หัวหน้าใช้ AI เตรียมคุย 1:1 ยังไง ไม่ให้กลายเป็นอ่านสคริปต์

ช่วงนี้หัวหน้าหลายคนเริ่มให้ AI ช่วยเตรียมคุยกับลูกน้องแบบตัวต่อตัวครับ ข้อดีคือเตรียมได้เร็ว แต่ที่เห็นบ่อยคือพอเข้าห้องจริง หัวหน้าถือคำถามมาเป็นสิบข้อ ไล่ถามทีละข้อ ลูกน้องตอบสั้นลงเรื่อย ๆ จนวงคุยกลายเป็นการกรอกแบบฟอร์ม

คำตอบสั้นของผม: ใช้ AI ให้ช่วย "ถามสั้นลง ฟังมากขึ้น" ไม่ใช่ให้ AI เขียนบทพูด หรือเดาคำตอบแทนลูกน้อง

ที่ลองทำได้ 4 ขั้นครับ

1) เขียนเป้าของวงนี้ให้ได้ในหนึ่งประโยค
เช่น "อยากรู้ว่างานไหนที่ติดอยู่ และอยากให้ผมช่วยอะไร" ถ้ายังเขียนประโยคเดียวไม่ได้ แปลว่าวงนี้ยังไม่พร้อมคุย

2) ให้ AI ช่วยคัดคำถามเหลือ 3 ข้อ และเป็นคำถามเปิด
ถือเข้าห้องแค่ 3 ข้อนี้ ที่เหลือให้ถามต่อจากสิ่งที่ลูกน้องเล่า

3) ซ้อมฟัง 5 นาทีก่อนคุยจริง
ให้ AI เล่นเป็นคนที่ยังไม่พร้อมเล่า แล้วฝึกถามต่อจากคำตอบ โดยไม่รีบเสนอทางออก

4) ปิดวงด้วยสิ่งที่ทำต่อหนึ่งข้อ
ใครทำ และทำเมื่อไร พูดทวนก่อนแยกย้าย

สิ่งที่ไม่ควรให้ AI ทำ คือเดาว่าลูกน้องคิดอะไร หรือตัดสินผลงานแทนเรา

เรื่องข้อมูล: ไม่ควรใส่ชื่อจริงหรือข้อมูลอ่อนไหวของลูกน้องลงใน AI เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความเชื่อทางศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มาตรา 26 จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหว ให้เขียนเป็นสถานการณ์กลาง ๆ แทน และถ้าองค์กรมีนโยบายการใช้ AI อยู่แล้ว ให้ทำตามนโยบายนั้นก่อนครับ (ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไป ถ้าเป็นกรณีเฉพาะควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายขององค์กร)

ข้อจำกัด: 4 ขั้นนี้เป็นวิธีประยุกต์ของผม ยังไม่ใช่สิ่งที่มีงานวิจัยทดลองกับทีมไทยโดยตรง ใครลองแล้วได้ผลต่างไป อยากฟังมากครับ

ถ้าให้ AI ช่วยได้แค่ขั้นเดียวก่อนคุย 1:1 คุณเลือกขั้นไหนครับ 1, 2, 3 หรือ 4?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่