ผมเข้าใจคุณนะ (ตอนที่ 2)

กระทู้สนทนา
ตอนที่ 2.
 
เช้าวันรุ่งขึ้นผมขับรถออกจากกรุงเทพ กลับไปที่หน่วยงานในต่างจังหวัด ระหว่างขับรถผมเผลอมองรูปถ่ายที่เคยแปะอยู่ที่หน้าปัดรถ บ่อยครั้ง และใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร เหมือนบางส่วนในชีวิตได้หายไป

จนถึงที่ทำงานและเริ่มงานทันที ผมทำโน้นทำนี่จนเลยเวลาเลิกงาน หัวหน้าก็เดินเข้ามาหาที่ห้องทำงาน โดยมีหญิงสาวผอมบางร่างเล็กคนหนึ่งเดินตามหลังมาด้วย
“คุณ........ผมพาคุณอ้อม มาแนะนำให้รู้จัก
คุณอ้อมเป็นฝ่ายตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่ จะมาดูงานที่หน่วยงานเราประมาณ 1 เดือน ผมจะฝากคุณช่วยดูแล ให้หน่อย”
หญิงสาวชื่ออ้อม ยกมือไหว้ผม ผมรับไหว้ตอบ
“งั้นผมฝากคุณไปส่งคุณอ้อมด้วยนะ พอดีผมมีธุระ” หัวหน้าผมบอก แล้วเดินจากไป ในขณะที่ผมนึกในใจ กูก็มีธุระเหมือนกัน ผมมองหญิงสาวชื่ออ้อม
หญิงสาวชื่ออ้อมในชุดสูทสีกรม กระโปรงรัดรูปสีเดียวกัน รองเท้าคัทชูสีดำขัดมันวับ กับกระเป๋าสะพายสีดำ VSL ดูปร๊าบเดียวก็รู้ว่าของแท้

หญิงสาว อายุราวๆ 28-30 ปี หน้าตาน่ารัก ดูเด็กกว่าอายุมาก แววตาดูมั่นใจตัวเอง จมูกสันคม แต่งหน้าบางๆ ยืนอย่างสมาร์ท เหมือนถูกฝึกมา และทำมันจนเคยชิน จนผมชวนให้นั่งลงก่อน แล้วเธอก็นั่งลงตรงเก้าอี้ ที่วางอยู่อีกด้านนึงของโต๊ะ ดูจากมาดที่เธอนั่งบ่งบอกได้เลยว่าถูกฝึกมาดี ผมก็ทำงานต่อ
“รอแป็บนึงนะคะ ผมขอส่ง e mail นี้ก่อน” ผมบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า ผมเองก็พยายามใช้คำพูดสุภาพกับเธอ เพราะผมไม่ค่อยแน่ใจว่าสำนักงานใหญ่ ส่งมาตรวจสอบอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเธอน่าฟัดมาก

“ค่ะ ตามสบายค่ะพี่” เธอตอบ ในระหว่างที่ผมกำลังเรียบเรียง e mail
“พี่เลิกงานเย็นทุกวันเลยหรอคะ เห็นคุณ.......ที่เป็น PM ชื่นชมพี่ตลอดเลยว่าเป็นคนขยัน” เธอพูดขึ้น
“คงไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ทุกคนก็ขยันเท่าๆกันแหละ เพราะต่างคนก็ต่างรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเอง” ผมตอบในขณะที่ตัวเองยังจ้องหน้าคอมพิวเตอร์
“แล้ว คุณอ้อมหิวหรือยัง” ผมถามต่อ
“ก็เริ่มหิวแล้วละค่ะ เมื่อตอนเที่ยงทานขนมไปแค่รองท้องเองค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม ผมแอบชอบรอยยิ้มนั้นทันที
 
10 นาทีผ่านไป ผมปิด Computer แล้วเก็บของใส่เป้
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมพาไปทานข้าวร้านอร่อยแถวๆนี้”
 
ที่ร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากหน่วยงานมากนัก หลังจากที่สั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว ผมสั่งน้ำอัดลม ในขณะที่เธอดื่มน้ำเปล่า
“คุณอ้อมแวะไปที่แคมป์พักมาแล้วใช่ไหมครับ พออยู่ได้ไหมคะ” ผมชวนคุย
“ค่ะไปมาแล้ว ก็อยู่ได้ค่ะ พี่ PM ให้แม่บ้านจัดการให้เรียบร้อย”
“พี่ก็พักที่แคมป์ใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ”
หลังอาหารมาเสริฟ เราต่างทานอาหารไปคุยไป ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงาน จนเวลา 2ทุ่ม เราก็ออกจากร้าน และกลับไปที่แคมป์ ผมเดินไปส่งอ้อมที่หน้าห้องพัก แล้วเดินกับไปยังห้องพักตนเอง
 
 
สองอาทิตย์ผ่านไป ผมได้รับข้อความและรูปถ่ายจากนิดเป็นระยะๆ และผมตอบกลับอยู่เสมอ การที่นิดไปเยอรมันครั้งนี้ มันเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้ผมไม่สบายใจเลย จากท่าทาง สีหน้า แววตา คำพูด มันดูเหมือนความสัมพันธ์ ระหว่างผมกับนิด ค่อยๆห่างเหินกันไปเรื่อยๆ 

ผมพยายามทุ่มเทให้กับงาน เพื่อสลัดความกังวลเหล่านั้น ในขณะที่น้องอ้อมก็เทียวแวะมา ถามเรื่องงานอยู่เรื่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับผม และงานอื่นๆ ผมเดาเอาว่ามันเป็นหน้าที่เธอต้องทำ เธอเข้าร่วมบางการประชุมเพราะบางเรื่องเป็นเรื่องที่เธอควรรับรู้ และส่วนใหญ่เธอชอบมานั่งทำงานที่โต๊ะใกล้ๆโต๊ะของผม ทั้งๆที่ทางหน่วยงานก็ได้เตรียมโต๊ะไว้ให้เธอแล้ว แต่อยู่อีกห้องหนึ่ง

 หญิงสาวจากฝ่ายตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่ จะมาอะไรมากมายกับนายช่างอย่างผม 1 อาทิตย์ผ่านมาเธอเริ่มมีเพื่อน และคนรู้จักมากขึ้นอาจเพราะความที่เธอเป็นคนเฟรนลี่ ทุกคนเลยชอบเธอ และเริ่มมีวิศวกรหนุ่มๆบางคนเริ่มขายขนมจีบ เทียวรับ เทียวส่ง ชวนเธอไปทานข้าวทั้งมื้อเที่ยง และมื้อเย็น หรือบางทีก็เข้าไปหาร้านนั่งฟังเพลงในตัวจังหวัด

ในขณะที่ผม ยังคงนั่งดื่มกับน้องๆที่แคมป์ แต่พอเมาได้ที่ก็ออกไปดื่มต่อในตัวจังหวัดบ้าง ใช้ชีวิตแบบ หนุ่ม playboy กับสาวโคโยตี้ สาวเชียร์เบียร์ หรือสาวสวยที่เรียกกันว่าเด็กดริ๊งส์ แต่ยังคงตื่นเช้ามาทำงาน บางโอกาศน้องอ้อมก็มานั่งร่วมวงด้วย แต่ไม่ดื่มอะไรนอกจากน้ำเปล่า จนหลายๆสายตาที่มอง เริ่มไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของผมและหญิงสาวชื่ออ้อม แต่เธอก็ยังคงรักษาระยะห่าง และวางตัวได้ดี

ก่อนหน้านี้จากที่ผมแอบสอบถาม เพื่อนๆผมจากสำนักงานใหญ่แล้วส่งข้อมูลน้องอ้อมมาให้ผม จึงพอทราบว่าน้องอ้อมหญิงสาวเรียนจบปริญญาโทจากมหวิทยาลัยเอกชนย่านรามคำแหง เอกบัญชี เคยทำงานสำนักงานกฏหมาย แล้วถูกซื้อตัวมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ ได้ข่าวมาแว่วๆ จากพรรคพวกที่สำนักงานใหญ่ว่า เป็นคนแม่นตัวเลขและ “เธอตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด” แต่ในสายตาผมรูปร่างผอมบางแบบเธอแบนแบบไม้กระดานแน่ๆ
 
เย็นวันศุกร์ ของกลางเดือนธันวาคม หลังจากที่ประชุมโครงการเสร็จ ผมก็ได้รับข้อความจากนิด
“นิดอาจจะอยู่ที่ยุโรป ยาวถึงปีใหม่นะคะ” ผมมองข้อความนั้นอย่างฉงน เพราะเรานัดกันไว้ว่าจะกลับไปที่บ้านของเธอที่จังหวัดลำปาง แล้วเลยไปเที่ยวที่จังหวัดน่าน ซึ่งผมได้จองที่พักไว้แล้ว
“นิด....พี่รักนิดนะ ดูแลตัวเองด้วย คิดถึงเสมอ” ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับ โดยไม่ทวงถามถึงสัญญาที่ให้กันไว้ว่าจะไปเที่ยวปีใหม่ด้วยกัน

ผมกลับมานั่งที่โต๊ะ จัดการกับงานเอกสารที่โต๊ะ แต่ในความคิดก็ยังวนเวียนอยู่กับน้องนิด จนเกือบ 5โมงเย็น หญิงสาวชื่ออ้อม ในชุดเสื้อโปโล กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ Nike เดินเข้ามาที่โต๊ะผม แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวตรงข้าม ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นรอยยิ้มน่ารักของอ้อม แล้วเธอก็บอกว่า
“พี่พาอ้อมเข้าไปในตัวจังหวัดหน่อยนะคะ”
ผมมองหน้าเธอด้วยความฉงน เพราะปกติจะมีหนุ่มอาสาทำหน้าที่นี้เสมอในทุกคืนวันศุกร์ ก่อนที่จะคิดอะไรต่อผมก็หลุดคำพูดออกไปว่า
“ได้สิคะ” ผมหลุดปากไปได้ไงเนี่ย
โดยปกติ ทุกๆวันศุกร์คนที่มีครอบครัวก็จะกลับเข้า กทม. คนโสดๆก็เข้าไปเที่ยวในตัวจังหวัด หรือบางคนก็ไปหาที่เที่ยวอื่นที่อยู่ไม่ไกลจากหน่วยงาน ผมพาอ้อมมาในตัวจังหวัดด้วยรถส่วนตัว ทิ้งรถกระบะไว้ที่หน่วยงาน เพราะมีพี่ คนนึงมาขอไว้เพื่อเอาไปตรวจงานในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ผมขับ BMW เข้าตัวเมืองแบบไม่รีบมาก เราจึงมีเวลาคุยกัน
 
“ทำไมคุณอ้อมไม่กลับ กทม. ล่ะ” ผมถาม
“ขี้เกียจกลับค่ะ อ้อมมาอยู่แค่ 1เดือน แป็บเดียวเอง”
“อ้าวแบบนี้แฟนก็คิดถึงถึงแย่เลยสิ”
“ฮ่าๆๆๆๆ...พี่คิดว่าอ้อมมีแฟนแล้วหรอ มิน่าละพี่ถึงมีปฏิกริยาแบบนี้เนี่ยเอง”
“ปฏิกริยา อะไรหรอ พี่มีอะไรแปลก”
“พี่อ่ะ แววตาพี่มันบอกเลยนะ”
“ขนาดนั้นเชียว”
“พี่รู้ไหม สาวใน ออฟฟิต และใน site พูดถึงพี่กันทุกคนเลยนะคะ” ผมหันหน้ามามองหน้าอ้อม แล้วหันกลับมามองถนนตรงหน้า
“ทุกคนเค้า ชื่นชมพี่มากเลยนะคะ เค้าบอกพี่ ใจดี น่ารัก”
“แล้วคุณอ้อมคิดว่าไงละ”
“ไม่รู้สิคะ แต่ต่อไปห้ามเรียกคุณอ้อมได้แล้วให้เรียกอ้อมเฉยๆก็พอค่ะ”
“ได้ค่ะคุณอ้อมเฉยๆ” ผมเล่นมุก
 
ประมาณ 18.30 ผมก็ขับรถมาถึงในตัวจังหวัด เราแวะซื้อของใช้ในห้างสรรพสินค้า แล้วก็ไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งน้องอ้อมได้จองไว้ให้แล้ว 2 ห้อง หลังจากที่ต่างคนต่างไปเก็บของในห้องของตนเอง แล้วเราก็ลงมาเจอกันที่ Lobby แวะออกมาทานอาหารที่ร้านแห่งนึงพอดีมาเจอกับน้องๆอีกกลุ่มหนึ่งทานกันอยู่พอดี น้องๆในกลุ่มนั้น มองผมและน้องอ้อมอย่างฉงน ว่า 2 คนนี้มาด้วยกันได้ไง
หลังทานอาหารเสร็จ
 
ณ.ผับยอดฮิตใจกลางเมือง ผม อ้อม และน้องๆที่ทำงาน 7-8 คน กำลังสนุกเต็มที่กับเสียงเพลง และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ บางคนเต้น บางคนดื่ม คนที่มาเป็นคู่ก็นัวเนีย เคล้าคอกัน จนน่าอิจฉา ผมยังคงนั่งจิบ เหล้าไปเรื่อยๆ ทีละน้อย เฝ้าดูความสนุก และการปลดปล่อยอารมณ์ ของนักเที่ยวราตรี สาวโคโยตี้ในชุดหวาบหวิวที่รู้จักกัน ก็แวะเวียนมาทักทายผมบ้างในฐานะที่เคยรู้จักกัน ทำเอาหญิงสาวชื่ออ้อมมองค้อนเป็นระยะๆ

น้องอ้อมดื่มบ้างเล็กน้อย ดูเหมือนเป็นคนที่ไม่ค่อยเที่ยว หรือดื่มมากนัก แต่ยังคงดูสนุกกับการที่ได้ยืนเต้นช้าๆเบาๆไปตามจังหวะเพลงที่โต๊ะ จนเที่ยงคืนกว่า ทุกคนกำลังสนุกกับเสียงเพลงที่ดัง และแอลกอฮอล์ที่เข้มขึ้น
น้องอ้อมเริ่มดื่มน้ำเปล่า สักครู่นึงเธอก็นั่งหลับเอียงตัวและศรีษะมาพิงที่ที่แขนและไหล่ของผม ผมได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่โชยออกมาจากผิวกายของเธอ ผมถามเธอ
“ถ้าอ้อมง่วงแล้วเรากลับกันดีไหม เดี๋ยวผมไปส่ง”
“นิดหน่อยค่ะ แต่นั่งอีกแป๊บก็ได้ค่ะ ดูเหมือนพี่ยังอยากนั่งอยู่ต่อ”
“ไม่อ่ะ เรากลับกันดีกว่า” ผมเดินไปบอกน้องคนหนึ่งว่าขอกลับก่อน แล้วฝากให้เขาชำระเงินให้ด้วย แล้วค่อยไปเบิกที่ผมในภายหลัง แล้วผมกับน้องอ้อม ก็เดินออกมาจากผับแห่งนั้น ท่ามกลางสายตาของน้องที่ทำงานที่มองด้วยแววตามีเลสนัย  ผมกับน้องอ้อม กลับมาขึ้นรถแล้วขับออกไป เพื่อกลับไปยังโรงแรมหรู ประจำจังหวัดที่เราต่างได้จองไว้ก่อน
ผมจอดรถที่ลานจอดรถของโรงแรม แล้วเดินมาพร้อมกับเธอ เธอเกาะแขนผม แต่เว้นระยะห่างพอสมควร เราเดินผ่าน Lobby โรงแรม ผมกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่ต้องการ
“ขอบคุณนะคะที่พาอ้อมออกมาเที่ยว อยู่กับพี่แล้วดูปลอดภัยดีจัง พี่เป็นสุภาพบุรุษอ่ะ อ้อมชอบอบอุ่นดี”
“อย่าเผลอแอบชอบพี่ล่ะ” ผมตอบกลับแบบแซวๆ
“ไม่ต้องแอบคร๊า ตอนนี้อ่ะชอบเลยคะ” เธอบอก พร้อมแก้มที่เริ่มแดงขึ้น
ผมเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องพัก รับกุญแจจากเธอ แล้วไขกุญแจห้องด้วยมืออันสั่นเทา ผมบอกราตรีสวัสดิ์ หลังจากเธอเข้าห้องไปแล้ว และได้ยินเสียงล็อคประตู
ผมยังคงยืนอยู่หน้าห้องของเธออยู่ครู่นึง เผื่ออารมณ์ จะเหมือนในหนังสักเรื่องที่นางเอกเปิดประตูออกมา แต่แล้วการไม่เป็นเช่นนั้น ผมเลือกที่กลับมายังห้องตัวเอง ส่งข้อความถึงหญิงสาวคนรักที่อยู่อีกฝากหนึ่งของโลก แล้วก็หลับไปตอนเกือบตี 2
 
ผมตื่นมาเกือบ 7.00 น. ของเช้าวันอาทิตย์ หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ขณะที่เตรียมจะลงไปทานอาหารเช้าของโรงแรม เสียงโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น ผมยกหูรับโทรศัพท์ และได้ยินเสียงใสๆจากปลายสาย
“ไปทานข้าวกันค่ะ” เสียงหญิงสาวชื่ออ้อม
“เจอกันที่ lobby ค่ะ เอากระเป๋าลงมาเลยนะคะ เดี๋ยวจะพาไปทานอาหารเช้าข้างนอก” ผมตอบรับแล้ววางสาย อีก 5 นาทีต่อมาผมลงมาที่ lobby ก็เห็นน้องอ้อม ในชุดเสื้อยีนส์ ปลดกระดุม ปล่อยชายเสื้อ ภายในเป็นเสื้อกล้ามสีขาว เผยให้เห็นผิวขาวเหนือเนินอกบางๆนั้น กางแกงขาสั้นสีกรมเหนือเข่าเล็กน้อย รองเท้ายี่ห้อดัง นั่งรออยู่แล้วที่ lobby พร้อมรอยยิ้มหวานทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามา
 
ที่ร้านอาหารเช้าชื่อดังในตัวจังหวัด...
“เดี๋ยวอ้อมสั่งอาหารให้นะคะ พี่ทานอเมริกาโน่ร้อน หวานๆเหมือนเดิมนะคะ” ผมพยักหน้ารับ
ระหว่างรออาหารมาเสริฟ
“อ้อม search หาข้อมูลร้านอาหารใน internet ค่ะ แล้วก็ดูที่เที่ยวไว้ เดี๋ยวเราไปเที่ยวกันต่อ นะคะ อ้อมไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยวต่างจังหวัดเท่าไร วันนี้อากาศดีด้วย”
ในวันอาทิตย์นั้น ผมและอ้อมต่างแวะไปเที่ยวกันหลายที่ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน เธอทำหน้าที่เป็น Navigator ได้ดี คาเฟ่สวยๆ สถานที่ที่ผมไม่เคยไป หรือบางครั้งเราก็จอดรถนั่งคุยกันที่จุดพักรถริมถนนมิตรภาพ กับขนมที่แวะซื้อมาจากที่ต่างๆ ในช่วงเวลานั้น มันทำให้ผมลืมหญิงสาวที่ชื่อนิดไปชั่วขณะ และมีหลายครั้งที่ผมแอบมองน้องอ้อม ด้วยความรู้สึกที่ผมเองก็บอกไม่ถูก เธอน่ารัก ดูเพียบพร้อมไปทุกสิ่ง วางตัวเก่ง รู้จักพูด บุคลิคเธอดูต่างกับเวลาที่อยู่ในที่ทำงานมาก เหมือนคนละคนเลย มองแอบมาเธอยามเผลอ แอบคิดและจินตนาการไปไกลจนกู่ไม่กลับ
เรากลับมาถึงที่แค้มป์ช่วงหัวค่ำ ทานอาหารที่โรงอาหารด้วยกัน และนั่งคุยกันจนเกือบ 4ทุ่ม แล้วผมเดินไปส่งเธอที่หน้าห้อง
“วันนี้พี่สนุกมากเลย” ผมบอกเธอ
“อ้อมก็รู้สึกดีที่ได้ไปเที่ยวกับพี่นะคะ goodnight คะ” เธอกล่าวบอกลา แล้วผมก็กลับมายังห้องพัก ดื่มเบียร์ในตู้เย็น นั่งมองรูปที่ถ่ายด้วยกันกับน้องอ้อม แล้วหลับใหลไปอย่างมีความสุข
 
 
วันศุกร์เกือบสุดท้ายของเดือนธันวาคม
1 เดือนกว่าๆผ่านไป ที่หญิงสาวชื่ออ้อมมาทำงานที่หน่วยงานนี้ ทำให้ผมรู้สึกดีกับเธอโดยไม่รู้ตัว เรานั่งรถมาทำงานด้วยกันเกือบทุกวัน เลิกงานพร้อมกัน แวะทานข้าวเที่ยง และเย็นด้วยกัน และมีงานหลายๆเรื่องที่ผมต้องส่งข้อมูลให้เธอ เพื่อประกอบการทำงานของเธอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่