อาจจะยาวหน่อยนะครับ🙏
ช่วงประมาณปีที่แล้วผมดรอปเรียนออกมาครับเพราะตอนนั้นเรียนไม่ไหวโรงเรียนไกลบ้านด้วยผมต้องตื่นเช้านั่งรถตู้ไปเรียนทุกวัน วินหัวบ้างจะอ้วกบนรถบ้าง เรียนก็เรียนหนักอะครับ ตอนกลับก็ต้องนั่งอัดกันกับคนบนรถนั่งไม่สบายเลย บวกกับผมเป็นเด็กกิจกรรมด้วย วันที่ควรจะได้พักก็ไม่ได้พัก ต้องนอนโรงเรียนเพื่อไปออกงานต่อ ช่วงนั้นเกรดผมเลยตกมากๆ ตอนนั้นคุยกับแม่ แม่ผมก็แนะนำให้ลองออกจากการเป็นเด็กกิจกรรม
แต่ตอนนั้นผมตัดสินใจลาออกแล้วดรอปเรียนเลยครับปี 1 จะบอกว่าตอนนั้นผมคิดสั้นก็ได้ครับ
พอออกมาช่วงแรกๆผมก็อยู่บ้านครับ ก็ออกไปหางานทำบ้างได้อาทิตละ 500-900 อาจจะฟังดูไม่เยอะแต่สำหรับผมตอนนั้นก็ถือว่าพอไช้แล้วครับ
ถึงแม้จะดรอปเรียนผมก็ไม่ได้หยุดหาความรู้เลยครับ
แค่เปรี่ยนจากเรียนตามตารางเรียนมาเป็นการเรียนศึกษาด้วยตัวเองส่วนไหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่ตัวผมเองสนใจครับ พอแม่เห็นว่าผมดรอปเรียนมาแล้วแต่ก็ยังนั่งอ่านหนังสือนั่งเรียนอยู่แม่ผมเลยแนะนำว่าให้ไปสอบเทียบวุฒิ ดูไหมถ้าสอบติดมันก็เหมือนได้วุฒิ ม.6 เลยพอได้วุฒิแล้วจะไปทำอะไรต่อก็เชิญเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกลับไปเรียน ผมก็เลยตัดสินใจเตรียมตัวสอบเพื่อเอาวุฒิเทียบครับ
แล้วที่นี้ช่วงนั้นผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเขาเป็นเด็กเรียนที่เรียนดีมากๆเข้าค่ายสอบ สอวน ทุกปีเรียนเก่งมากๆ
แถมเวลาผมถามเขาว่าอยากทำอะไรต่อในอนาคตเขาก็จะตอบแค่แบบเขาอยากมีที่เรียนต่อ อยากเข้ามอดังๆระดับประเทศ
มันก็เลยไปจุดประกายบางอย่างในตัวผม ยอมรับตามตรงตอนนั้นผมก็ชอบเขาด้วยครับ ผมอยากจะยืนอยู่ระดับเดียวกับเขา อยากที่จะให้เขารู้ว่าผมก็พยามนะ
ตอนนั้นผมเลยเรียนหนักมากๆจนถึงช่วงหนึ่งที่ผมพร้อมจะสอบแล้วแต่ศูนร์สอบแถวบ้านผมไม่มีเลย มันต้องสอบ 4 วิชา ถ้าจะให้คนที่บ้านขับรถไกลๆไปกลับ 4 รอบเพื่อพาผมไปสอบก็ดูจะไม่เข้าท่า ผมเลยตัดสินใจเช่าหอพักในตัวเมืองที่อยู่ไกล้ๆศูนร์สอบ
พอผมเข้ามาอยู่หอแล้วผมก็ต้องเริ่มตั้งเป้าหมายจริงๆจังๆแล้วว่าชีวิตหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อแถมยังมีเรื่องของคำถามในหัวที่ผมเริ่มถามตัวเองบ่อยขึ้น อย่างแรกเรื่องชีวิตผมคิดไว้ 2 แบบแบบแรกคือหลังจากผมสอบเทียบวุฒิผ่านแล้วได้วุฒิมา ผมจะเอายังไงต่อ? ผมควรจะเข้ามหาลัยดีไหม บอกก่อนนะครับคือผมไม่เคยมีความคิดที่อยากจะเข้ามหาลัยมาก่อนเลยครับไม่เคยศึกษาเรื่องมหาลัยเลย
ขายหน้าสุดคือตอนที่ผู้หญิงคนนั้นที่ผมชอบเขาถามผมว่าอยากเข้ามอ อะไรแต่ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำครับว่าคำว่า มอ มันคืออะไร นั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งแหละครับที่ผมอยากจะพัฒนาตัวเองให้อยู่ระดับเดียวกับเขา
ผมอยากจะเข้ามหาลัยดีๆเพื่อทำให้เขาเห็น ทำให้คนที่บ้านเห็น ผมคิดแต่ว่าผมอยากทำให้คนอื่นเห็นอยากได้รับการยอมรับ แต่พอผมมาอยู่หอจริงๆได้คิดเรื่องนี้แบบจิงจังๆผมก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า ถ้าหากทั้งหมดที่ผมเคยทำมาผมทำเพื่อคนอื่นมากตลอด แล้วตัวผมเองละผมอยากทำอะไรกันแน่
ซึ่งมันก็จะเกิดเป็นชีวิตแบบที่ 2 ที่ผมคิดไว้ คือหลังผมสอบเทียบวุฒิเสร็จผมจะไม่ต่อมหาลัย แล้วจะไปอยู่ต่างประเทศกับแม่ แต่คือแบบตอนผมออกจากบ้านมาคนที่บ้านให้ความหวังกันมากๆว่าผมจะเข้ามหาลัย พวกเขาดูสนับหนุนมากๆทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วถ้าผมตัดสินใจไม่เข้ามหาลัยพวกเขาจะรู้สึกแย่ไหม เพราะขนาดทุกวันนี้ผมมาอยู่หอได้หลายวันแล้วพวกเขาก็ยังโทรมาถามเรื่องเรียนเรื่องความเป็นอยู่ ถ้าเรื่องความเป็นอยู่ผมพอตอบได้ แต่ทุกครั้งที่บทสนทนาเข้าถึงเรื่องเรียนเมื่อไหร่ ผมพูดไม่ออกจริงๆ ได้แค่ตอบกลับไปแบบลอยๆ
เรื่องผู้หญิงคนนั้นผมก็คิดว่าแบบถ้าหากว่าผมไม่เข้ามหาลัยเขาจะมองผมเป็นยังไง เขาจะมองว่าผมเป็นคนไม่เอาไหนไหม โดยเฉพาะพักหลังมานี้มานี้ผมเรียนหนักจนเหมือนผมไช้พลังไปกับเรื่องพวกนั้นหมดแล้วจนเวลาที่ผมกับเขาคุยกันบทสนทนามันก็ดูเย็นชาขึ้นทุกที ในใจลึกๆผมก็กลัวเสียเขาไปครับ
มันเหมือนผมทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกันไม่ได้ครับ ทั้งๆที่ผมอยากจะเข้ามหาลัยเพื่อได้รับการยอมรับเพื่ออยากให้คนที่บ้านยอมรับอยากให้ผู้หญิงคนนั้นยอมรับแต่กลับกันมันกลับค่อยๆทำร้ายความสัมพันธ์ผมกับเขาให้แย่ลงไปเรื่อยๆ แล้วถ้าผมกลับมาเป็นตัวเองคนเดิมคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเรียนขนาดนั้นกลับมาเป็นคนที่มีเวลาให้เขาเหมือนแต่ก่อน แล้วยกเลิกแผนเข้ามหาลัย มันดีแล้วจริงๆหรอในระยะยาว แล้วคนที่บ้านผมจะว่ายังไงถ้าผมหักหน้าพวกเขาเรื่องมหาลัย
ขอคำปลึกษาทีครับ ถึงเวลาที่ผมต้องเลือกเส้นทางชีวิตแบบจิงๆจังๆแต่ผมไม่รู้เลยครับว่าผมควรจะทำยังไง
ช่วงประมาณปีที่แล้วผมดรอปเรียนออกมาครับเพราะตอนนั้นเรียนไม่ไหวโรงเรียนไกลบ้านด้วยผมต้องตื่นเช้านั่งรถตู้ไปเรียนทุกวัน วินหัวบ้างจะอ้วกบนรถบ้าง เรียนก็เรียนหนักอะครับ ตอนกลับก็ต้องนั่งอัดกันกับคนบนรถนั่งไม่สบายเลย บวกกับผมเป็นเด็กกิจกรรมด้วย วันที่ควรจะได้พักก็ไม่ได้พัก ต้องนอนโรงเรียนเพื่อไปออกงานต่อ ช่วงนั้นเกรดผมเลยตกมากๆ ตอนนั้นคุยกับแม่ แม่ผมก็แนะนำให้ลองออกจากการเป็นเด็กกิจกรรม
แต่ตอนนั้นผมตัดสินใจลาออกแล้วดรอปเรียนเลยครับปี 1 จะบอกว่าตอนนั้นผมคิดสั้นก็ได้ครับ
พอออกมาช่วงแรกๆผมก็อยู่บ้านครับ ก็ออกไปหางานทำบ้างได้อาทิตละ 500-900 อาจจะฟังดูไม่เยอะแต่สำหรับผมตอนนั้นก็ถือว่าพอไช้แล้วครับ
ถึงแม้จะดรอปเรียนผมก็ไม่ได้หยุดหาความรู้เลยครับ
แค่เปรี่ยนจากเรียนตามตารางเรียนมาเป็นการเรียนศึกษาด้วยตัวเองส่วนไหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่ตัวผมเองสนใจครับ พอแม่เห็นว่าผมดรอปเรียนมาแล้วแต่ก็ยังนั่งอ่านหนังสือนั่งเรียนอยู่แม่ผมเลยแนะนำว่าให้ไปสอบเทียบวุฒิ ดูไหมถ้าสอบติดมันก็เหมือนได้วุฒิ ม.6 เลยพอได้วุฒิแล้วจะไปทำอะไรต่อก็เชิญเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกลับไปเรียน ผมก็เลยตัดสินใจเตรียมตัวสอบเพื่อเอาวุฒิเทียบครับ
แล้วที่นี้ช่วงนั้นผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเขาเป็นเด็กเรียนที่เรียนดีมากๆเข้าค่ายสอบ สอวน ทุกปีเรียนเก่งมากๆ
แถมเวลาผมถามเขาว่าอยากทำอะไรต่อในอนาคตเขาก็จะตอบแค่แบบเขาอยากมีที่เรียนต่อ อยากเข้ามอดังๆระดับประเทศ
มันก็เลยไปจุดประกายบางอย่างในตัวผม ยอมรับตามตรงตอนนั้นผมก็ชอบเขาด้วยครับ ผมอยากจะยืนอยู่ระดับเดียวกับเขา อยากที่จะให้เขารู้ว่าผมก็พยามนะ
ตอนนั้นผมเลยเรียนหนักมากๆจนถึงช่วงหนึ่งที่ผมพร้อมจะสอบแล้วแต่ศูนร์สอบแถวบ้านผมไม่มีเลย มันต้องสอบ 4 วิชา ถ้าจะให้คนที่บ้านขับรถไกลๆไปกลับ 4 รอบเพื่อพาผมไปสอบก็ดูจะไม่เข้าท่า ผมเลยตัดสินใจเช่าหอพักในตัวเมืองที่อยู่ไกล้ๆศูนร์สอบ
พอผมเข้ามาอยู่หอแล้วผมก็ต้องเริ่มตั้งเป้าหมายจริงๆจังๆแล้วว่าชีวิตหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อแถมยังมีเรื่องของคำถามในหัวที่ผมเริ่มถามตัวเองบ่อยขึ้น อย่างแรกเรื่องชีวิตผมคิดไว้ 2 แบบแบบแรกคือหลังจากผมสอบเทียบวุฒิผ่านแล้วได้วุฒิมา ผมจะเอายังไงต่อ? ผมควรจะเข้ามหาลัยดีไหม บอกก่อนนะครับคือผมไม่เคยมีความคิดที่อยากจะเข้ามหาลัยมาก่อนเลยครับไม่เคยศึกษาเรื่องมหาลัยเลย
ขายหน้าสุดคือตอนที่ผู้หญิงคนนั้นที่ผมชอบเขาถามผมว่าอยากเข้ามอ อะไรแต่ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำครับว่าคำว่า มอ มันคืออะไร นั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งแหละครับที่ผมอยากจะพัฒนาตัวเองให้อยู่ระดับเดียวกับเขา
ผมอยากจะเข้ามหาลัยดีๆเพื่อทำให้เขาเห็น ทำให้คนที่บ้านเห็น ผมคิดแต่ว่าผมอยากทำให้คนอื่นเห็นอยากได้รับการยอมรับ แต่พอผมมาอยู่หอจริงๆได้คิดเรื่องนี้แบบจิงจังๆผมก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า ถ้าหากทั้งหมดที่ผมเคยทำมาผมทำเพื่อคนอื่นมากตลอด แล้วตัวผมเองละผมอยากทำอะไรกันแน่
ซึ่งมันก็จะเกิดเป็นชีวิตแบบที่ 2 ที่ผมคิดไว้ คือหลังผมสอบเทียบวุฒิเสร็จผมจะไม่ต่อมหาลัย แล้วจะไปอยู่ต่างประเทศกับแม่ แต่คือแบบตอนผมออกจากบ้านมาคนที่บ้านให้ความหวังกันมากๆว่าผมจะเข้ามหาลัย พวกเขาดูสนับหนุนมากๆทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วถ้าผมตัดสินใจไม่เข้ามหาลัยพวกเขาจะรู้สึกแย่ไหม เพราะขนาดทุกวันนี้ผมมาอยู่หอได้หลายวันแล้วพวกเขาก็ยังโทรมาถามเรื่องเรียนเรื่องความเป็นอยู่ ถ้าเรื่องความเป็นอยู่ผมพอตอบได้ แต่ทุกครั้งที่บทสนทนาเข้าถึงเรื่องเรียนเมื่อไหร่ ผมพูดไม่ออกจริงๆ ได้แค่ตอบกลับไปแบบลอยๆ
เรื่องผู้หญิงคนนั้นผมก็คิดว่าแบบถ้าหากว่าผมไม่เข้ามหาลัยเขาจะมองผมเป็นยังไง เขาจะมองว่าผมเป็นคนไม่เอาไหนไหม โดยเฉพาะพักหลังมานี้มานี้ผมเรียนหนักจนเหมือนผมไช้พลังไปกับเรื่องพวกนั้นหมดแล้วจนเวลาที่ผมกับเขาคุยกันบทสนทนามันก็ดูเย็นชาขึ้นทุกที ในใจลึกๆผมก็กลัวเสียเขาไปครับ
มันเหมือนผมทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกันไม่ได้ครับ ทั้งๆที่ผมอยากจะเข้ามหาลัยเพื่อได้รับการยอมรับเพื่ออยากให้คนที่บ้านยอมรับอยากให้ผู้หญิงคนนั้นยอมรับแต่กลับกันมันกลับค่อยๆทำร้ายความสัมพันธ์ผมกับเขาให้แย่ลงไปเรื่อยๆ แล้วถ้าผมกลับมาเป็นตัวเองคนเดิมคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเรียนขนาดนั้นกลับมาเป็นคนที่มีเวลาให้เขาเหมือนแต่ก่อน แล้วยกเลิกแผนเข้ามหาลัย มันดีแล้วจริงๆหรอในระยะยาว แล้วคนที่บ้านผมจะว่ายังไงถ้าผมหักหน้าพวกเขาเรื่องมหาลัย