แชร์เรื่องราวของการขริบ สำหรับคนคิดจะขริบ

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเรื่องเล่าจากการขริบไร้เลือดมาแชร์ให้พี่ๆที่คิดจะตัดสินใจทำเป็นแนวทางครับ

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยนะครับ ว่าส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ทำอะไรแบบนี้ ซึ่งเหตุมันมาจากการที่หนังหุ้มปลายมันระคายเคือง จนเป็นแผล และเกิดการแตกเป็นริ้วๆ แต่เดิม ผมทำความสะอาดอวัยวะเพศของผม ( ขอแทนว่าจูดี้ละกัน ) ด้วยการล้างน้ำเปล่ามาโดยตลอด จนหลังๆ เหงื่อออกเยอะ ทั้งไครทั้งเหงื่อผสมกันมา หมักหมมจนผมต้องหาน้ำยาทำความสะอาดจูดี้ใช้ เพื่อให้มันสะอาดขึ้น โดยจริงๆผมหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ผมลืมไป ว่าแผลจริงๆมันควรล้างแค่น้ำเกลือ และไม่ทำให้มันอับชื้น ( อันนี้พลาดเองแห่ะๆ ) แต่ว่าแผลตรงนี้ เมื่อมันหาย มันจะเป็นผังผืดแล้วทำให้การยืดตัวหรือความอ่อนตัวของผิวหนังส่วนนั้น มันลดลง เวลารูดหนังลงมา ทำให้เจ็บมาๆ และเกิดรอยแผลแตกเหมือนเดิม วนไปมา จนเกือบที่จะเปิดหัวไม่ได้
     
ผมได้เริ่มศึกษาวิธีรักษามาต่างๆนาๆทั้งถาม AI ทั้งหาข้อมูลอื่นๆ เริ่มจากการใช้ยาวฆ่าเชื้อจากร้านขายยา รวมถึงขี้ผึ้งฆ่าเชื้อเพื่อให้แผลหายไว แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นวิธีที่ผมไม่คิดว่าจะได้ใช้ คือการขริบ
     
ในชีวิตผมเองการผ่าตัดเป็นเรื่องที่ผมกังวลมากสุดละ เพราะกลัวมีด กลัวในที่นี้คือ กลัวมันจะทิ่มแทงตัวเอง ( แอบมีปมตั้งแต่เด็ก ) จนเจอวิธีการขริบนี่แหละ ที่คิดว่าต้องเอาชนะความกลัวให้ได้ 555+ ผมได้เห็นวิธีการต่างๆ ทั้งแบบทั่วไป แบบไร้เลือด แบบเลเซอร์ ต่างๆนาๆ และผมอยากได้วิธีที่ผมเจ็บน้อยสุด และเร็วสุด ก็มาเจอวิธี ขริบไร้เลือด เพราะราคามันอยู่ในข่ายที่รับได้ ( ไม่ข้าม 6000 ) และดันใกล้บ้านพอดี ก็เลยได้ติดต่อไปยังคลินิคย่านสรงประภา

ผมเริ่มติดต่อผ่าน Facebook จนจบขั้นตอนการจอง นัดหมายเสร็จหมด ทางคลินิก ก็ให้ผมงดยาที่มีความเสี่ยงต่อการห้ามเลือด และโกนขนจูดี้ออกให้หมด และ ก็รอวันนัดเข้าพบ จนกระทั่งมาถึงวันที่นัดหมาย

ตื่นเช้ามา โกนขนจูดี้ก่อนเลย โคตรโล่ง โคตรเฟี้ยว เย็นๆ 55 ก็พร้อมเข้าตามนัดหมาย พอถึงคลินิคก็มีสอบถามข้อมูลส่วนตัวเพื่อลงประวัติ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ให้ขึ้นไปบนห้อง โดยให้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้เรา ถอดหมดทุกอย่างที่เป็นของเรา และเตรียมขึ้นเตียงแห่งความหวัง เมื่อถึงเวลาก็ได้เจอพยาบาลและหมอที่ดูแลเคสผม ก็ได้พูดคุยกันปกติ เพื่อลดความกังวล และแล้ว ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นก็ได้เริ่มขึ้น หมอได้ใช้อุปกรณ์วัดขนาดมาครอบเพื่อวัดขนาดให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ ที่เห็นแว็บๆ มันคล้ายๆขากรรไกร ปากกลมๆ ไอเจ้าตัวปากกลมๆ มันจะเอาไว้ครอบหัวจูดี้ และเอาหนังหุ้มปลายของเราครอบไว้ แล้วรัดด้วยเคเบิลไทร์ แล้วเอาตัวปืนขากรรไกรตัดมาครอบอีกที แต่เดียวก่อน ก่อนที่จะครอบอุปกรณ์ มันต้องโดนยาชาใช่มั้ยหละ นี่แหละที่ผมกลัวสุด เพราะได้ยินมาหลายคนว่ามันจะมีเจ็บตอนนี้ ผมโดนไปที่โคน ที่กลางลำ ที่เส้นสองสลึง จำไม่ได้ว่ากี่เข็ม แต่ไม่น่าต่ำกว่า 3 แน่ๆ จุดที่เจ็บสุดคือเส้นสองสลึง แบบว่า พอแทงปุ๊บ คือตะโกนในหัวว่า โอ้ ไอแม่...... เจ็บ sus เจ็บ ชิหัย พระเจ้าช่วยกล้วยตานี  น้ำตาแรกผมมาละ 55555 หลังจากนั้นก็ทิ้งความหว่าเว้ให้ผมไปประมาณ 20 นาทีได้ ให้ยาชาทำงาน ผมนอนบนเตียงแห่งความหวัง ด้วยน้ำตาลูกผู้ชาย ไม่เคยเจ็บขนาดนี้มาก่อน โดนเพื่อนตบที่เป้า ยังไม่เจ็บขนาดนี้

และก็ถึงเวลาที่ต้องทำการขริบ หมอกับพยาบาลก็ Setup อุปกรณ์จนเสร็จ บอกเลยว่า ตอนนี้ไม่มีความรู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว ตอนนอนทำผมมองผ่าน อก ลงไปไม่เห็นนะ แต่ข้างๆผม เป็นกำแพงมี acrylic มันสะท้อนเลยเห็นทุกขั้นตอน 55555 แม่เจ้าโว้ยย เลยหันหนีไปอีกข้าง ระหว่างนั้น ผมไม่รู้เลยครับ ว่าหมอทำการขริบอยู่ เพราะมันไม่มีความรู้สึกใดๆเลย เหมือนนอนเฉยๆอ่ะ จนกระทั่ง ผมถามกับหมอว่า ผมจะไม่รู้สึกอะไรแล้วใช่มั้ยครับ และหมอก็หันมาบอกว่า เสร็จแล้วครับ 555555 ผมก็ได้แต่ ห้ะ อะไรนะ แต่หมอก็บอกว่า จะเย็บเพิ่มเติมให้สักพ๊ากกกกกนึง ได้กลิ่นมาละ กลิ่นไหม้เหมือนหมูย่าง กลิ่นไหม้แบบขนไหม้หนังไหม้อ่ะ เลยรู้ว่าขั้นตอนนี้ หมอกำลังเจียตัดเส้นสองสลึงให้ จนเวลารวมๆผ่านไปได้ประมาณ 40 นาทีก็เป็นอันเสร็จ พยาบาลพันแผลไว้ให้แน่นหน่อย เพราะหลัวหลุด และลงมารับยากลับบ้าน ( ได้ยาแก้ปวดและฆ่าเชื้อมาทานต่อ )

หลังจากที่ทำเสร็จก็ขับรถกลับบ้านด้วยความที่ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ จนกระทั่ง ความสามารถของยามันได้ลดลง และหมดไป ความบรรลัยก็มาเยือน บอกเลยว่า โคตรปวด โคตรทรมาน โคตรวิ่งโคตรซิ่งโคตรแซ๊ด ปวดจนเดินไม่ได้ นั่งไม่ไหว นอนเท่านั้น แต่ว่าก่อนจะนอน 1 ชั่วโมง กินข้าวและกินยาตามสั่งไปแล้วนะครับ ปวดจนนอนไม่ได้ จนเช้าเลย และดันต้องไปทำงานเช้าต่อ แต่โชคดีที่ยาน่าจะทำหน้าที่ ความปวดลดลงจนเห็นได้ชัด ที่เหลือก็เป็นเรื่องของการดูแลแผล ผ้าก๊อซที่ใช้พัน ขนาด 4x4 นิ้ว และใช้โคแบนพันทับอีกที ( ผ้ายืด ) ผมกังวลเรื่องความสะอาดมาก ซื้อน้ำเหลือล้างแผลไว้ 10 ขวด ขวดละ 1L พร้อมก้านสำลีแบบสเตอไลน์ปลอดเชื้อ หมอห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาดใน 3 วันแรก และผมดันเป็นคนที่เหงื่อออกง่าย เมือกง่ายมาก เลยจำเป็นที่จะไม่อาบ แต่แผลคือสิ่งที่กังวลสุด เลยต้องแกะแผลมาทำความสะอาด ( ผมดันฉี่แยกเป็น 3 ทางแล้วเปื้อนผ้าพันแผล ) พอเปิดแผลมาเท่านั้นแหละ พระเจ้าช่วย อะไรเต็มไปหมด ทั้งซิลิโคนกับแม็กที่เย็บติดไว้ และไหมละลายที่หมอเสริมมาให้ ทำให้นึกถึงตอนแรกที่พยาบาลบอกเลย ว่า อยากให้มาทำแผลที่สถานพยาบาลหรือที่คลินิคทุกวัน ตอนนั้นผมก็นึกในใจว่า ทำเองก็ไม่น่ายาก เพราะเราก็ทำแผลให้เพื่อนให้แฟน ทำให้ตัวเอง จนกระทั่งเจออันนี้เข้าไป ทำยากมากครับ เพราะผมเป็นคนหนังเยอะ หนังบางส่วนมันเลยคลุมแผลไว้ เวลาง้างแผลเลยเจ็บมากจนไม่อยากแตะเลย จนสุดท้าย 3 วันล้างแบบทุลักทุเล แล้วไปล้างที่คลินิค สภาพคือ ก่อนวันที่ไปคลินิค ผมพันแผลเองลำบากมาก เพราะเปิดแผลแล้วพันเองไม่ได้ มันปวดระบมแผลระหว่างวันที่ทำงาน เข้าห้องน้ำวันละหลายๆรอบ เพราะเข้าไปพันแผลใหม่ แบบนั้นทั้งวัน เดินเป็นเพนกวินแก่เลย พอทำแผลที่คลินิคเสร็จ ก็คนละเรื่องจากที่ทำเอง ลืมบอกไปครับ สำหรับคนที่ไม่เคยเอาหัวออกมาปิดโลกกว้างแบบผม มีหนังหุ้มป้องกันมาโดยตลอด พอมันถูกับกางเกง มันเสียวมาก เสียวแบบเหมือนโดนมีดโกนบาด จี๊ดๆ เสียวเดินไม่เป็นเลย จนตอนนี้ที่ผมกำลังพิมพ์ ผิวมันด้านละ อาการลดลงน้อยมากละ อ้อ ลืมบอกอีกอย่าง อย่างชายๆแบบเรา มันคงหนีไม่พ้นการเคารพธงชาติของจูดี้ตอนเช้าใช่มั้ยหละ ใช่ครับ ผมดันแข็งทุกวันตั้งแต่ขริบมา นั่นคือ 1 หายนะ เพราะมันจะปวดขั้นสุด ปวดมากๆ บางทีมันตื่นตี 3 ผมต้องมาเปิด อสุภะ ดูเพื่อให้มันอ่อนลง 555 โคตรสงสารตัวเอง

มาต่อกัน ผมก็ทำแผลดูแลตัวเองและไปคลินิคแบบวันเว้นวัน เพื่อจะได้เช็คด้วยว่ามันยังปกติดีมั้ย จนกระทั่ง 3 วันก่อน ไปทำแผลที่คลินิค พยาบาลบอกว่า แผลเราปลินะ แม็กที่เย็บไว้ มันเกาะเนื้อเยื่อบ้าง ไม่เกาะบ้างเลยทำการแกะแม็กออกไปหลายตัว เพื่อไม่ให้มันกดแผล จนเลือดออก ก็อยู่มาแบบนั้นจนมื่อคืน แม็กตัวนึงที่มันกบฏซะงั้น มันง้างแล้วมีข้างนึงเกี่ยวแผล ข้างนึงเกี่ยวผ้าก๊อซ ปวดมาก เลือดอาบ เลยต้องไปทำแผลวันนี้ สรุป พยาบาลบอกเอาออกให้หมดเลยละกัน และเหลือเพียงตัวที่มีความเสี่ยงว่าจะเจ็บหนักไว้ ให้มันหลุดเองตามธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ทำจนถึงวันนี้ 11 วัน แผลก็เริ่มดีขึ้น ตรงเส้นสองสลึงตกสะเก็ดแห้งแล้ว แต่แผลจากการปลิยังเปียกชื้นอยู่บ้าง ก็เปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยๆเอา  ไว้วันที่ 17 ผมจะมาอัพเดทหลังพบหมอครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่