สวัสดีค่ะ เราเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านที่คุณพ่อฟังแค่คนเดียวค่ะขอเกริ่นก่อนว่าพ่อกับแม่เราเลิกกันโดยที่ไม่ได้หย่ากันค่ะ แยกบ้านกันอยู่ เลิกกันมาประมาณ7ปีแล้ว บ้านของเราเคยมีสวนยางพารา(ขายแล้วนำมาทุ่มกับสวนปาล์ม)และมีสวนปาล์มค่ะ คุณแม่เราคอยช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่แรก จนถึงปัจจุบัน มีช่วงปีนี้ที่เริ่มไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะแม่ต้องเลี้ยงเรากับน้องค่ะ ซึ่งเริ่มรับค่าใช้จ่ายไม่ไหวคุณแม่ (ปกติจะช่วยจ่ายค่าปุ๋ยและค่าตัดหญ้าภายในสวน) เมื่อปีก่อนคุณพ่อมีปัญหาส่วนตัวจากสารเสพติดทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้เลยและไม่สามารถตัดสินใจได้ รวมถึงต้องทานยาและพบจิตแพทย์ คุณแม่จึงดูแลสวนและจัดแจงเองจนคุณพ่อดีขึ้นจึงให้เขามาจัดการเอง ผลคือไม่สามารถจัดการได้และยังมีขอเงินบ้างประปรายไปดูแลสวนแต่ตอนนี้คุณแม่เริ่มช่วยไม่ไหวแล้วค่ะ ทำให้คุณพ่อมาบอกเราว่าถ้าคุณแม่ไม่ช่วยก็คงต้องปล่อยสวนไป เนื่องจากมีคนมาขอซื้อที่ในสวนแล้วแต่ยังไม่ได้ขายเพราะคุณพ่อยังอยากเก็บไว้อยู่ แต่ล่าสุดคุณพ่อบอกว่าจะขาย สวนเล็ก1.3ล้าน สวนใหญ่5.2ล้าน ซึ้งเป็นทรัพย์สินสุดท้ายของคุณพ่อ ที่เหลือก็มีแค่ที่ดินของบ้านที่คุณพ่ออาศัยอยู่ค่ะ และคุณพ่อไม่ได้ทำงานอะไรนอกจากทำสวนค่ะซึ่งส่วนใหญ่จะจ้างคนไปเก็บเพียงแค่รอรับเงิน ท่านจึงอยากขาย มีคุณย่าเตือนแต่ท่านยังอยากขายค่ะซึ่งท่านไม่ฟังใครนอกจากหนูค่ะท่านอยากให้หนูตัดสินใจด้วย หนูได้ทำการปรึกษากับคุณแม่ท่านก็ไม่อยากให้ขายแต่คุณแม่บอกว่าไม่อยากยุ่งค่ะเพราะเป็นของคุณพ่อและคุณพ่อจะยกให้หนูที่เคยคุยกันไว้ คุณแม่กลัวญาติฝั่งคุณพ่อจะคิดว่าท่านอยากได้ด้วยเลยไม่อยากพูดและให้หนูและคุณพ่อตัดสินใจเอง หนูเลยอยากสอบถามว่ามีใครเจอประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้หรือมีคำแนะนำไหมคะ หนูไม่มีใครรู้เรื่องนี้ค่ะ ในความคิดหนูเงินก้อนโตอยู่ได้ไม่นาน
พ่ออยากขายสวนปาล์ม แต่จะไม่มีรายได้จากทางอื่นแล้ว