากไหนกัน?
.
เจ้าขนมชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “ไอซ์เจมบิสกิต” (Iced Gem Biscuits) หรือชื่อแบบไทย ๆ คือ “ขนมหัวจุก” หรือไม่ก็ “เม็ดพลอย” แน่นอนว่าในเมื่อชื่อต้นทางเป็นภาษาอังกฤษ มันก็มีที่มาจากประเทศอังกฤษนั่นเอง
.
ในตอนแรก ขนมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขนมที่ถูกทำขึ้นโดยบังเอิญอีกชนิดหนึ่ง เรื่องมันเกิดขึ้นช่วงทศวรรษที่ 1850 ณ โรงงานขนมฮันท์ลีย์แอนด์พัลเมอร์ ในเมืองเรดดิ้ง ซึ่งเกิดจากเครื่องทำบิสกิตที่กำลังทดลองใช้งานนั้นกลับทำให้ตัวบิสกิตที่ควรจะใหญ่กว่านี้หดลงเหลือเป็นฐานกลม ๆ แบน ๆ อยู่อันนิดเดียว ไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ตามความตั้งใจเดิม
.
แม้จะเป็นข้อผิดพลาดแต่ปรากฏว่าเจ้าของโรงงานบิสกิตซึ่งก็คือโธมัส ฮันท์ลีย์และหุ้นส่วนกลับชอบบิสกิตชิ้นจิ๋วนี้มาก ก็เลยทำขายซะเลยโดยให้ชื่อว่า “เจม” หรืออัญมณีน้อย ๆ นั่นเอง
.
จากบิสกิตธรรมดา ๆ ก็เริ่มแพร่หลายและเกิดการประดิษฐ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นี้เองที่เกิดการนำเอาน้ำตาลไอซ์ซิ่งมาบีบลงบนบิสกิตแล้วพักให้แข็งตัว กลายเป็นขนมไอซ์เจมบิสกิต หรือขนมหัวจุกแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้
.
จากอังกฤษขนมนี้ก็แพร่หลายเข้ามายังดินแดนที่เป็นอาณานิคม ตั้งแต่ศรีลังกา มาจนถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งก็น่าจะเดินทางเข้ามาไทยจากทางฝั่งมาเลเซียและสิงคโปร์นั่นเอง
.
แม้ว่าเจ้าขนมนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้าง แต่ก็เห็นว่ายังคงมีการทำขายในฐานะขนมปี๊บอยู่ กลายเป็นขนมอย่างเก่าอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคนเรื่อยมา
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by BangkokBank