สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ 🩺✨
ทริป France 2026 ตามมาอ่านกระทู้อื่นที่นี่เลยครับ
[CR] รีวิวการบินไทย TG930 (BKK-CDG) บินตรงปารีส บินดึกถึงเช้า มื้อแรกจัดหนัก มื้อสองจัดเต็ม! ✈️🇫🇷
[CR] มือใหม่ลงปารีส T1 บินการบินไทย นั่ง CDGVAL ไปต่อ TGV / Disneyland Paris ยังไงไม่ให้หลง (ฉบับจับมือเดิน) 🇫🇷✨
[CR] รีวิว TGV จากสนามบิน CDG ไป Disneyland Paris ใน 11 นาที! กับมหากาพย์กระเป๋าใหญ่และความงงระบบตั๋ว White Seats 😂
[CR] นั่ง TGV ถึง Disneyland Paris แต่หาป้าย Shuttle Bus ไป Hotel Santa Fe ไม่เจอ? แจกพิกัด "ป้าย E" เดินตามง่ายๆ ใน 1 นาที!
หลังจากที่ผมกับพี่กานต์นั่ง TGV ชิลๆ จากสนามบิน CDG มาลงที่สถานี Paris Marne-la-Vallée Chessy Disneyland Station ก็นึกว่าจะเดินเข้าโรงแรม Disney Hotel Santa Fe แบบสวยๆ ได้เลย… แต่ชีวิตจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ เกือบหลงวนอยู่หน้าสถานีจนเป็นลม! วันนี้เลยขอมาแชร์ประสบการณ์และวิธีเดินทางแบบละเอียดยิบ เพื่อเพื่อนๆ จะได้ไม่พลาดเหมือนพวกผมครับ
🚨 ปัญหาแรกที่เจอ: ป้ายรถบัสร้อยแปดพันเก้า แต่ไม่มีป้ายบอกทางไปโรงแรม!
พอเดินออกมาที่ Chessy Gares Nord ป้ายรถบัสเยอะมากๆ เป็นสิบๆ ป้ายครับ! แต่ปัญหาคือ "ไม่มีป้ายไหนบอกเลยว่า Shuttle Service ของดิสนีย์ไปโรงแรม Santa Fe อยู่ตรงไหน"
พวกผมพยายามเดินไปถามทั้งคนขับรถบัสแถวนั้น และพนักงานในสถานีรถไฟ แต่ทุกคนตอบเหมือนกันหมดว่า "อ๋อ อยู่ด้านนอกนู่นแหละ" แต่ไม่มีใครบอกพิกัดที่แน่ชัดเลย ในเว็บไซต์ทางการของ Disneyland Paris เองก็บอกแค่ว่ามีรถวิ่งทุก 15-20 นาที แต่ไม่บอกจุดจอดชัดเจน บอกเลยว่าแอบเคว้งเหมือนกันครับ 😅
🚌 วิธีเดินไปป้ายรถบัส (ฉบับรอดตาย):
หลังจากเดินงมอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็หาเจอ สรุปวิธีเดินตามนี้เลยครับ:
เริ่มจากเดินออกมาจากสถานี TGV ตามป้ายทางออกรถบัส (Bus Station) เดินออกมาข้างนอก จะเจอทางม้าลาย ให้ข้ามทางม้าลายไปที่เกาะที่ไกลที่สุด จากนั้นให้ข้ามทางม้าลายอีกรอบ ไปที่แถวป้ายรถบัสที่อยู่นอกสุดและไกลที่สุดครับ ป้ายรถบัสของเราคือ "ป้าย E" Disney Hotel Santa Fe (ป้ายสีส้มครับ!)


ยืนรอแป๊บเดียว รถบัสสีม่วงพ่วงสองคันที่จะไป Disney Hotel Santa Fe ก็มารับ ขนกระเป๋าขึ้นแล้วนั่งรถไปไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้วครับ สะดวกมาก!
🏨 รีวิวเช็คอิน Disney Hotel Santa Fe & ทริคดีๆ:
พอรถมาจอดหน้าโรงแรม จะผ่านไม้กั้นอัตโนมัติ ลงรถมาปุ๊บจะเจอจุดถ่ายรูปสวยๆ ธีม Cars เดินต่ออีกนิดเข้าตึก Reception ได้เลยครับ

Online Check-in ช่วยชีวิต: แนะนำให้ทำมาจากบ้านนะครับ พอไปถึงเราจะได้เดินเข้าแถวซ้ายมือสำหรับคนที่ทำออนไลน์มาแล้ว พนักงานแค่นำกระดาษมาให้กรอกสัญชาติและเซ็นชื่อ (พวกรายละเอียดชื่อ เบอร์โทร กรอกมาหมดแล้ว) ประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก เช็คอินก่อนเวลาได้จริง! เราไปถึงกันตั้งแต่ยังไม่ถึง 11:00 น. (เวลาออฟฟิเชียลคือ 15:00 น.) แต่โชคดีมากห้องพร้อม พนักงานสแกน activate keycard ให้เลย Keycard สุดน่ารัก: คีย์การ์ดของที่นี่พิมพ์ชื่อและรายละเอียดการเข้าพักของเราไว้เลย แถม "ไม่ต้องคืนครับ" เก็บกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้เลย! (แถมใช้เป็น Magic Pass แทน QR Code ในแอปได้ด้วยนะ) ห้องพัก: ผมพักที่อาคาร 10 ในโซน Luigi ชั้น G ห้อง 011 เป็นห้องขนาดเล็กสุดของเขา มีเตียง Double 2 เตียง นอนได้ถึง 4 คน มีพัดลมติดเพดาน ไม่มีแอร์ ส่วนห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำและไดร์เป่าผมครบครับ













📸 การใช้ Disney PhotoPass™:
เราเดินไปรับ Voucher ที่ร้าน Trading Post (อยู่ในระเบียงซ้ายมือของเคาน์เตอร์เช็คอิน เลย Starbucks ไปหน่อย) พนักงานแนะนำว่า เวลาใช้ให้เอาบาร์โค้ดให้ช่างภาพสแกน ส่วนเครื่องเล่นให้ดูหรือถ่ายรูปหมายเลขรูปไว้ แล้วแจ้งพนักงานตอนคิดเงินที่ร้านค้าครับ ข้อควรจำคือต้องรับรูปภายในวันนั้นเลย เพราะดิสนีย์จะลบรูปทุกวัน ส่วนการดาวน์โหลดไฟล์ให้ทำผ่านเว็บไซต์ (ไม่ใช่ในแอป) เก็บไว้ดาวน์โหลดได้ยาวๆ 1 ปีเต็มครับ
☕ แวะเติมคาเฟอีนที่ Starbucks ในโรงแรม:
ตึก Reception มี Starbucks ด้วยนะครับ ราคาเท่าข้างนอกเลยไม่มีบวกเพิ่ม เมนูพิเศษคือ Fantasy Frappucino (ราสเบอร์รี่ปั่น) แต่สายกาแฟแบบผมคืนนี้ต้องเตรียมตัวดูพลุยาวถึง 5 ทุ่ม เลยขอสั่ง Iced Grande Mocha (€7.25) แก้ว Take away แปลกใจตรงที่ฝรั่งเศสเสิร์ฟแก้วเย็นเป็นแก้วกระดาษ ไม่ใช่แก้วพลาสติกแบบไทย น้ำแข็งให้น้อยและไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ครับ



🚌 ขากลับไปลองเช็คเส้นทางไปสวนสนุก:
ขากลับเราไปลองขึ้นรถบัสที่จุดหน้าโรงแรม เพื่อไปเช็คจุดขึ้นรถไป Disneyland Park จุดขึ้นรถจะอยู่ถัดจากจุดลงรถนิดหน่อย นั่งไป 3 นาทีก็ถึงจุดเดิมหน้าสถานี TGV เดินต่ออีกนิดก็ถึง Security check ของสวนสนุกแล้ว พนักงานแจ้งว่าพรุ่งนี้ใช้สิทธิ์ Magic Hour เข้าทางเดียวกันได้เลย สบายใจหายห่วง!
💰 สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ (ทริปพุธ-ศุกร์ 2 คืน):
โรงแรม 3 วัน 2 คืน + ตั๋ว Park สำหรับ 2 คน: €1,026 Local Occupancy Tax: €13 Disney PhotoPass™: €90 บุฟเฟต์ Royal Banquet (2 คน): €200 รวมค่าเสียหายทั้งหมด: €1,329 ครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังจะเดินทางไปพักที่ Disney Hotel Santa Fe โดยนั่ง TGV มาแบบนี้นะครับ จะได้ไม่ต้องเดินหลงกลางแดดเหมือนผม
ถ้าชอบฝากกดไลค์ กดแชร์ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 🙏💙 และตอนหน้าเดี๋ยวผมมารีวิวห้องอาหารสุดอลังการ Royal Banquet ที่ Disneyland Hotel ให้ฟังกันต่อ อย่าลืมกดติดตามกันไว้นะครับ!
[CR] รีวิว Disney Hotel Santa Fe ตั้งแต่ลง TGV/ขึ้น Shuttle Bus/Check-in/รับ PhotoPass/ห้องพัก/Starbucks/นั่งรถไป Disneyland
สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ 🩺✨
ทริป France 2026 ตามมาอ่านกระทู้อื่นที่นี่เลยครับ
[CR] รีวิวการบินไทย TG930 (BKK-CDG) บินตรงปารีส บินดึกถึงเช้า มื้อแรกจัดหนัก มื้อสองจัดเต็ม! ✈️🇫🇷
[CR] มือใหม่ลงปารีส T1 บินการบินไทย นั่ง CDGVAL ไปต่อ TGV / Disneyland Paris ยังไงไม่ให้หลง (ฉบับจับมือเดิน) 🇫🇷✨
[CR] รีวิว TGV จากสนามบิน CDG ไป Disneyland Paris ใน 11 นาที! กับมหากาพย์กระเป๋าใหญ่และความงงระบบตั๋ว White Seats 😂
[CR] นั่ง TGV ถึง Disneyland Paris แต่หาป้าย Shuttle Bus ไป Hotel Santa Fe ไม่เจอ? แจกพิกัด "ป้าย E" เดินตามง่ายๆ ใน 1 นาที!
หลังจากที่ผมกับพี่กานต์นั่ง TGV ชิลๆ จากสนามบิน CDG มาลงที่สถานี Paris Marne-la-Vallée Chessy Disneyland Station ก็นึกว่าจะเดินเข้าโรงแรม Disney Hotel Santa Fe แบบสวยๆ ได้เลย… แต่ชีวิตจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ เกือบหลงวนอยู่หน้าสถานีจนเป็นลม! วันนี้เลยขอมาแชร์ประสบการณ์และวิธีเดินทางแบบละเอียดยิบ เพื่อเพื่อนๆ จะได้ไม่พลาดเหมือนพวกผมครับ
🚨 ปัญหาแรกที่เจอ: ป้ายรถบัสร้อยแปดพันเก้า แต่ไม่มีป้ายบอกทางไปโรงแรม!
พอเดินออกมาที่ Chessy Gares Nord ป้ายรถบัสเยอะมากๆ เป็นสิบๆ ป้ายครับ! แต่ปัญหาคือ "ไม่มีป้ายไหนบอกเลยว่า Shuttle Service ของดิสนีย์ไปโรงแรม Santa Fe อยู่ตรงไหน"
พวกผมพยายามเดินไปถามทั้งคนขับรถบัสแถวนั้น และพนักงานในสถานีรถไฟ แต่ทุกคนตอบเหมือนกันหมดว่า "อ๋อ อยู่ด้านนอกนู่นแหละ" แต่ไม่มีใครบอกพิกัดที่แน่ชัดเลย ในเว็บไซต์ทางการของ Disneyland Paris เองก็บอกแค่ว่ามีรถวิ่งทุก 15-20 นาที แต่ไม่บอกจุดจอดชัดเจน บอกเลยว่าแอบเคว้งเหมือนกันครับ 😅
🚌 วิธีเดินไปป้ายรถบัส (ฉบับรอดตาย):
หลังจากเดินงมอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็หาเจอ สรุปวิธีเดินตามนี้เลยครับ:
เริ่มจากเดินออกมาจากสถานี TGV ตามป้ายทางออกรถบัส (Bus Station) เดินออกมาข้างนอก จะเจอทางม้าลาย ให้ข้ามทางม้าลายไปที่เกาะที่ไกลที่สุด จากนั้นให้ข้ามทางม้าลายอีกรอบ ไปที่แถวป้ายรถบัสที่อยู่นอกสุดและไกลที่สุดครับ ป้ายรถบัสของเราคือ "ป้าย E" Disney Hotel Santa Fe (ป้ายสีส้มครับ!)
ยืนรอแป๊บเดียว รถบัสสีม่วงพ่วงสองคันที่จะไป Disney Hotel Santa Fe ก็มารับ ขนกระเป๋าขึ้นแล้วนั่งรถไปไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้วครับ สะดวกมาก!
🏨 รีวิวเช็คอิน Disney Hotel Santa Fe & ทริคดีๆ:
พอรถมาจอดหน้าโรงแรม จะผ่านไม้กั้นอัตโนมัติ ลงรถมาปุ๊บจะเจอจุดถ่ายรูปสวยๆ ธีม Cars เดินต่ออีกนิดเข้าตึก Reception ได้เลยครับ
Online Check-in ช่วยชีวิต: แนะนำให้ทำมาจากบ้านนะครับ พอไปถึงเราจะได้เดินเข้าแถวซ้ายมือสำหรับคนที่ทำออนไลน์มาแล้ว พนักงานแค่นำกระดาษมาให้กรอกสัญชาติและเซ็นชื่อ (พวกรายละเอียดชื่อ เบอร์โทร กรอกมาหมดแล้ว) ประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก เช็คอินก่อนเวลาได้จริง! เราไปถึงกันตั้งแต่ยังไม่ถึง 11:00 น. (เวลาออฟฟิเชียลคือ 15:00 น.) แต่โชคดีมากห้องพร้อม พนักงานสแกน activate keycard ให้เลย Keycard สุดน่ารัก: คีย์การ์ดของที่นี่พิมพ์ชื่อและรายละเอียดการเข้าพักของเราไว้เลย แถม "ไม่ต้องคืนครับ" เก็บกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้เลย! (แถมใช้เป็น Magic Pass แทน QR Code ในแอปได้ด้วยนะ) ห้องพัก: ผมพักที่อาคาร 10 ในโซน Luigi ชั้น G ห้อง 011 เป็นห้องขนาดเล็กสุดของเขา มีเตียง Double 2 เตียง นอนได้ถึง 4 คน มีพัดลมติดเพดาน ไม่มีแอร์ ส่วนห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำและไดร์เป่าผมครบครับ
📸 การใช้ Disney PhotoPass™:
เราเดินไปรับ Voucher ที่ร้าน Trading Post (อยู่ในระเบียงซ้ายมือของเคาน์เตอร์เช็คอิน เลย Starbucks ไปหน่อย) พนักงานแนะนำว่า เวลาใช้ให้เอาบาร์โค้ดให้ช่างภาพสแกน ส่วนเครื่องเล่นให้ดูหรือถ่ายรูปหมายเลขรูปไว้ แล้วแจ้งพนักงานตอนคิดเงินที่ร้านค้าครับ ข้อควรจำคือต้องรับรูปภายในวันนั้นเลย เพราะดิสนีย์จะลบรูปทุกวัน ส่วนการดาวน์โหลดไฟล์ให้ทำผ่านเว็บไซต์ (ไม่ใช่ในแอป) เก็บไว้ดาวน์โหลดได้ยาวๆ 1 ปีเต็มครับ
☕ แวะเติมคาเฟอีนที่ Starbucks ในโรงแรม:
ตึก Reception มี Starbucks ด้วยนะครับ ราคาเท่าข้างนอกเลยไม่มีบวกเพิ่ม เมนูพิเศษคือ Fantasy Frappucino (ราสเบอร์รี่ปั่น) แต่สายกาแฟแบบผมคืนนี้ต้องเตรียมตัวดูพลุยาวถึง 5 ทุ่ม เลยขอสั่ง Iced Grande Mocha (€7.25) แก้ว Take away แปลกใจตรงที่ฝรั่งเศสเสิร์ฟแก้วเย็นเป็นแก้วกระดาษ ไม่ใช่แก้วพลาสติกแบบไทย น้ำแข็งให้น้อยและไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ครับ
🚌 ขากลับไปลองเช็คเส้นทางไปสวนสนุก:
ขากลับเราไปลองขึ้นรถบัสที่จุดหน้าโรงแรม เพื่อไปเช็คจุดขึ้นรถไป Disneyland Park จุดขึ้นรถจะอยู่ถัดจากจุดลงรถนิดหน่อย นั่งไป 3 นาทีก็ถึงจุดเดิมหน้าสถานี TGV เดินต่ออีกนิดก็ถึง Security check ของสวนสนุกแล้ว พนักงานแจ้งว่าพรุ่งนี้ใช้สิทธิ์ Magic Hour เข้าทางเดียวกันได้เลย สบายใจหายห่วง!
💰 สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ (ทริปพุธ-ศุกร์ 2 คืน):
โรงแรม 3 วัน 2 คืน + ตั๋ว Park สำหรับ 2 คน: €1,026 Local Occupancy Tax: €13 Disney PhotoPass™: €90 บุฟเฟต์ Royal Banquet (2 คน): €200 รวมค่าเสียหายทั้งหมด: €1,329 ครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังจะเดินทางไปพักที่ Disney Hotel Santa Fe โดยนั่ง TGV มาแบบนี้นะครับ จะได้ไม่ต้องเดินหลงกลางแดดเหมือนผม
ถ้าชอบฝากกดไลค์ กดแชร์ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 🙏💙 และตอนหน้าเดี๋ยวผมมารีวิวห้องอาหารสุดอลังการ Royal Banquet ที่ Disneyland Hotel ให้ฟังกันต่อ อย่าลืมกดติดตามกันไว้นะครับ!
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น