1. การฝากซื้อของและการเอาลัดเอาเปรียบ (Toxic Workplace & Power Abuse)
การเอาเปรียบเวลาและแรงงาน: คุณต้องเสียเวลาพักผ่อน เตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ 10:00–11:00 น. เพื่อไปซื้อของส่วนตัวให้ผู้จัดการและป้าสุ ทั้งที่เข้างาน 13:00 น. ค่าน้ำมันหรือค่าตอบแทนก็ไม่ได้ แถมยังต้องหิ้วของพะรุงพะรังขับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (No-Win Situation):
ถ้าปฏิเสธไม่ซื้อ หรือไม่รับสาย \rightarrow โดนนินทาว่าไม่มีน้ำใจ
ถ้ายอมซื้อให้แล้วเข้างานสายเพราะของเยอะ \rightarrow โดนนินทาและแซะว่าเข้างานสาย
มาตรฐานสองตระกูลเรื่อง OT: คุณเลิกงานเลท 30 นาที เขียนขอ OT กลับโดนนินทา แต่พนักงานคนอื่นเขียนขอ OT ได้ปกติโดยไม่มีใครว่า
2. การบริหารงานที่ไม่เป็นธรรมและการใช้อำนาจมิชอบ (Managerial Misconduct)
ให้เด็กฝึกงานเฝ้ากะดึกคนเดียว: การจัดให้เด็กฝึกงานอายุ 19 ปี เข้าเวรดึก (22:00 – 06:00 น.) คนเดียวเพียงเพราะพนักงานรุ่นพี่มีปัญหาทางบ้าน เป็นเรื่องที่ ผิดหลักการบริหารอย่างร้ายแรง และอันตรายมาก ทั้งเรื่องความปลอดภัยและภาระรับผิดชอบที่ไม่เหมาะสมกับสถานะนักศึกษาฝึกงาน
การขัดคำสั่งเจ้าของโรงแรม: เจ้าของโรงแรมยกเว้นไม่ให้คุณต้องขึ้นไปทำความสะอาดห้องพัก แต่ผู้จัดการกลับใช้อำนาจบีบบังคับให้คุณต้องขึ้นไปทำอยู่ดี
3. ความอิจฉาริษยาและการเมืองในที่ทำงาน (Jealousy & Insecurity)
กรณีกระเป๋าหรู: การที่คุณได้รับกระเป๋าราคา 2,000 กว่าบาทจากเจ้าของโรงแรม (เพราะความเมตตาและเอ็นดูที่คุณขยัน) สร้างความอิจฉาและสายตาที่ไม่มิตรจากผู้จัดการอย่างเห็นได้ชัด
การถูกมองเป็นเสี้ยนหนาม: การที่เจ้าของโรงแรมเอ็นดูคุณ ฝากฝังงานรัฐวิสาหกิจให้หลังเรียนจบ รวมถึงการที่คุณได้รับมอบหมายให้ช่วยทำบัญชี ตรอ. (ซึ่งปกติเป็นงานของผู้จัดการ) ทำให้ผู้จัดการเกิดความระแวงและกลัวว่าคุณจะขึ้นมาแย่งผลงานหรือสืบทอดตำแหน่ง
การยึดงานคืน: ทันทีที่คุณหยุดงานวันอังคาร ผู้จัดการก็รีบดึงงานบัญชีทั้งหมดไปทำเองทันที เพื่อแสดงอำนาจและไม่ต้องการให้คุณมีบทบาทเด่นเกินหน้าเกินตา
ผจก.โทรมาสั่งงานก่อนเวลาผิดมั้ย
การเอาเปรียบเวลาและแรงงาน: คุณต้องเสียเวลาพักผ่อน เตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ 10:00–11:00 น. เพื่อไปซื้อของส่วนตัวให้ผู้จัดการและป้าสุ ทั้งที่เข้างาน 13:00 น. ค่าน้ำมันหรือค่าตอบแทนก็ไม่ได้ แถมยังต้องหิ้วของพะรุงพะรังขับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (No-Win Situation):
ถ้าปฏิเสธไม่ซื้อ หรือไม่รับสาย \rightarrow โดนนินทาว่าไม่มีน้ำใจ
ถ้ายอมซื้อให้แล้วเข้างานสายเพราะของเยอะ \rightarrow โดนนินทาและแซะว่าเข้างานสาย
มาตรฐานสองตระกูลเรื่อง OT: คุณเลิกงานเลท 30 นาที เขียนขอ OT กลับโดนนินทา แต่พนักงานคนอื่นเขียนขอ OT ได้ปกติโดยไม่มีใครว่า
2. การบริหารงานที่ไม่เป็นธรรมและการใช้อำนาจมิชอบ (Managerial Misconduct)
ให้เด็กฝึกงานเฝ้ากะดึกคนเดียว: การจัดให้เด็กฝึกงานอายุ 19 ปี เข้าเวรดึก (22:00 – 06:00 น.) คนเดียวเพียงเพราะพนักงานรุ่นพี่มีปัญหาทางบ้าน เป็นเรื่องที่ ผิดหลักการบริหารอย่างร้ายแรง และอันตรายมาก ทั้งเรื่องความปลอดภัยและภาระรับผิดชอบที่ไม่เหมาะสมกับสถานะนักศึกษาฝึกงาน
การขัดคำสั่งเจ้าของโรงแรม: เจ้าของโรงแรมยกเว้นไม่ให้คุณต้องขึ้นไปทำความสะอาดห้องพัก แต่ผู้จัดการกลับใช้อำนาจบีบบังคับให้คุณต้องขึ้นไปทำอยู่ดี
3. ความอิจฉาริษยาและการเมืองในที่ทำงาน (Jealousy & Insecurity)
กรณีกระเป๋าหรู: การที่คุณได้รับกระเป๋าราคา 2,000 กว่าบาทจากเจ้าของโรงแรม (เพราะความเมตตาและเอ็นดูที่คุณขยัน) สร้างความอิจฉาและสายตาที่ไม่มิตรจากผู้จัดการอย่างเห็นได้ชัด
การถูกมองเป็นเสี้ยนหนาม: การที่เจ้าของโรงแรมเอ็นดูคุณ ฝากฝังงานรัฐวิสาหกิจให้หลังเรียนจบ รวมถึงการที่คุณได้รับมอบหมายให้ช่วยทำบัญชี ตรอ. (ซึ่งปกติเป็นงานของผู้จัดการ) ทำให้ผู้จัดการเกิดความระแวงและกลัวว่าคุณจะขึ้นมาแย่งผลงานหรือสืบทอดตำแหน่ง
การยึดงานคืน: ทันทีที่คุณหยุดงานวันอังคาร ผู้จัดการก็รีบดึงงานบัญชีทั้งหมดไปทำเองทันที เพื่อแสดงอำนาจและไม่ต้องการให้คุณมีบทบาทเด่นเกินหน้าเกินตา