เป็นสิ่งที่ผม
คิด
วิเคราะห์ แ
ยกแยะ แนวทางที่อีลอนมัส กลัวมาตลอดว่า เมื่อเอไอทำให้เราทุกอย่างแล้วจะเข้าสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งล้นเหลือ (Age of Abundance)
ต้นทุนการผลิตลดลงจนเกือบเป็นศูนย์: เมื่อหุ่นยนต์และ AI ทำงานแทนมนุษย์ ต้นทุนสินค้าและบริการจะต่ำลงมาก
มีกินมีใช้ไม่จำกัด: สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อาหาร และที่อยู่อาศัย จะถูกผลิตออกมาอย่างเหลือเฟือ
ซึ่งนั่นแปลว่า ช่องว่างคนรวยคนจนจะแคบลงมากหรือแทบเป็นฐานพรีมิดเดียวกัน เพราะคนที่รวยยุคเก่าที่อาศัยสร้างโรงงานผลิตสินค้าออกมาขายให้คนหมู่มากจะมีน้อยหรือหายไปเพราะยุคเอไอเข้ามาเต็มรูปแบบ เพราะเป็นยุคที่เอไอทำงานให้มนุษย์ทุกอย่าง บริษัทองค์กรที่ใช้เอไอเข้ามาทำงานแทนคนเหมือนจะลดต้นทุนในช่วงแรก แต่มันแฝงไปด้วยระเบิดเวลาที่ว่าเมื่อผลิตของได้มากขึ้นต้นทุนต่ำลง คนตกงานไม่มีเงิน ก็ไม่มีคนซื้อสินค้าที่ผลิตออกมา อย่างที่ผมเคยตั้งกระทู้หัวข้อที่ว่า "ถามโง่ๆครับ ถ้า AI มาทำงานแทนคนหมด คนตกงานไม่มีตังค์ซื้อ แล้ว AI ผลิตสินค้าเร็วดีจำนวนมากออกมาขายใคร?"
https://pantip.com/topic/44119679 มีเพื่อนๆเข้ามาแสดงความคิดเห็นนานาทัศนศึกษามากมายก่ายกองเลยทีเดียว
ผมวิแคะอย่างนี้ครับ การที่บริษัทหรือองค์กรเอกชชน โรงงานให้โรบอทเอไอทำงานแทนคนมากขึ้น เหมือนการฆ่าตัวตายธุรกิจตัวอย่างในระยะยาว แต่ถ้าเอามาใช้ในองค์กรหรือรับบราชการจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะระบบออโตเมชั่น จะปิดกั้นมนุษย์ที่อาจจะคอรัปชั่นได้ ให้ดูตัวอย่างเหมือนร้านสะดวกซื้อครับ ที่เขาวางระบบไว้ดี สินค้าขายหลากหลายจำนวนมากแต่ใช้พนักงานเพียงหยิบมือก็สามารถดูแลทั้งร้านได้ เพราะการวางระบบบริหารจัดการทุกอย่างและกึ่งออโตเมชั่น พนักงานไม่จำเป็นต้องมีสกิลสูงแค่พื้นฐานทั่วไปและการเทรนนิ่งด้านบริการตามขั้นตอนที่ได้อบรมมา เข้าโปรแกรมขั้นตอนการทำงานว่า ถ้าลูกค้าซื้อสั่งสินค้า พนักงานต้องทำขั้นตอนอย่างไร 1 2 3.... ได้เลย มันคือการวางระบบขึ้นตอนทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงทำให้การคอรัปชั่นทำได้อยากเพราะคนที่จะทำได้ต้องรู้ระบบทั้งหมด หรือเป็นคนสร้างระบบเองถึงจะสามารถแฮกระบบได้นั่นเอง ยิ่งถ้าเอาเอไอมาคั่นกลางจะปิดกั้นระบบราชการไม่ให้เกิดการคอรัปชั่นได้ง่าย และทำให้การบริการประชาชนรวดเร็วมาก แต่การจะรื้อระบบคนหรือระบบอุปถัมในระบบราชการเก่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในช่วงแรกมาก เพราะมันการปฏิวัติ ซึ่งต้องต่อสู้คนที่กุมอำนาจเก่าที่จะไม่ยอมให้ระบบเอไอมาทำงานแทนได้นั่นเอง เพราะสูญเสียการควบคุมให้กับระบบเอไอเกือบทั้งหมดนั่นเอง
กลับมาที่ประเด็น มหาเศรษฐีคนรวยยุคเก่าหรือกลุ่มคนอีลิท Old Money ที่รวยเติบโตมาอย่างมหาศาลตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุสากรรม กำลังจะค่อยๆ ล่มสลายไปในที่สุด เพราะการมาของเอไอครับ เมื่อเขาสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งล้นเหลือ (Age of Abundance)
ต้นทุนการผลิตลดลงจนเกือบเป็นศูนย์: เมื่อหุ่นยนต์และ AI ทำงานแทนมนุษย์ ต้นทุนสินค้าและบริการจะต่ำลงมาก
มีกินมีใช้ไม่จำกัด: สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อาหาร และที่อยู่อาศัย จะถูกผลิตออกมาอย่างเหลือเฟือ
คนรวยที่ผลิตสินค้ามาขายให้คนหมู่มากก็จะขายไม่ได้แล้ว เพราะคนหมู่มากไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะระบบเอไอจัดเตรียมพื้นฐานปัจจัยสี่ให้ครบ จะมองว่าเป็นยุคยูโธเปียกลายๆก็ว่าได้ครับ
สุดคท้ายคนรวยเก่าที่ไม่ปรับตัวก็จะกลายเป็นแค่สามัญชนคนทั่วไปในที่สุด แต่สิ่งที่คนรวยเก่าได้เปรียบกว่าคนทั่วไปคือ เห็นโอกาสก่อนเข้าถึงเครื่องมือข้อมูลก่อนคนอื่น ถ้าคนรวยอีลิทเดิมมีการปรับตัวตามเทคโนโลยี เพื่อพยายามสร้างหรือเป็นเจ้าของเอไอเองอันนี้จะกลับมาได้แล้วอยู่ แต่มันไม่ได้ง่ายครับเพราะความซับซ้อนมันสูงในการที่จะควบคุมมัน ก็เหมือนอินเตอร์เน็ต WWW ที่ให้ไปทั่วโลก ทำให้คนหมู่มากมีอิสระต่อกัน ยกตัวอย่างง่ายๆครับ อย่างเมื่อก่อนช่องรายการทีวีเมื่อก่อนมีอำนาจต่อรองสูง มูลค่าสูงทั้งโฆษณา และค่าจ้างคนออกทีวี แต่การมาของ Social ทำให้ตกกระป๋องเจ๊งกันไปเยอะ จนต้องเข้าร่วมมาทำในทาง Social แทน และคนทั่วไปที่มีมือถือถ่ายคลิปลง ก็สามารถเป็นดาราเป็นคนดังได้เช่นกัน นั่นคือความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล และเครื่องมือ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณต้องมีกล้องราคาหลายล้าน เช่าเวลาสถานีช่องทำรายการ แต่เดี๋ยวนี้มือถือราคาไม่กี่พัน สมัคร TikTok Youtube Facebook ก็เป็นเจ้าของช่องอย่างง่ายดาย นั่นแหละการมาของ Internet World Wide Web ที่จุดเริ่มต้นมาจากเครือข่าย LAN ของกลาโหมสหรัฐในวันนั้นมันมาไกลถึงวันนี้ครับ นี่ก็เช่นกันการมา ของ AI คือสิ่งที่จะเปลี่ยนโลกเราไปอีกขั้น เปลี่ยนเปลงหลายอย่างของมนุษยชาติเลยครับ
ชนชั้นที่แบ่งวรรณะจนรวยช่องว่างจะแคบลงเรื่อยๆ อย่างที่ผมเคยตั้งกระทู้ไว้ครับเรื่องความเก่งของฝรั่งหัวทองตะวันตก เรื่อง "ทำไมฝรั่งหัวทองตะวันตกถึงชอบคิดค้นทุ่มสุดตัวศึกษาจริงจังและสร้างสิ่งประดิษฐ์ ต่างจากคนเอเชียไม่ค่อยคิดสร้างอะไรเท่าไหร่"
https://pantip.com/topic/43670399
อย่างที่ว่า "ใครรองเทคโนโลยี คนนั้นครองทุกสิ่ง" ดั่งที่อเมริกาเป็นจ้าวโลกมาถึงทุกวันนี้ เฉกเช่นในอดีต กองเรือรบอังกฤษเคยเกรียงไกรในยุคล่าอาณานิคมไปทั่วโลก จนทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการคนนิยมใช้สื่อสารกันไปทั่วโลก เพราะเทคโนโลยีเดินเรือ การต่อเรือรบ และเทคโนโลยีปืนไฟที่เหนือกว่าในยุคนั้นที่คนยังใช้ ดาบธนุ หอก ก้อนหินขว้างใส่อยู่
อย่างที่ผมวิแคะครับ การมาของเอไอ เงินที่เป็นกระดาษก็จะกลายเป็นกระดาษกงเต๊ก เพราะคนไม่จำเป็นต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนซื้อสินค้าจำเป็นแล้ว ไอเอออโตเมชั่นจะทำให้มนุษย์หมด และถ้ามองมุมดีโลกสวย คือ มนุษย์มีเวลาใช้ชีวิตสุนทรีมากขึ้น มีอิสระในการใช้ชีวิตไปวันๆ ทำให้สิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้มนุษย์มีเวลากับตัวเองมากขึ้น มากกว่ามีเวลาหมดไปกับนายจ้างทำงานให้คนรวยยุคเก่า ทำให้มนุษย์จะย้อนกลับไปเหมือนเมื่อ 3 แสนกว่าปีที่แล้วของมนุษย์โฮโอซาเปี้ยนยุคแรก คือ ใช้เวลาหาอาหารของป่าล่าสัตว์วันละ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้พอกินวันต่อวัน และเวลาที่เหลือใช้ชีวิตอิสระ
แต่ถ้ามองในมุม worst case มนุษย์เหมือนธรรมชาติสร้างบั๊กมาให้ คือ ฝัง ความโลภ เอาไว้ อาจจะมีมนุษย์บางส่วนไม่อยากให้โลกสงบอย่างที่ควรจะเป็นคือ ต้องการยึดเทคโนโลยี เป็นผู้ครอบครองเอไอไว้เป็นอำนาจของตัวเอง และถ้าเอไอมันฉลาดเกินไปจนปรับตัวมันเองได้ คิดเองได้ มี Critical Thinking ของตัวเอง และพัฒนาตัวมันเองเพื่อควบคุมทุกสิ่งอันนี้ก็จะเริ่มน่ากลัว กลายเป็น Skynet ในชีวิตจริงก็เป็นได้
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไร?
ปล."ผมไม่ได้บ้านะครับ!"
การมาของ AI เต็มรูปแบบในอนาคต จะทำให้เงินเป็นแค่กระดาษกงเต๊ก มหาเศรษฐีคนรวยยุคเก่าจะกลายเป็นแค่สามัญชนทั่วไป?
เป็นสิ่งที่ผม คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แนวทางที่อีลอนมัส กลัวมาตลอดว่า เมื่อเอไอทำให้เราทุกอย่างแล้วจะเข้าสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งล้นเหลือ (Age of Abundance)
ต้นทุนการผลิตลดลงจนเกือบเป็นศูนย์: เมื่อหุ่นยนต์และ AI ทำงานแทนมนุษย์ ต้นทุนสินค้าและบริการจะต่ำลงมาก
มีกินมีใช้ไม่จำกัด: สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อาหาร และที่อยู่อาศัย จะถูกผลิตออกมาอย่างเหลือเฟือ
ซึ่งนั่นแปลว่า ช่องว่างคนรวยคนจนจะแคบลงมากหรือแทบเป็นฐานพรีมิดเดียวกัน เพราะคนที่รวยยุคเก่าที่อาศัยสร้างโรงงานผลิตสินค้าออกมาขายให้คนหมู่มากจะมีน้อยหรือหายไปเพราะยุคเอไอเข้ามาเต็มรูปแบบ เพราะเป็นยุคที่เอไอทำงานให้มนุษย์ทุกอย่าง บริษัทองค์กรที่ใช้เอไอเข้ามาทำงานแทนคนเหมือนจะลดต้นทุนในช่วงแรก แต่มันแฝงไปด้วยระเบิดเวลาที่ว่าเมื่อผลิตของได้มากขึ้นต้นทุนต่ำลง คนตกงานไม่มีเงิน ก็ไม่มีคนซื้อสินค้าที่ผลิตออกมา อย่างที่ผมเคยตั้งกระทู้หัวข้อที่ว่า "ถามโง่ๆครับ ถ้า AI มาทำงานแทนคนหมด คนตกงานไม่มีตังค์ซื้อ แล้ว AI ผลิตสินค้าเร็วดีจำนวนมากออกมาขายใคร?" https://pantip.com/topic/44119679 มีเพื่อนๆเข้ามาแสดงความคิดเห็นนานาทัศนศึกษามากมายก่ายกองเลยทีเดียว
ผมวิแคะอย่างนี้ครับ การที่บริษัทหรือองค์กรเอกชชน โรงงานให้โรบอทเอไอทำงานแทนคนมากขึ้น เหมือนการฆ่าตัวตายธุรกิจตัวอย่างในระยะยาว แต่ถ้าเอามาใช้ในองค์กรหรือรับบราชการจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะระบบออโตเมชั่น จะปิดกั้นมนุษย์ที่อาจจะคอรัปชั่นได้ ให้ดูตัวอย่างเหมือนร้านสะดวกซื้อครับ ที่เขาวางระบบไว้ดี สินค้าขายหลากหลายจำนวนมากแต่ใช้พนักงานเพียงหยิบมือก็สามารถดูแลทั้งร้านได้ เพราะการวางระบบบริหารจัดการทุกอย่างและกึ่งออโตเมชั่น พนักงานไม่จำเป็นต้องมีสกิลสูงแค่พื้นฐานทั่วไปและการเทรนนิ่งด้านบริการตามขั้นตอนที่ได้อบรมมา เข้าโปรแกรมขั้นตอนการทำงานว่า ถ้าลูกค้าซื้อสั่งสินค้า พนักงานต้องทำขั้นตอนอย่างไร 1 2 3.... ได้เลย มันคือการวางระบบขึ้นตอนทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงทำให้การคอรัปชั่นทำได้อยากเพราะคนที่จะทำได้ต้องรู้ระบบทั้งหมด หรือเป็นคนสร้างระบบเองถึงจะสามารถแฮกระบบได้นั่นเอง ยิ่งถ้าเอาเอไอมาคั่นกลางจะปิดกั้นระบบราชการไม่ให้เกิดการคอรัปชั่นได้ง่าย และทำให้การบริการประชาชนรวดเร็วมาก แต่การจะรื้อระบบคนหรือระบบอุปถัมในระบบราชการเก่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในช่วงแรกมาก เพราะมันการปฏิวัติ ซึ่งต้องต่อสู้คนที่กุมอำนาจเก่าที่จะไม่ยอมให้ระบบเอไอมาทำงานแทนได้นั่นเอง เพราะสูญเสียการควบคุมให้กับระบบเอไอเกือบทั้งหมดนั่นเอง
กลับมาที่ประเด็น มหาเศรษฐีคนรวยยุคเก่าหรือกลุ่มคนอีลิท Old Money ที่รวยเติบโตมาอย่างมหาศาลตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุสากรรม กำลังจะค่อยๆ ล่มสลายไปในที่สุด เพราะการมาของเอไอครับ เมื่อเขาสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งล้นเหลือ (Age of Abundance)
ต้นทุนการผลิตลดลงจนเกือบเป็นศูนย์: เมื่อหุ่นยนต์และ AI ทำงานแทนมนุษย์ ต้นทุนสินค้าและบริการจะต่ำลงมาก
มีกินมีใช้ไม่จำกัด: สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อาหาร และที่อยู่อาศัย จะถูกผลิตออกมาอย่างเหลือเฟือ
คนรวยที่ผลิตสินค้ามาขายให้คนหมู่มากก็จะขายไม่ได้แล้ว เพราะคนหมู่มากไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะระบบเอไอจัดเตรียมพื้นฐานปัจจัยสี่ให้ครบ จะมองว่าเป็นยุคยูโธเปียกลายๆก็ว่าได้ครับ
สุดคท้ายคนรวยเก่าที่ไม่ปรับตัวก็จะกลายเป็นแค่สามัญชนคนทั่วไปในที่สุด แต่สิ่งที่คนรวยเก่าได้เปรียบกว่าคนทั่วไปคือ เห็นโอกาสก่อนเข้าถึงเครื่องมือข้อมูลก่อนคนอื่น ถ้าคนรวยอีลิทเดิมมีการปรับตัวตามเทคโนโลยี เพื่อพยายามสร้างหรือเป็นเจ้าของเอไอเองอันนี้จะกลับมาได้แล้วอยู่ แต่มันไม่ได้ง่ายครับเพราะความซับซ้อนมันสูงในการที่จะควบคุมมัน ก็เหมือนอินเตอร์เน็ต WWW ที่ให้ไปทั่วโลก ทำให้คนหมู่มากมีอิสระต่อกัน ยกตัวอย่างง่ายๆครับ อย่างเมื่อก่อนช่องรายการทีวีเมื่อก่อนมีอำนาจต่อรองสูง มูลค่าสูงทั้งโฆษณา และค่าจ้างคนออกทีวี แต่การมาของ Social ทำให้ตกกระป๋องเจ๊งกันไปเยอะ จนต้องเข้าร่วมมาทำในทาง Social แทน และคนทั่วไปที่มีมือถือถ่ายคลิปลง ก็สามารถเป็นดาราเป็นคนดังได้เช่นกัน นั่นคือความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล และเครื่องมือ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณต้องมีกล้องราคาหลายล้าน เช่าเวลาสถานีช่องทำรายการ แต่เดี๋ยวนี้มือถือราคาไม่กี่พัน สมัคร TikTok Youtube Facebook ก็เป็นเจ้าของช่องอย่างง่ายดาย นั่นแหละการมาของ Internet World Wide Web ที่จุดเริ่มต้นมาจากเครือข่าย LAN ของกลาโหมสหรัฐในวันนั้นมันมาไกลถึงวันนี้ครับ นี่ก็เช่นกันการมา ของ AI คือสิ่งที่จะเปลี่ยนโลกเราไปอีกขั้น เปลี่ยนเปลงหลายอย่างของมนุษยชาติเลยครับ
ชนชั้นที่แบ่งวรรณะจนรวยช่องว่างจะแคบลงเรื่อยๆ อย่างที่ผมเคยตั้งกระทู้ไว้ครับเรื่องความเก่งของฝรั่งหัวทองตะวันตก เรื่อง "ทำไมฝรั่งหัวทองตะวันตกถึงชอบคิดค้นทุ่มสุดตัวศึกษาจริงจังและสร้างสิ่งประดิษฐ์ ต่างจากคนเอเชียไม่ค่อยคิดสร้างอะไรเท่าไหร่" https://pantip.com/topic/43670399
อย่างที่ว่า "ใครรองเทคโนโลยี คนนั้นครองทุกสิ่ง" ดั่งที่อเมริกาเป็นจ้าวโลกมาถึงทุกวันนี้ เฉกเช่นในอดีต กองเรือรบอังกฤษเคยเกรียงไกรในยุคล่าอาณานิคมไปทั่วโลก จนทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการคนนิยมใช้สื่อสารกันไปทั่วโลก เพราะเทคโนโลยีเดินเรือ การต่อเรือรบ และเทคโนโลยีปืนไฟที่เหนือกว่าในยุคนั้นที่คนยังใช้ ดาบธนุ หอก ก้อนหินขว้างใส่อยู่
อย่างที่ผมวิแคะครับ การมาของเอไอ เงินที่เป็นกระดาษก็จะกลายเป็นกระดาษกงเต๊ก เพราะคนไม่จำเป็นต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนซื้อสินค้าจำเป็นแล้ว ไอเอออโตเมชั่นจะทำให้มนุษย์หมด และถ้ามองมุมดีโลกสวย คือ มนุษย์มีเวลาใช้ชีวิตสุนทรีมากขึ้น มีอิสระในการใช้ชีวิตไปวันๆ ทำให้สิ่งที่ตัวเองชอบ ทำให้มนุษย์มีเวลากับตัวเองมากขึ้น มากกว่ามีเวลาหมดไปกับนายจ้างทำงานให้คนรวยยุคเก่า ทำให้มนุษย์จะย้อนกลับไปเหมือนเมื่อ 3 แสนกว่าปีที่แล้วของมนุษย์โฮโอซาเปี้ยนยุคแรก คือ ใช้เวลาหาอาหารของป่าล่าสัตว์วันละ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้พอกินวันต่อวัน และเวลาที่เหลือใช้ชีวิตอิสระ
แต่ถ้ามองในมุม worst case มนุษย์เหมือนธรรมชาติสร้างบั๊กมาให้ คือ ฝัง ความโลภ เอาไว้ อาจจะมีมนุษย์บางส่วนไม่อยากให้โลกสงบอย่างที่ควรจะเป็นคือ ต้องการยึดเทคโนโลยี เป็นผู้ครอบครองเอไอไว้เป็นอำนาจของตัวเอง และถ้าเอไอมันฉลาดเกินไปจนปรับตัวมันเองได้ คิดเองได้ มี Critical Thinking ของตัวเอง และพัฒนาตัวมันเองเพื่อควบคุมทุกสิ่งอันนี้ก็จะเริ่มน่ากลัว กลายเป็น Skynet ในชีวิตจริงก็เป็นได้
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไร?
ปล."ผมไม่ได้บ้านะครับ!"