จอดซ้ายที่ป้ายรัก :ชิดซ้ายหน่อย ผมจะจอดป้ายรัก [นิยายรักอ่านฟรี 30 ตอน] ตอนที่ 4 นักร้องน้องรัก



ตอนที่ 4 นักร้องน้องรัก

 
ทันทีที่ประตูคอนโดปิดลง ร่างบางๆ ของหญิงสาวก็เดินสะโหลสะเหลไปยืนแหมะอยู่ที่ขอบเตียงแล้วก็ทิ้งตัวนอนคว่ำหน้า กางแขนกางขาในท่าปลาดาวด้วยความเหนื่อยอ่อน

กระเป๋าไปทาง รองเท้าไปทาง แต่ความง่วงงุนมันมากองอยู่ตรงนี้

ตีสองกว่าแล้ว และทัชชาก็เพิ่งจะถึง "บ้าน" บ้านที่เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ มีระเบียงจิ๋วพอสมฐานะอยู่หนึ่งระเบียง ด้วยวิถีคนกรุง บ้านสำหรับใครหลายๆ คนก็มักจะลงเอยด้วยการอยู่ห้องพักอาศัยรวมที่เรียกว่าคอนโดเสมอ

คืนนี้แขกเยอะอีกตามเคย อาหารออกดี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อถูกเบิกไม่หยุด พี่จอมนักร้องประจำเรียกแขกด้วยเพลงยุค 90 ตั้งแต่ช่วงสามทุ่ม พอช่วงเกือบเที่ยงคืนแขกก็ทยอยกลับ เหลือเพียงลูกค้าขาประจำเพียงโต๊ะเดียวที่โอ้เอ้ คุยกันไม่เลิกจนกระทั่งร้านปิด

ทัชชาไม่มีเวลาคุยกับเพื่อนในเรื่องที่กวนใจหล่อนเลย ไม่สิ เอาเข้าจริง หล่อนก็ไม่รู้จะเริ่มหาเหตุผลอะไรมาคัดค้านการตัดสินใจของไหมทองด้วยซ้ำ

"เอาน่า ก็ลองๆ ให้มันมาร้องดูก่อน ถ้าไม่โอเค. ก็ค่อยบอกมันก็ได้ ครามอ่ะ มันไม่เรื่องมากหรอก ชั้นรู้จักนิสัยมันดี"

นี่ขนาดไม่เรื่องมากนะเนี่ย

ทัชชาถอนหายใจแรงๆ ใส่ที่นอนอย่างอึดอัด

ไม่ใช่เรื่องเดียวหรอกที่กวนใจหล่อนช่วงนี้

เสียงเตือนที่บ่งบอกว่ามีข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีก

ทัชชาหลีกเลี่ยงไม่เปิดอ่านข้อความ "ในนั้น" มาเป็นอาทิตย์แล้ว รวมไปถึงเลือกที่จะไม่รับสายเรียกเข้าของใครบางคนด้วย

"ติ๊ด"

ถัดไปอีกนาทีนึง เสียงเตือนก็ดังซ้ำอีกรอบ

ทัชชายันตัวเองขึ้นนอนหงาย ตามองเพดาน ก่อนหันไปมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ถูกโยนไว้บนเตียง ชั่วขณะหนึ่ง หล่อนก็แพ้เสียงในหัว

ก็ตอบรับเขาให้มันจบๆ ไป นี่เธอกลัวอะไรอยู่เหรอทัชชา

"หลับแล้วเหรอ"

ข้อความท้ายสุดพิมพ์มาว่าอย่างนั้น

ทัชชานิ่ง

"เป็นอะไรรึเปล่า โทร.ไปก็ไม่รับ พิมพ์ไปก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ มีเรื่องอะไรก็คุยกันได้นะ โทร.มาได้ตลอดเวลา"

นั่นล่ะ ความใจดีของเขา

"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร อาทิตย์นี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย" ทัชชาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปให้แลดูปกติที่สุด

อีกฝ่ายอ่านแล้ว และนิ่งไปนานอยู่เหมือนกัน

"เออ นี่ว่าจะขึ้นเหนือเร็วๆ นี้ มีเวลาก่อนงานอยู่อีกสองอาทิตย์ เราแวะไปหาดีมะ ไม่เคยเจอกันเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

สิบปีที่ผ่านมาเขาทำอะไรอยู่หนอ ทำไมถึงไม่คิดอยากจะเจอหล่อนให้เร็วกว่านี้

หรือเป็นเพราะระหว่างนั้น เขาก็ดูแลคนสำคัญของเขาไปด้วย

"อย่าเลย เตรียมงานของเธอให้เรียบร้อยก่อนเถอะ นี่มันงานสำคัญที่สุดในชีวิตงานหนึ่งเลยนะ ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ได้เป็นอะไรหรอก ตรงข้ามเลยตอนนี้กำลังแพลนจะขยายร้าน ไว้หลังงานแต่งเธอแล้ว มีเวลาค่อยเจอกันนะ" 

ชายหนุ่มจ้องมองประโยคยาวๆ ที่พิมพ์ตอบกลับมาแล้วตั้งท่าจรดนิ้วจะพิมพ์ตอบกลับ

ก็อยากเจอน่ะ อยากเห็นหน้า อยากคุย อยากให้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เสียงในใจนำหน้าไปก่อนนิ้ว 

"ทีคะ ทำอะไรอยู่ ตีสองกว่าแล้วนะ ไม่ง่วงเหรอ"

ท่ามกลางความนิ่งงัน เสียงงัวเงียของหญิงสาวที่เปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เตือนให้เขาได้สติ

"อ๋อ ก็..กำลังจะไปนอนนี่แหละ พิมพ์เป็นไรครับ นอนไม่หลับเหรอ"

หญิงสาวพยักหน้า "สงสัยตื่นเต้นค่ะ นอนหลับๆ ตื่นๆ แทบทุกคืนเลย"

ชายหนุ่มคว่ำมือถือลงบนโซฟา ก่อนจะลุกไปโอบไหล่หญิงสาวเบาๆ แล้วพากลับเข้าห้องนอน

"ป่ะ งั้นก็ไปนอนกันเถอะ นอนไม่พอบ่อยๆ แบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เพลียกันพอดี มีสอนแต่เช้าเลยไม่ใช่เหรอ"

"อื้อ" หญิงสาวตอบรับ ปรายตาไปมองโทรศัพท์ของคนสำคัญที่วางคว่ำหน้าทิ้งไว้แว่บหนึ่ง 

..เรื่องอะไรที่ยังไม่เกิด ก็คือยังไม่เกิด..

ช่างมันก่อนเถอะพิมพ์ใจ อย่างน้อยวันนี้ เขาก็ "เลือก" หล่อนแล้ว...

...........

"นี่พี่จอมนะคราม นักร้องประจำร้านเรา อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เปิดร้านเลยก็ว่าได้อ่ะ ส่วนนี่ก็ครามค่ะพี่ รุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไหมเอง ร้องเพลงเพราะมาก หล่อมาก สาวกรี๊ดหนักมาก ฮ่าฮ่าฮ่า ไหมจะเอามาให้พี่จอมช่วยเทรนให้หน่อยค่ะ ปกติพี่จอมร้องเพลง 4 วันต่อสัปดาห์อยู่ละ 3 วันที่เหลือ ไหมว่าจะลองเติมนักร้องดูค่ะ เผื่อเวิร์ค เราจะได้ขยายร้านกัน"

ชายหนุ่มวัยสี่สิบปลาย จ้องมองชายหนุ่มที่อายุอานามน่าจะห่างกันเกือบ 20 ปีด้วยสีหน้าอมยิ้ม 

"โห เอาคนหล่อขนาดนี้มาเป็นนักร้อง แบบนี้พี่ก็ตกกระป๋องแย่สิไหม ฮ่าฮ่าฮ่า ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเรสคลับครับ" 

"ฝากตัวด้วยครับพี่ พี่ไหมก็พูดเกินไปน่ะครับ ผมไม่ได้ร้องเพลงบนเวทีนานมากแล้ว ไม่รู้จะทำได้รึเปล่า" ครามยกมือขึ้นไหว้หนุ่มใหญ่ตรงหน้า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นจับมือหนาที่ยื่นมาให้ก่อน

"ฮื้อ เดี๋ยวก็ได้" พี่จอมยักคิ้วให้อย่างคนเจนเวที "แล้วนี่จะให้เริ่มงานเมื่อไหร่เนี่ย เอาเลยป๊ะ"

"เดี๋ยวค่ะ" ไหมทองหัวเราะ "แหม ยังไม่รู้มือกันเลย ไหมว่าจะให้ครามมานั่งสังเกตการณ์สักสองสามวันก่อนค่ะ แล้วจะได้ลองซ้อมๆ กับวงดูด้วย ไหนยังจะต้องบรีฟเพลงกันอีก แรกๆ อาจจะให้ลองช่วยๆ พี่จอมร้องคั่นสักเพลงสองเพลงก่อน ดูฟีดแบ็ก" ตามประสาคนทำธุรกิจ ไหมทองมักจะรอบคอบก่อนลงมือทำอะไรเสมอ 

แต่อะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้รอบนี้หล่อนตัดสินใจยื่นโอกาสให้หนุ่มรุ่นน้องโดยไม่ได้รอเวลายั้งคิด ความเชื่อใจ หรือ...อะไรกันแน่นะ

รอยยิ้มของเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เคยสะกดสายตาไหมทองมาตลอดในอดีต เหมือนฉายชัดขึ้นมาในห้วงนึกคิด

"สวยขนาดนี้ เก่งขนาดนี้ทำไมยังโสดวะไหม"

ครั้งนึง เพื่อนผู้ชายในกลุ่มเคยถาม

สังคมทำงาน ถ้าได้ติดต่อกันบ่อยๆ บางครั้งก็ลงเอยด้วยการตกร่องปล่องชิ้นกันเอง แอบไปคบกันตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที การ์ดแต่งงานก็มาละ

"สวยแต่ปากแซ่บ ใครมันอยากจะมาจีบชั้นวะ" ไหมทองทำท่าสะบัดสะบิ้งตอบเพื่อนไปว่าอย่างนั้น

"ไม่ใช่ไม่มีคนจีบ คนจีบมันอ่ะมี เยอะด้วย ครูเทรนเนอร์เอย นักร้องหล่อๆ ที่ผับเอย ผู้จัดการของบริษัทนั้นก็เคยจีบไม่ใช่เหรอ ทำไมแกไม่เอาวะ รอ หมอ ? นักบิน ? หรือ นักบวช ?"

อาชีพสุดท้าย เล่นเอาทั้งโต๊ะหัวเราะกันครืน

"ก็ดีนะแก เดี๋ยวนี้คนในเครื่องแบบสีส้มเค้ารวย ๆ กันเยอะ ถ้าไม่กลัวนรกจะกินกบาล ชั้นก็ว่าจะพิจารณาอยู่เหมือนกัน"

ไหมทองรินเบียร์เติมในแก้วที่ว่างเปล่าของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นชูขึ้นรอบวงด้วยอาการหัวเราะร่วน

"วิถีคนบาปแต่สวยอย่างชั้น ต้องอยู่รกสายตาของพวกแก แก แก ไปอีกนานเท่านานแหละจ้ะ โสดไปให้สนิท โสดไปให้สุด โสดไปให้ผู้ชายเสียดายเล่น เอ้า...หมดแก้ววว..." 

เกือบทุกค่ำคืนของไหมทองเป็นเช่นนั้น เช้าออกมาทำงาน เย็นเลิกงานก็กลับบ้าน ค่ำ ๆ ก็ออกมาใหม่ เพื่อนฝูงของหล่อนมีหลายกลุ่ม และทัชชาก็เป็น "สับเซ็ต" ของกลุ่มเหล่านั้น

นึกถึงเพื่อนรักยังไม่ทันถึงห้าวินาที หญิงสาวร่างบางที่หอบถุงเครื่องปรุงที่แวะซื้อระหว่างทางก็เบียดไหล่แทรกประตูกระจกเข้ามาในร้าน

หน้ามุ่ยๆ หัวฟูๆ ของทัชชาทำเอาไหมทองเกือบหัวเราะ

"มาสายนะเราอ่ะ"

ทัชชาส่งสายตาเหนื่อยๆ มาให้เพื่อนรัก ก่อนจะตวัดสายตาแข็งๆ ไปให้คนที่ยืนอยู่ด้วยแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

รับรู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าวันนี้หมอนี่จะเข้ามาที่ร้าน

"แวะซื้อของเข้าครัวน่ะสิ ป้าจอยบอกว่าเครื่องปรุงจวนหมด 2-3 อย่าง ทางผ่านพอดี ก็เลยแวะ"

"ดีเลยจ้า ชั้นจะได้ไม่ต้องออกไปอีกรอบ ส่งมานี่มา เดี๋ยวชั้นเอาเข้าครัวเอง จะไปเช็คครัว ยายติ๊ด กับเด็กๆ ด้วยว่าพร้อมยัง" ไหมทองเดินมารับถุงจากมือทัชชาแล้วตรงดิ่งเข้าครัว ก่อนจะหันกลับมาพยักเพยิดกับครามเป็นครั้งสุดท้าย " เออ..หาที่นั่งเอานะคราม ดูๆ ไปก่อน อีก ชม.นึงร้านจะเปิดละ เดี๋ยวพี่จอมก็จะขึ้นซ้อมพอดี" เสียงแจ๋วๆ นั้นแทบไม่ขาดตอน แม้ว่าคนพูดจะลับหายเข้าไปในประตูครัวที่เปิดค้างอยู่ก็ตาม

ทัชชายืนนิ่ง รู้สึกแปลกประหลาดผิดที่ผิดทาง ทั้งๆ ที่อยู่ในร้านของตัวเองแท้ๆ

วันนี้ชายหนุ่มตรงหน้าแต่งตัวดีกว่าที่เคยเห็นมาทุกครั้ง กางเกงยีนส์ฟอกทรงกระบอก เสื้อขาวข้างในซ้อนทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อต ทุกอย่างแลดูเนี้ยบจนรู้ว่าตั้งใจล่ะ ยกเว้น..ไรเขียวๆ ใต้คางนั่น

ยอมรับซะทัชชา นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หมอนี่ก็จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่

ต้องเจอกันบ่อย แต่จะนานแค่ไหนไม่รู้นะ

ทัชชาแอบระบายลมหายใจเบาๆ เหมือนตั้งสติ

"เอาล่ะ ชั้นรู้ว่าเราไม่ได้เริ่มต้นกันด้วยดีเท่าไหร่ แต่ก็ยินดีต้อนรับละกัน หาที่นั่งเอาเองล่ะ ชั้นจะไปทำงานละ"

ทัชชาปรายตาเนือยๆ ไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะเดินปลีกหนีเข้าครัวไปอีกคน ทิ้งให้พี่จอมยืนงงกับคำพูดและท่าทางของเด็กสาวรุ่นน้องที่มีต่อชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ..

.....

จบตอนที่ 4

ติดตามตอนที่ 5 ได้ทันที ที่ Read a write นะคะ

https://www.readawrite.com/c/e5839d7dde080f111099e7dbb827781d

............................

จากผู้เขียน เพี้ยนสวัสดี

สวัสดีค่า..

ของอนุญาตฝากนิยายเรื่อง "จอดซ้ายที่ป้ายรัก" ไว้ในอ้อมใจนักอ่านด้วยนะคะ

ถ้าอ่านแล้วชอบ ฝากกดหัวใจหรือคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ ทุกกำลังใจมีความหมายจริงๆ ค่ะ tripnote001

ขอบคุณมากๆ ค่ะ
....


'พัชราวลัย'
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่