💛🙏๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ วันนวมินทรมหาราช🙏💛 ๑๐ ปีที่พ่อจากไป รัชกาลที่ ๙ สวรรคต และ ๑๐ ปีที่ลูกสานต่อ รัชกาลที่ ๑๐ ครองราชย์





๑๐ ปีที่พ่อจากไป และ ๑๐ ปีที่ลูกสานต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์หัวใจของประเทศไทย

วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ ครบหนึ่งทศวรรษแห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สำหรับคนไทยจำนวนมาก ความทรงจำถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ ยังคงชัดเจน ทั้งภาพแผนที่ในพระหัตถ์ กล้องถ่ายรูปคล้องพระศอ และการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับฟังชีวิตของราษฎรในพื้นที่ห่างไกล

พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนามีความหมายอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน น้ำที่เพียงพอสำหรับเพาะปลูก ดินที่กลับมาใช้ประโยชน์ได้ และความรู้ที่ช่วยให้ครอบครัวมีทางประกอบอาชีพ โครงการฝนหลวงเกิดขึ้นเพื่อบรรเทาความแห้งแล้งแก่เกษตรกร ส่วนแนวพระราชดำริ “แกล้งดิน” มุ่งศึกษาวิธีแก้ปัญหาดินเปรี้ยว เพื่อให้ผืนดินที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกินกลับมาสร้างประโยชน์แก่ราษฎรได้ ความห่วงใยจึงได้รับการถ่ายทอดผ่านการศึกษา ทดลอง และลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

สิ่งที่พระองค์พระราชทานไว้จึงมีทั้งโครงการและวิธีคิดในการพัฒนา เริ่มจากเข้าใจปัญหา เคารพสภาพพื้นที่ และมองเห็นคนที่ต้องอยู่กับผลของการเปลี่ยนแปลงนั้น ความยั่งยืนมีความหมายเมื่อประชาชนสามารถนำความรู้ไปใช้ ดูแลครอบครัว และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงรับพระราชภารกิจในการดูแลบ้านเมือง พร้อมทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดงานพัฒนาที่มีอยู่ ตัวอย่างหนึ่งคือโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงริเริ่มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร และในรัชกาลปัจจุบันได้รับการพัฒนาและต่อยอด ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน

พระเมตตายังปรากฏผ่านการสนับสนุนงานสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย สำหรับครอบครัวหนึ่ง การเข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นอาจหมายถึงโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง

จากพระมหากรุณาธิคุณของพระราชบิดา สู่พระราชปณิธานของพระราชโอรส ความต่อเนื่องนี้ทำให้คำว่า “สานต่อ” มีความหมายที่สัมผัสได้ผ่านงานพัฒนาและการดูแลประชาชน สำหรับผู้ที่ผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความรู้สึกว่าเป็นหัวใจของประเทศไทยจึงเกิดจากทั้งความทรงจำ ความห่วงใย และสายสัมพันธ์ที่ส่งต่อระหว่างคนแต่ละรุ่น

ในวันที่เราน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ การแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทำได้ผ่านสิ่งใกล้ตัว ตั้งใจทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ใช้ความรู้แก้ปัญหา ดูแลทรัพยากร และช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน เพื่อให้คุณค่าที่พระองค์ทรงฝากไว้เกิดประโยชน์ต่อไปในชีวิตของผู้คน

๑๐ ปีแห่งความคิดถึง พระมหากรุณาธิคุณยังคงตราตรึงในดวงใจ และงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนยังได้รับการสืบสานต่อไป

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญ

#วันนวมินทรมหาราช #๑๓ตุลาคม #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #สืบสานรักษาต่อยอด #BangkokILoveYou







พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มีพระอาการประชวรเรื้อรัง
ในส่วนของพระหทัยเต้นผิดปกติ จากการได้รับเชื้อ
ไมโคพลาสมา ราวปี ๒๕๓๐ ขณะเสด็จไปเยี่ยมประชาชน
ที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

คณะแพทย์ไม่อาจถวายการรักษาให้หายขาดได้
ทำได้เพียงถวายพระโอสถประคองพระอาการมาตลอด
จนต้องทรงรับการผ่าตัดใหญ่เมื่อปี ๒๕๓๘

ต่อมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๒ ทรงเริ่มประชวร
อันเนื่องมาจากพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ

พระองค์แปรพระราชฐานจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ไปประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช
เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษา

ต่อมาจนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ เมื่อพระอาการเริ่มดีขึ้น
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ
ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบถ

จนกระทั่งวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ เสด็จฯ มาประทับ
ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีพระอาการไข้
คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไป
ดีขึ้นตามลำดับ

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ พระองค์ได้เสด็จ
พระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข
วังไกลกังวล เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบถอีกครั้ง
แต่เสด็จฯ ไปประทับได้ไม่นาน ก็ทรงกลับมาประทับ
ณ โรงพยาบาลศิริราช หลังจากนั้นจนถึงเดือนกันยายน
๒๕๕๙ พระอาการประชวรได้ดีขึ้นและทรุดลงเป็นครั้งคราว

โดยพระราชกรณียกิจครั้งสุดท้ายของพระองค์
คือการพระราชทานพระบรมราชวโรกาส
ให้ผู้พิพากษาประจำศาลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๘

และปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้ายในการเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทอดพระเนตรสภาพภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสวนจิตรลดา
พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๙

ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ เป็นต้นมา
มีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ
พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด
และพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย

คณะแพทย์จึงทำการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ
และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิต
แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย
พระอาการไม่คงที่ ก่อนที่พระอาการจะทรุดลงไปอีก
มีการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต

จนเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระอาการประชวร
ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคต
ด้วยพระอาการสงบเมื่อเวลา ๑๕.๕๒ น.
รวมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา
ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี ๔ เดือน ๔ วัน

โดยหากไม่นับรวมพ่อขุนบานเมืองและพระยางั่วนำถุม
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยที่ไม่ทราบปี
พระบรมราชสมภพแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์
ที่มีพระชนมพรรษามากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

และครองราชย์ยาวนานมากที่สุดในเอเชีย
และเป็นอันดับสามของโลก

วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๑๗ น.
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรง
พระราชอิสริยยศที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปโรงพยาบาลศิริราช
เพื่อเชิญพระบรมศพไปยังพระบรมมหาราชวัง

มีพระราชพิธีถวายสรงน้ำพระบรมศพ
ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา และเป็นพระมหากษัตริย์ไทย
พระองค์แรกที่ประทับพระบรมศพในพระหีบ
ซึ่งเป็นไปตามแนวปฏิบัติของราชสกุลมหิดล
ที่สืบมาตั้งแต่ครั้งพระราชพิธีพระศพ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ประดิษฐานหลังพระแท่นแว่นฟ้าทอง
ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท



พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐
ทรงสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙

นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ อันเป็นวันสวรรคต
ของรัชกาลที่ ๙ เพื่อให้การสืบราชสันตติวงศ์
เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ จึงทรงรับการ
กราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นทรงราชย์อย่างเป็นทางการ

และทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ตามโบราณราชประเพณี
และเฉลิมพระปรมาภิไธยเป็น

“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร
กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม
บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ จึงเป็นวันครบรอบ ๑๐ ปีบริบูรณ์
แห่งการครองราชย์ ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์



พระมหากษัตริย์แห่งรัฐเอกราชที่มีหลักฐานยืนยัน
วันเริ่มต้นและสิ้นสุดรัชกาลอย่างชัดเจน
มี ๓ พระองค์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

อันดับ ๑ ประเทศฝรั่งเศส
พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ (๗๒ ปี ๑๑๐ วัน)
๑๔ พฤษภาคม ๒๑๘๖ – ๑ กันยายน ๒๒๕๘
โดยทรงครองราชย์เมื่อมีพระชนมายุเพียง ๔ พรรษา

อันดับ ๒ สหราชอาณาจักร
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ (๗๐ ปี ๒๑๔ วัน)
๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ – ๘ กันยายน ๒๕๖๕
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สตรีที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด
ในประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานยืนยัน

อันดับ ๓ ราชอาณาจักรไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) (๗๐ ปี ๑๒๖ วัน)
๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ – ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด
ในประวัติศาสตร์ และยาวนานที่สุดในบรรดา
พระมหากษัตริย์แห่งรัฐเอกราชในทวีปเอเชีย

หมายเหตุสำคัญ: หากนับรวมพระมหากษัตริย์ของดินแดน
ที่ยังไม่ได้เป็นรัฐเอกราชในบางช่วง จะมีพระเจ้าซอบฮูซาที่ ๒
แห่งสวาซิแลนด์ (ปัจจุบันคือเอสวาตีนี) ซึ่งครองราชย์
ถึง ๘๒ ปี ๒๕๔ วัน ระหว่างปี ๒๔๔๒ – ๒๕๒๕ จึงถือเป็น
ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดตามหลักฐานที่ตรวจสอบได้อีกเกณฑ์หนึ่ง



เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ รัชกาลที่ ๙
เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช
ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
ทรงประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคลด้วยพระองค์เอง
เป็นครั้งสุดท้าย จึงนับเป็นพระราชพิธีครั้งสุดท้ายในรัชกาล

ต่อมาในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้พิพากษา
และตุลาการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์
ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ โรงพยาบาลศิริราช
จึงนับเป็นการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
อย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในพระชนม์ชีพ

จนถึงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๙
พระองค์เสด็จฯ จากโรงพยาบาลศิริราช
ไปทอดพระเนตรสภาพภูมิทัศน์บริเวณสวนจิตรลดา
พระราชวังดุสิต ก่อนเสด็จฯ กลับโรงพยาบาลศิริราช
จึงนับเป็นการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนครั้งสุดท้าย
ตามการรายงานข่าวและข้อมูลที่เผยแพร่

ต่อมาอีก ๙ เดือน ๒ วัน จึงเสด็จสวรรคต
ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙















💛 ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ 💛


🙏 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 🙏 



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่