เมื่อตำรวจใช้อำนาจจนเกินขอบเขต สังคมจะว่าอย่างไร
หนังจะพาเราย้อนกลับไปในปี1990 ณ ประเทศอินเดีย
ซึ่งในยุคนั้นกำลังเกิดการก่อตัวของแก๊งมาเฟียกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “ดีคอมปะนี”
โดยแก๊งนี้ได้ทำธุรกิจครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการค้ายา การค้าประเวณี รวมถึงการลักลอบขโมยทองจนมั่งคั่ง
เมื่อแก๊งมีเงินมากพอก็สามารถที่จะซื้อตัวคนในพื้นที่เพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างสบาย
เหล่าสมาชิกต่างโน้มน้าวเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาทางสังคมที่ไร้การเยียวยาเข้ามาเป็นสมาชิกจึงทำให้แก๊งดีคอมปะนีเริ่มใหญ่โต
เป็นที่รู้กันดีว่าธุรกิจของแก๊งมาเฟียคือการเก็บส่วยตามท้องถนนและการแทรกซึมไปในธุรกิจต่างๆ
ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือก็จะเกิดปัญหาและอาจลุกลามถึงขั้นนองเลือด
ในระหว่างนั้นกรมตำรวจก็ได้แต่ไล่ตามจับเหล่าลูกสมุนไปเรื่อยๆ
แม้จะรู้ว่าใครคือหัวหน้าแต่ด้วยกฎหมายก็ไม่อำนวยให้พวกเขาเหล่านี้ลงมือกวาดล้างได้อย่างแท้จริง
จนกระทั่งมีสมาชิกในแก๊งได้ลงมือก่อเหตุยิงตำรวจจนเสียชีวิต
พร้อมกับกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทำให้กรมตำรวจเริ่มลุกฮือกับการก่อเหตุในครั้งนี้
การโต้ตอบไปมาระหว่างมาเฟียและกรมตำรวจเริ่มบานปลาย
ในเมืองที่ผู้คนพลุ่งพล่านกับมีเสียงการปะทะด้วยอาวุธปืนกันอยู่บ่อยครั้ง
โดยทางกรมตำรวจก็ไล่ล่าลูกน้องของแก๊งดีคอมปะนีอยู่ตลอดเพื่อสาวถึงต้นตอของแก๊งให้ได้
แต่ด้วยจำนวนสมาชิกของแก๊งจำนวนมากบวกกับการไม่ยอมจำนนจึงทำให้มีการยิงต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง
ทางกรมตำรวจจึงก่อตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมาที่เรียกว่า “Encounter”
โดยชื่อนี้ต่างถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไปอย่างแพร่หลายพร้อมสร้างความหวาดกลัวให้กับแก๊งมาเฟียอย่างหนาหู
เนื่องจากกฎพิเศษของหน่วยงานนี้คือสามารถวิสามัญผู้ร้ายได้ทันทีถ้ามีการต่อสู้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาล
จึงเป็นเหตุที่ทำให้เหล่าสมาชิกของแก๊งตายไปจำนวนมาก
ตำรวจบางคนวิสามัญไปถึงร้อยกว่าศพ ทำให้ประชาชนเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง
จนกระทั่งการเอาคืนของหัวหน้าแก๊งที่ดูคล้ายความรุนแรงอย่าง9/11
การปลุกระดมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทำให้เป็นจุดเอาคืนได้อย่างสาสม
เนื่องจากมีการชุมนุมของคนศาสนาฮินดูลงบนท้องถนน
แต่ด้วยจำนวนคนที่มีนับแสนทำให้การควบคุมเริ่มคุมไม่อยู่
ความเครียดแค้นจากประวัติศาสตร์และอารมณ์พาไปทำให้เหล่าสาวกฮินดูได้เริ่มทำลายมัสยิดของศาสนาของอิสลาม
เพื่อทวงคืนพื้นที่ของชาวฮินดูกลับคืน
ทำให้ชาวมุสลิมทั่วประเทศในอินเดียต่างลุกตอบโต้ชาวฮินดูอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เคยรู้สึกเจ็บช้ำจากการกระทำของกรมตำรวจ
จึงได้แอบส่งเหล่าสมาชิกพร้อมแฝงอาวุธเข้ามาเพื่อทำให้การปะทะจนทำให้เป็นการนองเลือดอย่างแท้จริง
ทางกรมตำรวจก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้ออกมาทำหน้าที่ในการเข้าปราบการจราจลในเมือง
แต่ด้วยจำนวนคนที่มากเกินการควบคุมจึงทำให้ต้องใช้มาตราการพิเศษเพื่อยับยั้งเหล่าฝูงชนที่มีอาวุธ
ระหว่างที่ปัญหาเหล่านี้ยังไม่สิ้นดี
ก็ได้มีการก่อเหตุวินาศกรรมระเบิดซึ่งทำให้มีการสูญเสียของชาวอินเดียไปถึง900คน
เรื่องราวของการล้างแค้นเพิ่งจะเริ่มอย่างแท้จริง
ความหวาดกลัวของประชาชนได้เริ่มต้นกลับมาอีกครั้ง
กรมตำรวจคงไม่สามารถนิ่งนอนใจกับการกระทำในครั้งนี้ได้อีกต่อไป
จึงส่งหน่วยตำรวจพิเศษออกไปกวาดล้างและเร่งไล่ล่าหัวหน้าแก๊งมาเฟียคนนั้นให้เร็วที่สุด
แต่ยิ่งนานวันก็มีแต่การเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว
กรมตำรวจมักจะได้ออกข่าวรวมถึงจำนวนที่ได้ปลิดชีพสมาชิกเหล่าแก๊งมาเฟียอยู่เสมอ
จนกระทั่งการจับตัวตำรวจหลายคนภายในกรมตำรวจที่มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์แต่กลับกลายเป็นนักฆ่าและทุจริตเสียเอง
เมื่อตำรวจมีสิทธิฆ่าใครก็ได้ที่ต้องสงสัยในแก๊งมาเฟีย
เงินที่หอมหวานได้เข้าปะทะจมูกของตำรวจ
พร้อมด้วยอำนาจในมือก็ทำให้เปลี่ยนจากผู้พิทักษ์กลายเป็นผู้รับจ้าง
การจัดฉากฆาตกรรม การอุ้มไปฆ่า การกำจัดศัตรูของแก๊งโดยรับสินบน
ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับการใช้อำนาจนี้ว่าถูกต้องหรือไม่?
เมื่อผู้พิทักษ์ใช้วิธีนอกกฎหมาย คุณก็แค่อาชญากรในเครื่องแบบ
รีวิวหนัง "Mumbai Mafia: Police vs The Underworld 2023 netflix"
หนังจะพาเราย้อนกลับไปในปี1990 ณ ประเทศอินเดีย
ซึ่งในยุคนั้นกำลังเกิดการก่อตัวของแก๊งมาเฟียกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “ดีคอมปะนี”
โดยแก๊งนี้ได้ทำธุรกิจครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการค้ายา การค้าประเวณี รวมถึงการลักลอบขโมยทองจนมั่งคั่ง
เมื่อแก๊งมีเงินมากพอก็สามารถที่จะซื้อตัวคนในพื้นที่เพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างสบาย
เหล่าสมาชิกต่างโน้มน้าวเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาครอบครัวหรือปัญหาทางสังคมที่ไร้การเยียวยาเข้ามาเป็นสมาชิกจึงทำให้แก๊งดีคอมปะนีเริ่มใหญ่โต
เป็นที่รู้กันดีว่าธุรกิจของแก๊งมาเฟียคือการเก็บส่วยตามท้องถนนและการแทรกซึมไปในธุรกิจต่างๆ
ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือก็จะเกิดปัญหาและอาจลุกลามถึงขั้นนองเลือด
ในระหว่างนั้นกรมตำรวจก็ได้แต่ไล่ตามจับเหล่าลูกสมุนไปเรื่อยๆ
แม้จะรู้ว่าใครคือหัวหน้าแต่ด้วยกฎหมายก็ไม่อำนวยให้พวกเขาเหล่านี้ลงมือกวาดล้างได้อย่างแท้จริง
จนกระทั่งมีสมาชิกในแก๊งได้ลงมือก่อเหตุยิงตำรวจจนเสียชีวิต
พร้อมกับกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทำให้กรมตำรวจเริ่มลุกฮือกับการก่อเหตุในครั้งนี้
การโต้ตอบไปมาระหว่างมาเฟียและกรมตำรวจเริ่มบานปลาย
ในเมืองที่ผู้คนพลุ่งพล่านกับมีเสียงการปะทะด้วยอาวุธปืนกันอยู่บ่อยครั้ง
โดยทางกรมตำรวจก็ไล่ล่าลูกน้องของแก๊งดีคอมปะนีอยู่ตลอดเพื่อสาวถึงต้นตอของแก๊งให้ได้
แต่ด้วยจำนวนสมาชิกของแก๊งจำนวนมากบวกกับการไม่ยอมจำนนจึงทำให้มีการยิงต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง
ทางกรมตำรวจจึงก่อตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมาที่เรียกว่า “Encounter”
โดยชื่อนี้ต่างถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไปอย่างแพร่หลายพร้อมสร้างความหวาดกลัวให้กับแก๊งมาเฟียอย่างหนาหู
เนื่องจากกฎพิเศษของหน่วยงานนี้คือสามารถวิสามัญผู้ร้ายได้ทันทีถ้ามีการต่อสู้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากศาล
จึงเป็นเหตุที่ทำให้เหล่าสมาชิกของแก๊งตายไปจำนวนมาก
ตำรวจบางคนวิสามัญไปถึงร้อยกว่าศพ ทำให้ประชาชนเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง
จนกระทั่งการเอาคืนของหัวหน้าแก๊งที่ดูคล้ายความรุนแรงอย่าง9/11
การปลุกระดมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทำให้เป็นจุดเอาคืนได้อย่างสาสม
เนื่องจากมีการชุมนุมของคนศาสนาฮินดูลงบนท้องถนน
แต่ด้วยจำนวนคนที่มีนับแสนทำให้การควบคุมเริ่มคุมไม่อยู่
ความเครียดแค้นจากประวัติศาสตร์และอารมณ์พาไปทำให้เหล่าสาวกฮินดูได้เริ่มทำลายมัสยิดของศาสนาของอิสลาม
เพื่อทวงคืนพื้นที่ของชาวฮินดูกลับคืน
ทำให้ชาวมุสลิมทั่วประเทศในอินเดียต่างลุกตอบโต้ชาวฮินดูอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เคยรู้สึกเจ็บช้ำจากการกระทำของกรมตำรวจ
จึงได้แอบส่งเหล่าสมาชิกพร้อมแฝงอาวุธเข้ามาเพื่อทำให้การปะทะจนทำให้เป็นการนองเลือดอย่างแท้จริง
ทางกรมตำรวจก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้ออกมาทำหน้าที่ในการเข้าปราบการจราจลในเมือง
แต่ด้วยจำนวนคนที่มากเกินการควบคุมจึงทำให้ต้องใช้มาตราการพิเศษเพื่อยับยั้งเหล่าฝูงชนที่มีอาวุธ
ระหว่างที่ปัญหาเหล่านี้ยังไม่สิ้นดี
ก็ได้มีการก่อเหตุวินาศกรรมระเบิดซึ่งทำให้มีการสูญเสียของชาวอินเดียไปถึง900คน
เรื่องราวของการล้างแค้นเพิ่งจะเริ่มอย่างแท้จริง
ความหวาดกลัวของประชาชนได้เริ่มต้นกลับมาอีกครั้ง
กรมตำรวจคงไม่สามารถนิ่งนอนใจกับการกระทำในครั้งนี้ได้อีกต่อไป
จึงส่งหน่วยตำรวจพิเศษออกไปกวาดล้างและเร่งไล่ล่าหัวหน้าแก๊งมาเฟียคนนั้นให้เร็วที่สุด
แต่ยิ่งนานวันก็มีแต่การเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว
กรมตำรวจมักจะได้ออกข่าวรวมถึงจำนวนที่ได้ปลิดชีพสมาชิกเหล่าแก๊งมาเฟียอยู่เสมอ
จนกระทั่งการจับตัวตำรวจหลายคนภายในกรมตำรวจที่มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์แต่กลับกลายเป็นนักฆ่าและทุจริตเสียเอง
เมื่อตำรวจมีสิทธิฆ่าใครก็ได้ที่ต้องสงสัยในแก๊งมาเฟีย
เงินที่หอมหวานได้เข้าปะทะจมูกของตำรวจ
พร้อมด้วยอำนาจในมือก็ทำให้เปลี่ยนจากผู้พิทักษ์กลายเป็นผู้รับจ้าง
การจัดฉากฆาตกรรม การอุ้มไปฆ่า การกำจัดศัตรูของแก๊งโดยรับสินบน
ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามกับการใช้อำนาจนี้ว่าถูกต้องหรือไม่?
เมื่อผู้พิทักษ์ใช้วิธีนอกกฎหมาย คุณก็แค่อาชญากรในเครื่องแบบ