ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า หวังให้เงินหมุนในประเทศ…แล้วได้ผลแค่ไหน?

กระทู้สนทนา


ในปี 2567 รัฐบาลระงับการจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีในพื้นที่ผู้โดยสารขาเข้า โดยมีเป้าหมายให้เงินที่นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเคยใช้ซื้อสินค้าปลอดอากร เปลี่ยนไปหมุนเวียนในร้านค้าทั่วไปและธุรกิจภายในประเทศมากขึ้น ข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุว่า ในปี 2566 ร้านดิวตี้ฟรีขาเข้ามียอดจำหน่ายรวมประมาณ 3,021.75 ล้านบาท ขณะที่การศึกษาของภาครัฐประเมินว่า หากระงับการจำหน่ายเป็นเวลา 1 ปี อาจทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 3,460 ล้านบาทต่อปี

แต่คำถามสำคัญคือ เงินที่ไม่ถูกใช้ในร้านดิวตี้ฟรี จะกลายเป็นเงินที่ใช้จ่ายในประเทศไทยทั้งหมดจริงหรือไม่? เพราะผู้เดินทางบางส่วนอาจเปลี่ยนไปซื้อสินค้าจากต่างประเทศก่อนขึ้นเครื่อง หรือเลือกไม่ซื้อสินค้าเลยก็ได้ ขณะเดียวกัน ร้านค้าทั่วไปที่จะได้รับประโยชน์ก็ต้องมีสินค้า ราคา และบริการที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงหวังว่าเมื่อปิดร้านหนึ่งแล้ว เงินจะไหลไปสู่อีกร้านโดยอัตโนมัติ

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 มีรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาให้บริการอีกครั้ง โดยมีประเด็นทั้งความต้องการของผู้โดยสาร รายได้ของสนามบิน และความสามารถในการแข่งขันของสนามบินไทย
นี่จึงเป็นเวลาที่ควรประเมินนโยบายด้วยข้อมูลจริงว่า เงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มขึ้นเท่าไร ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ และผลได้ทางเศรษฐกิจคุ้มกับต้นทุนหรือไม่ เพราะเป้าหมายไม่ควรเป็นเพียงการปิดหรือเปิดร้านค้า แต่คือการทำให้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์สูงสุดอย่างมีหลักฐานรองรับ

#ดิวตี้ฟรี #เศรษฐกิจไทย #นโยบายสาธารณะ #การท่องเที่ยวไทย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่