สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องอยากเล่าเกี่ยวกับเพื่อนคนหนึ่ง มันผ่านมานานแล้ว แต่อยากเอามาเล่าเพราะตอนนี้ใกล้จบและจะขึ้นมหาลัย แล้วอยากแชร์ไว้ว่าเป็นประสบการณ์ครั่งหนึ่งละกันว่าเคยเจอคนแบบนี้ ตอนขึ้นม.4ใหม่ๆ เรากลัวเรื่องการเข้าสังคมไปสักพักเพราะตอนม.ต้นเราเคยโดนคนอื่นว่าเป็น pick me เพราะชอบเล่นเกมอยู่กับผู้ชายบ่อยๆ
พอขึ้นม.4 ห้องเรียนเราคนน้อยมาก ไม่ถึง20 มีผู้หญิง3-4 คน รวมเราด้วย ตอนนั้นเราไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นเพื่อนกับทั้งห้องไวเพราะคนน้อยและคนที่เรียนห้องเรียนนี้เป็นคนชิวๆซะส่วนใหญ่ คุยกันง่ายมากๆค่ะ และเราก็ไปสนิทกับเพื่อนคนนั้นจนได้ ซึ่งเขาเป็นLGBTQ+ (เขาเป็นเกย์ค่ะ) ตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่กับเราแต่อยู่กับเพื่อนผู้หญิงอีกคน ขอเรียกเขาว่าพีนะคะ เ ตอนแรกเพื่อนผู้หญิงบอกว่าก็อยู่ด้วยได้เพราะตัวพี่เรียนเก่งพอตัวเลย แต่สุดท้ายในอีกไม่กี่อาทิตย์เพื่อนคนนี้ก็มาบอกเราว่านางไม่ค่อยอยากอยู่กับพีเพราะ พีเอาแต่ใจและชอบใช้ให้ทำนู่นนี่ พอนานๆเข้านางเลิกตามใจพีเลยมาอยู่กับเราค่ะ
เรากับพีสนิทกันมากๆ ค่ะ เรารักเขามากจนเลิกระแวงเรื่องการมีเพื่อนไปเลย จนผ่านไปเดือนกว่าๆ มีเรื่องที่ทำให้เป็นประเด็นระหว่างเรากับเขา คือเรื่องโทรคุยกับตุ๊กๆ ตอนนั้นเป็นช่วงกีฬาสีแล้วพีต้องซ้อมหลีดเลยกลับรถตู้ไม่ได้ พีเลยมาขอให้เราคุยแทนหน่อยเพราะไม่กล้าถามราคาส่วนเราก็ตามใจเขา พีก็ให้ถามว่า ราคาจากที่โรงรียนไป... ราคาเท่าไหร่ มารับได้มั้ย ประมาณนี่ค่ะ แต่เราดันเผลอไปตอบโอเคตอนเขาถามเรื่องเวลาเราเลยบอกให้เขาอย่าลืมโทรไปยกเลิกนะ พีก็โอเคๆค่ะ แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร แล้วตอนเย็นเราก็ทักไปหาเขาอีก เราพิมพ์ไปว่า อย่าลืมโทรไปบอกลุงนะ ไม่งั้นเราตัดคอเเกเเน่ และความที่เราเซ้าซี้เขามากไปเขาเลยสาดไส้เราเลย เราเลยรีบตอบกลับว่าเราไม่รู้ว่าตุ๊กๆเวลาขึ้นต้องทำอะไร เพราะเราก็ไม่เคยนั่ง แล้วก็ขอโทษเขา ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องมาขอโทษหรอก
หลังจากนั้นเราก็เลยลองถามคนอื่นว่าควรทำยังไง คือเขาเป็นเพื่อนสนิทเราค่ะเราเลยกลัว แถมตอนนั้นก็สงสัยว่าปกติพูดกันแบบนี้อยู่แล้วทำไม้ขาถึงโกรธ เราก็รู้ว่าเราเซ้าซี้เขามากไป แต่ที่เขาพูดตอนนั้นก็แรงมากๆ เพื่อนคนอื่นบอกขอไม่ยุ่ง ขอเป็นกลางดีกว่า
หลังๆมารุ่นพี่ที่เคยเอ็นดูเราเรื่องไม่อยากคุย พอเราเจอรุ่นพี่ พี่เขาก็จะคุยแค่กับเพื่อนเรา จนพี่เขาทักมาหาเพื่อนคนหนึ่ง ถามว่าเรากับพีทะเลาะกันเรื่องอะไร เพื่อนก็เลยส่งรูปแคปหน้าจอที่เราเคยส่งให้ไป พี่เขาถึงกับเงียบไปนานแล้วบอก โห งั้นที่ผ่านมาคือมันแต่งเรื่องทำตัวเป็นเหยื่อหรอ และเราเลยได้รู้อีกหลายเรื่องเลยค่ะว่าพีไปพูดอะไรเกี่ยวกับเราบ้าง ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ก็ไม่จริง อย่างบอกครูที่ปรึกษาว่าเราบอกให้เพื่อนไม่คุยกับเขา ไม่ให้เข้ากลุ่มทำงานทั้งๆที่ตอนเพื่อนผู้ชายในห้องชวนแล้วแต่เขาปฏิเสธ
ครูก็มาคุยกับเราค่ะ บอกว่าเพื่อนไม่มีใครคบเลยนะ เพื่อนเป็นเกย์(ทรงตุ๊ดๆนิดนึง)ไม่ค่อยอยากคบกับเพื่อนผู้ชาย คืนดีกันได้มั้ย เราบอกเขาเลยค่ะว่าให้ได้แต่ขอเวลาอีกสักเพราะที่เขาพูดกับหนูวันนั้นมันแรง แถมไปแต่งเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเราด้วย แต่สุดท้ายครูก็บังคับให้เราไปหาเขาหน้าห้องเลย เราก็บอกเหมือนเดิม เหตุผลเดิมที่บอกครู ซึ่งทำให้ครูเขาโกรธเรามากๆเลยเพราะไปพูดต่อหน้าพี เราเลยตอบครูกลับว่าแล้วที่คุยกันเมื่อกี๊หนูก็บอกครูไปแล้วนะคะว่าหนูยังไม่โอเค
หลังจากนั้นเขาก็ย้ายโรงเรียนไป แล้วล่าสุดนี้ก็ไปเจอพีทำคอนเท้น ประมาณว่าเคยให้ 10/10 กับเพื่อนแต่... แล้วก็เล่าเรื่องพร้อมลดทีละคะแนน แบบหน้าแรกเต็ม10 หน้าต่อมา 9/10เพื่อนเริ่มบอกไม่ให้คนอื่นคุยกับเรา 8/10เพื่อนชนแล้วไม่ขอโทษ 7/10เพื่อนบอกชาตินี้ยังไงก็ไม่ยกโทษให้ ..เรื่อยๆจนถึง0/10ค่ะ ซึ่งเราเถียงได้หมดเลยว่าไม่จริงเลยเพราะเราเว้นระยะห่างมากๆ
ที่มาเล่าไว้เพราะเราได้เรียนรู้เยอะมาก ว่าบางทีตัวเราอาจจะเป็นคนอีกแบบในโลกของคนอื่นก็ได้ เขาดัง เขาเล่าแบบไหนคนในโลกออนไลน์ก็เชื่อเขาทันทีได้ ส่วนตัวเราเองก็ไปเซ้าซี้เขามากไปตั้งแต่แรกๆ
บางทีก็อาจจะไม่มีคนเชื่อเรื่องของเราเพราะนี่มันมุมมองที่เราเจอและพีอาจจะฟังดูแย่ในบางเรื่องไปบ้างแต่เราก็พยายามเล่าจากเเชทเก่าๆและคำบอกเล่าของรุ่นพี่กับเพื่อนๆ
เราขอไม่ลงรายละเอียดแชทหรือชื่อเขาหรือที่ๆเขาลงคอนเท้นเกี่ยวกับเรานะคะ พีเขาก็ไม่ได้สื่อถึงเราตรงๆ เราก็เลยไม่ควรทำให้เขามีปัญหามากกว่านี้ เพราะคอนเท้นที่เขาทำก็มีดราม่าวงในของเขาอยู่แล้ว
สุดท้ายนี้เราไม่รู้นะคะว่าจะมีใครมาเจอเรื่องของเรามั้ย แต่ถ้าใครเคยเจอ หรือกำลังมีปัญหาแบบนี้ก็มาเล่าได้ แล้วก็สู้ๆ ขอให้ผ่านปัญหานี้ไปได้ เดี๋ยวขึ้นมหาลัย หรือขึ้นม.ปลายแล้วก็ถือว่าเริ่มใหม่นะคะ
ปัญหากับเพื่อนคนหนึ่ง(ยาวมากๆ)
พอขึ้นม.4 ห้องเรียนเราคนน้อยมาก ไม่ถึง20 มีผู้หญิง3-4 คน รวมเราด้วย ตอนนั้นเราไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นเพื่อนกับทั้งห้องไวเพราะคนน้อยและคนที่เรียนห้องเรียนนี้เป็นคนชิวๆซะส่วนใหญ่ คุยกันง่ายมากๆค่ะ และเราก็ไปสนิทกับเพื่อนคนนั้นจนได้ ซึ่งเขาเป็นLGBTQ+ (เขาเป็นเกย์ค่ะ) ตัวเขาก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่กับเราแต่อยู่กับเพื่อนผู้หญิงอีกคน ขอเรียกเขาว่าพีนะคะ เ ตอนแรกเพื่อนผู้หญิงบอกว่าก็อยู่ด้วยได้เพราะตัวพี่เรียนเก่งพอตัวเลย แต่สุดท้ายในอีกไม่กี่อาทิตย์เพื่อนคนนี้ก็มาบอกเราว่านางไม่ค่อยอยากอยู่กับพีเพราะ พีเอาแต่ใจและชอบใช้ให้ทำนู่นนี่ พอนานๆเข้านางเลิกตามใจพีเลยมาอยู่กับเราค่ะ
เรากับพีสนิทกันมากๆ ค่ะ เรารักเขามากจนเลิกระแวงเรื่องการมีเพื่อนไปเลย จนผ่านไปเดือนกว่าๆ มีเรื่องที่ทำให้เป็นประเด็นระหว่างเรากับเขา คือเรื่องโทรคุยกับตุ๊กๆ ตอนนั้นเป็นช่วงกีฬาสีแล้วพีต้องซ้อมหลีดเลยกลับรถตู้ไม่ได้ พีเลยมาขอให้เราคุยแทนหน่อยเพราะไม่กล้าถามราคาส่วนเราก็ตามใจเขา พีก็ให้ถามว่า ราคาจากที่โรงรียนไป... ราคาเท่าไหร่ มารับได้มั้ย ประมาณนี่ค่ะ แต่เราดันเผลอไปตอบโอเคตอนเขาถามเรื่องเวลาเราเลยบอกให้เขาอย่าลืมโทรไปยกเลิกนะ พีก็โอเคๆค่ะ แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร แล้วตอนเย็นเราก็ทักไปหาเขาอีก เราพิมพ์ไปว่า อย่าลืมโทรไปบอกลุงนะ ไม่งั้นเราตัดคอเเกเเน่ และความที่เราเซ้าซี้เขามากไปเขาเลยสาดไส้เราเลย เราเลยรีบตอบกลับว่าเราไม่รู้ว่าตุ๊กๆเวลาขึ้นต้องทำอะไร เพราะเราก็ไม่เคยนั่ง แล้วก็ขอโทษเขา ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องมาขอโทษหรอก
หลังจากนั้นเราก็เลยลองถามคนอื่นว่าควรทำยังไง คือเขาเป็นเพื่อนสนิทเราค่ะเราเลยกลัว แถมตอนนั้นก็สงสัยว่าปกติพูดกันแบบนี้อยู่แล้วทำไม้ขาถึงโกรธ เราก็รู้ว่าเราเซ้าซี้เขามากไป แต่ที่เขาพูดตอนนั้นก็แรงมากๆ เพื่อนคนอื่นบอกขอไม่ยุ่ง ขอเป็นกลางดีกว่า
หลังๆมารุ่นพี่ที่เคยเอ็นดูเราเรื่องไม่อยากคุย พอเราเจอรุ่นพี่ พี่เขาก็จะคุยแค่กับเพื่อนเรา จนพี่เขาทักมาหาเพื่อนคนหนึ่ง ถามว่าเรากับพีทะเลาะกันเรื่องอะไร เพื่อนก็เลยส่งรูปแคปหน้าจอที่เราเคยส่งให้ไป พี่เขาถึงกับเงียบไปนานแล้วบอก โห งั้นที่ผ่านมาคือมันแต่งเรื่องทำตัวเป็นเหยื่อหรอ และเราเลยได้รู้อีกหลายเรื่องเลยค่ะว่าพีไปพูดอะไรเกี่ยวกับเราบ้าง ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ก็ไม่จริง อย่างบอกครูที่ปรึกษาว่าเราบอกให้เพื่อนไม่คุยกับเขา ไม่ให้เข้ากลุ่มทำงานทั้งๆที่ตอนเพื่อนผู้ชายในห้องชวนแล้วแต่เขาปฏิเสธ
ครูก็มาคุยกับเราค่ะ บอกว่าเพื่อนไม่มีใครคบเลยนะ เพื่อนเป็นเกย์(ทรงตุ๊ดๆนิดนึง)ไม่ค่อยอยากคบกับเพื่อนผู้ชาย คืนดีกันได้มั้ย เราบอกเขาเลยค่ะว่าให้ได้แต่ขอเวลาอีกสักเพราะที่เขาพูดกับหนูวันนั้นมันแรง แถมไปแต่งเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเราด้วย แต่สุดท้ายครูก็บังคับให้เราไปหาเขาหน้าห้องเลย เราก็บอกเหมือนเดิม เหตุผลเดิมที่บอกครู ซึ่งทำให้ครูเขาโกรธเรามากๆเลยเพราะไปพูดต่อหน้าพี เราเลยตอบครูกลับว่าแล้วที่คุยกันเมื่อกี๊หนูก็บอกครูไปแล้วนะคะว่าหนูยังไม่โอเค
หลังจากนั้นเขาก็ย้ายโรงเรียนไป แล้วล่าสุดนี้ก็ไปเจอพีทำคอนเท้น ประมาณว่าเคยให้ 10/10 กับเพื่อนแต่... แล้วก็เล่าเรื่องพร้อมลดทีละคะแนน แบบหน้าแรกเต็ม10 หน้าต่อมา 9/10เพื่อนเริ่มบอกไม่ให้คนอื่นคุยกับเรา 8/10เพื่อนชนแล้วไม่ขอโทษ 7/10เพื่อนบอกชาตินี้ยังไงก็ไม่ยกโทษให้ ..เรื่อยๆจนถึง0/10ค่ะ ซึ่งเราเถียงได้หมดเลยว่าไม่จริงเลยเพราะเราเว้นระยะห่างมากๆ
ที่มาเล่าไว้เพราะเราได้เรียนรู้เยอะมาก ว่าบางทีตัวเราอาจจะเป็นคนอีกแบบในโลกของคนอื่นก็ได้ เขาดัง เขาเล่าแบบไหนคนในโลกออนไลน์ก็เชื่อเขาทันทีได้ ส่วนตัวเราเองก็ไปเซ้าซี้เขามากไปตั้งแต่แรกๆ
บางทีก็อาจจะไม่มีคนเชื่อเรื่องของเราเพราะนี่มันมุมมองที่เราเจอและพีอาจจะฟังดูแย่ในบางเรื่องไปบ้างแต่เราก็พยายามเล่าจากเเชทเก่าๆและคำบอกเล่าของรุ่นพี่กับเพื่อนๆ
เราขอไม่ลงรายละเอียดแชทหรือชื่อเขาหรือที่ๆเขาลงคอนเท้นเกี่ยวกับเรานะคะ พีเขาก็ไม่ได้สื่อถึงเราตรงๆ เราก็เลยไม่ควรทำให้เขามีปัญหามากกว่านี้ เพราะคอนเท้นที่เขาทำก็มีดราม่าวงในของเขาอยู่แล้ว
สุดท้ายนี้เราไม่รู้นะคะว่าจะมีใครมาเจอเรื่องของเรามั้ย แต่ถ้าใครเคยเจอ หรือกำลังมีปัญหาแบบนี้ก็มาเล่าได้ แล้วก็สู้ๆ ขอให้ผ่านปัญหานี้ไปได้ เดี๋ยวขึ้นมหาลัย หรือขึ้นม.ปลายแล้วก็ถือว่าเริ่มใหม่นะคะ