น้ำท่วมไทยอาจกลายเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ ที่ Toyota, Honda และค่ายรถญี่ปุ่นต้องเจอเป็นประจำ



ประเด็นสำคัญ

Toyota หยุด 3 โรงงาน ส่วน Honda และ Mitsubishi หยุดตาม

ต้องมองน้ำท่วมเป็นความเสี่ยงที่เกิดซ้ำได้



เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม ถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทญี่ปุ่นหลายราย ยังคงมีน้ำท่วมขัง หน้าโรงงานของ Takebe Tekkosho ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถเชิงพาณิชย์ มีกระสอบทรายวางเรียงกันอยู่ และกำลังมีการสูบระบายน้ำ แต่ก็เริ่มมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น



Takebe เป็นผู้ผลิตโครงรถให้กับแพลตฟอร์ม IMV ของ Toyota ซึ่งใช้ผลิตรถกระบะและรถรุ่นอื่นๆ แต่เมื่อโรงงานถูกน้ำท่วม บริษัทก็ส่งชิ้นส่วนให้ Toyota ได้ยาก



“ทั้งบริษัทกำลังเร่งฟื้นฟูโรงงาน โดยมีสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นคอยให้การสนับสนุน” ตัวแทนของบริษัทกล่าว



Toyota หยุด 3 โรงงาน ส่วน Honda และ Mitsubishi หยุดตาม


Toyota ประกาศระงับการผลิตที่โรงงาน 3 แห่งในไทยจนถึงวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม โดยคาดว่าการผลิตรถกระบะ Hilux และรถเชิงพาณิชย์รุ่นอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากชิ้นส่วนที่ส่งมาไม่ได้



“เรากำลังประสานงานกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด และเร่งทำงานเพื่อกลับมาผลิตได้อีกครั้ง” เจ้าหน้าที่ของ Toyota ระบุ



ขณะที่ Honda และ Mitsubishi Motors ก็หยุดการผลิตจนถึงวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมเช่นกัน เพราะไม่สามารถจัดหาชิ้นส่วนได้ตามปกติ



ผู้บริหารของซัพพลายเออร์รายหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในเครือของค่ายรถรายใด และมีโรงงานอยู่ในภาคตะวันออกของไทย ให้ความเห็นว่า “ระดับน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำยังสูงอยู่ และยังมีการปล่อยน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง ซัพพลายเออร์บางรายยังเปิดโรงงานไม่ได้ ปัญหาครั้งนี้จึงอาจลากยาว”



มีรายงานว่าค่ายรถบางราย รวมถึง Toyota วางแผนเร่งผลิตชดเชยส่วนที่เสียไป แต่ยังไม่มีรายละเอียดออกมา ส่วนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเคยคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยจะผลิตรถยนต์ได้ 1.45 ล้านคัน ก็อาจต้องปรับตัวเลขดังกล่าว เพราะเป็นการคาดการณ์ก่อนเกิดน้ำท่วม



ด้าน อมตะ คอร์ปอเรชัน ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมในชลบุรี ระบุว่า ณ วันที่ 7 ตุลาคม โรงงานทุกแห่งในนิคม “ยังคงเข้าออกได้ด้วยยานพาหนะทุกประเภทภายใต้สภาพถนนปกติ” และบริษัท “ยังคงติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และพร้อมรับมือหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง”



ต้องมองน้ำท่วมเป็นความเสี่ยงที่เกิดซ้ำได้


ความเสียหายครั้งนี้ทำให้หลายคนนึกถึงมหาอุทกภัยในภาคกลางของไทยเมื่อปี 2011 ซึ่งหลายพื้นที่จมน้ำนานหลายเดือน รวมถึงโรงงานของ Honda และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในตอนนั้นก็ทำให้ Toyota และค่ายรถอื่นๆ ต้องหยุดการผลิตเช่นกัน



แม้ความเสียหายรอบนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2011 แต่ผลกระทบอาจยืดเยื้อออกไป หากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง



เมื่อไทยยังต้องเผชิญน้ำท่วมหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องมองน้ำท่วมเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้อีกเรื่อยๆ มากกว่าจะมองเป็นเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว



อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือการทบทวนแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ หรือ Business Continuity Plan (BCP) โดยหลังน้ำท่วมปี 2011 ผู้ผลิตหลายรายได้ลงทุนป้องกันโรงงานจากน้ำท่วมไปแล้ว แต่รอบนี้กลับเจอปัญหาใหม่ คือแม้โรงงานจะไม่ได้รับความเสียหาย พนักงานก็เดินทางมาทำงานไม่ได้



“ภาคธุรกิจต้องตั้งสมมติฐานไว้เลยว่าสภาพอากาศสุดขั้วจะเกิดบ่อยขึ้น” ชูเฮ ฮาชิโมโตะ จาก Roland Berger บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติเยอรมัน กล่าว “ทางเลือกหนึ่งคือการทำแผนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมของพื้นที่ที่พนักงานในตำแหน่งสำคัญอาศัยอยู่ และเส้นทางที่พวกเขาใช้เดินทางมาทำงาน”



อ้างอิง:

https://asia.nikkei.com/economy/natural-disasters/thai-floods-become-new-normal-for-toyota-honda-and-other-carmakers

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่