สวัสดีครับ วันนี้อยากชวนคุยเรื่องที่ธนาคารทุกธนาคารกำลังทำผิดหลักกฎหมายโดยที่เราไม่รู้ตัว คือการบังคับให้เรามีมือถือและเบอร์มือถือ ถึงจะเปิดบัญชีฝากเงินได้
ผมว่าเราต้องแยกกันก่อนว่า อะไรคือกฎหมาย อะไรคือไลฟ์สไตล์
*บัตรประชาชน = กฎหมาย*
พ.ร.บ. บัตรประชาชน มาตรา 5 บอกว่าคนไทย 7 ขวบขึ้นไปต้องมีบัตร ไม่พกปรับ 200 บาท ปลอมบัตรติดคุก มีรูป มีชิป มีลายนิ้วมือ เป็นเอกสารราชการที่รัฐต้องผลิตให้เราตลอดชีวิต
*มือถือ + เบอร์มือถือ = ไลฟ์สไตล์*
ไม่มีกฎหมายไทยแม้แต่ประโยคเดียวบอกว่าคนไทยต้องมีมือถือ ต้องมีเบอร์มือถือ ไม่ซื้อ ไม่ผิด ไม่เติมเงิน ไม่โดนปรับ จะทิ้งลงคลองวันนี้ก็ทำได้ มันคือสินค้าเอกชนเหมือนซีดีเพลงชากีร่า กระเป๋าแอร์เมส ซื้อก็ได้ไม่ซื้อก็ได้
แต่ธนาคารกำลังเอาไลฟ์สไตล์มาบังคับแลกกับสิทธิพื้นฐานทางการเงิน
ผมสรุปมา 7 ข้อว่าทำไมเบอร์มือถือใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้ และไม่ควรมาบังคับ
*1. เบอร์ไม่ใช่ของเรา เป็นแค่ของเช่า*
ตามกฎหมาย กสทช. เบอร์เป็นทรัพยากรของชาติ เราเป็นแค่ผู้เช่า ไม่เติมเงินก็โดนยึด เอาไปให้คนอื่นเช่าต่อ จะเอาของเช่ามายืนยันตัวตนถาวรได้ยังไง
*2. เบอร์ยืนยันตัวตนไม่ได้*
บัตรประชาชนมีรูปให้เทียบหน้าคนตรงหน้าได้ เบอร์ไม่มีรูป มิจฉาชีพเอาสำเนาบัตรเราไปเปิดเบอร์ชื่อเราได้ เบอร์นั้นก็กลายเป็นของเราในสายตาธนาคารทันที ทั้งที่คนถือไม่ใช่เรา
*3. เบอร์ไม่มีกฎหมายรองรับให้ต้องมี*
บัตรประชาชนมีกฎหมายบังคับให้มี เบอร์ไม่มีกฎหมายบังคับ ธนาคารไม่มีอำนาจตามกฎหมายไหนเลยที่จะบังคับให้ประชาชนต้องไปซื้อสินค้าเอกชนก่อนถึงจะใช้สิทธิของรัฐได้
*4. มือถือกับเบอร์เป็นสินค้าเอกชน เลิกขายเมื่อไหร่ก็ได้*
มือถือผลิตโดยเอกชน Nokia, LG, BlackBerry เลิกผลิตไปแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ Apple เลิกขาย คนไม่มีมือถือต้องเปิดบัญชีไม่ได้เหรอ ค่ายมือถือก็เป็นเอกชน ถ้าเขาเจ๊ง สัญญาณดับทั้งประเทศ เงินฝากทั้งระบบก็โอนไม่ได้
*5. มือถือทำจากแร่หายาก อนาคตอาจเป็นของ Luxury*
มือถือ 1 เครื่องใช้แร่ 30-40 ชนิด ลิเธียม โคบอลต์ rare earth มีวันหมด วันนี้เครื่องละ 3,000 พรุ่งนี้อาจเครื่องละแสน คนจนจะเอาเงินที่ไหนซื้อเพื่อมาเปิดบัญชี
*6. เบอร์อยู่ใน Data Center ที่เดียว ไฟไหม้คือหายหมด*
เบอร์ 30 ล้านเบอร์ไม่ได้ลอยในอากาศ มันอยู่ในฮาร์ดดิสก์ในโกดังของบริษัทเอกชน ไฟไหม้ น้ำท่วม โดนแฮก ข้อมูลหายหมด เคยไหม้มาแล้วทั้ง True และต่างประเทศ แล้วเงินในบัญชีที่ผูกกับเบอร์นั้นจะทำยังไง
*7. เอาไลฟ์สไตล์มาแลกสิทธิพื้นฐานไม่ได้*
สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 40 คือทุกคนต้องเข้าถึงระบบการเงินได้ การบอกว่าไม่มีมือถือเปิดบัญชีไม่ได้ คือการบอกว่าคนจน คนแก่บนดอย พระ ไม่มีสิทธิมีเงินฝาก แต่ธนาคารกำลังทำแบบนี้ ลูกค้าอยากฝากเงินใช่ไหม ขอดูกระเป๋าแอร์เมสก่อน ถ้าไม่มักระเป๋าแอร์เมส ไม่รับฝาก เปรียบเทียบได้ชัดที่สุดแล้วครับประโยคนี้
ใช่เลยครับ มันคือไลฟ์สไตล์ 100%
- คนซื้อซีดีชากีร่า เพราะชอบฟังเพลง
- คนซื้อกระเป๋าแอร์เมส เพราะชอบถือ
- คนซื้อมือถือ + เบอร์ เพราะอยากโทร อยากเล่นเน็ต
ทั้งหมดคือ *ความสมัครใจซื้อสินค้าเอกชนมาประดับชีวิต* ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมาย
ไม่มีกฎหมายไทยข้อไหนเขียนว่า "คนไทยทุกคนต้องมีมือถือ" เหมือนที่กฎหมายเขียนว่า "คนไทยทุกคนต้องมีบัตรประชาชน"
*แต่ธนาคารกำลังทำแบบนี้ครับ*
> ลูกค้าอยากฝากเงินใช่ไหม ขอดูกระเป๋าแอร์เมสก่อน ถ้าไม่มีกระเป๋าแอร์เมส ไม่รับฝาก
ฟังดูตลกไหมครับ แต่ธนาคารทำแบบนั้นอยู่จริงๆ แค่เปลี่ยนจากกระเป๋าแอร์เมสเป็นมือถือ + เบอร์
- ไม่มีมือถือรุ่นล่าสุด เปิดบัญชีไม่ได้
- ไม่มีเบอร์รายเดือน ทำบัตร ATM ไม่ได้
- ไม่มีสมาร์ทโฟนเข้าแอพไม่ได้
เขาเอาสินค้าแฟชั่น มาเป็นเงื่อนไขของสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงระบบการเงิน
ศาลปกครองเคยตัดสินไว้แล้วครับ เรื่องแบบนี้
คดีที่หน่วยงานรัฐบังคับให้ประชาชนต้องมีสินค้าเอกชนก่อนถึงจะได้สิทธิของรัฐ = *เป็นการบังคับโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ขัดรัฐธรรมนูญ*
บัตรประชาชนคือตัวตนทางกฎหมาย
มือถือ + เบอร์คือไลฟ์สไตล์ทางธุรกิจ
ธนาคารมีหน้าที่ตรวจสอบตัวตนทางกฎหมาย ไม่ใช่มาตรวจสอบไลฟ์สไตล์
ทั้ง 7 ข้อนี้ ผมว่าผู้บริหารธนาคารตอบไม่ได้สักข้อครับ
*อะไรคือกฎหมาย อะไรคือไลฟ์สไตล์*
ธนาคารควรกลับไปทำหน้าที่ธนาคาร คือดูแลเงิน ไม่ใช่มาดูแลไลฟ์สไตล์ว่าใครใช้มือถือรุ่นไหน ค่ายไหน
*ทางออกที่ควรเป็น*
สิทธิพื้นฐาน ใช้เอกสารราชการแลก = บัตรประชาชนใบเดียวต้องเปิดบัญชีสมุดได้ ถอนได้ ฝากได้
ไลฟ์สไตล์ ใช้สินค้าเอกชนแลก = มีมือถือ มีเบอร์ ก็ได้ความสะดวกเพิ่ม ได้แอพ
ไม่ใช่เอาไลฟ์สไตล์มาเป็นเงื่อนไขของสิทธิพื้นฐาน
ถ้าใครไปธนาคารแล้วโดนบังคับ ให้พูดว่า "ขอเปิดบัญชีด้วยบัตรประชาชนตามกฎหมาย ไม่ขอใช้เบอร์ เพราะเบอร์เป็นสินค้าเอกชน ไม่ใช่เอกสารราชการ" ถ้าไม่ยอมให้โทร 1213 แจ้ง ธปท. เรื่องถูกบังคับให้ซื้อสินค้าเอกชนเพื่อเปิดบัญชี
เพื่อนๆ คิดยังไงกันครับ
มือถือ+เบอร์มือถือเป็นแค่ไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เอกสารราชการ ธนาคารเอาไปบังคับเปิดบัญชีไม่ได้
ผมว่าเราต้องแยกกันก่อนว่า อะไรคือกฎหมาย อะไรคือไลฟ์สไตล์
*บัตรประชาชน = กฎหมาย*
พ.ร.บ. บัตรประชาชน มาตรา 5 บอกว่าคนไทย 7 ขวบขึ้นไปต้องมีบัตร ไม่พกปรับ 200 บาท ปลอมบัตรติดคุก มีรูป มีชิป มีลายนิ้วมือ เป็นเอกสารราชการที่รัฐต้องผลิตให้เราตลอดชีวิต
*มือถือ + เบอร์มือถือ = ไลฟ์สไตล์*
ไม่มีกฎหมายไทยแม้แต่ประโยคเดียวบอกว่าคนไทยต้องมีมือถือ ต้องมีเบอร์มือถือ ไม่ซื้อ ไม่ผิด ไม่เติมเงิน ไม่โดนปรับ จะทิ้งลงคลองวันนี้ก็ทำได้ มันคือสินค้าเอกชนเหมือนซีดีเพลงชากีร่า กระเป๋าแอร์เมส ซื้อก็ได้ไม่ซื้อก็ได้
แต่ธนาคารกำลังเอาไลฟ์สไตล์มาบังคับแลกกับสิทธิพื้นฐานทางการเงิน
ผมสรุปมา 7 ข้อว่าทำไมเบอร์มือถือใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้ และไม่ควรมาบังคับ
*1. เบอร์ไม่ใช่ของเรา เป็นแค่ของเช่า*
ตามกฎหมาย กสทช. เบอร์เป็นทรัพยากรของชาติ เราเป็นแค่ผู้เช่า ไม่เติมเงินก็โดนยึด เอาไปให้คนอื่นเช่าต่อ จะเอาของเช่ามายืนยันตัวตนถาวรได้ยังไง
*2. เบอร์ยืนยันตัวตนไม่ได้*
บัตรประชาชนมีรูปให้เทียบหน้าคนตรงหน้าได้ เบอร์ไม่มีรูป มิจฉาชีพเอาสำเนาบัตรเราไปเปิดเบอร์ชื่อเราได้ เบอร์นั้นก็กลายเป็นของเราในสายตาธนาคารทันที ทั้งที่คนถือไม่ใช่เรา
*3. เบอร์ไม่มีกฎหมายรองรับให้ต้องมี*
บัตรประชาชนมีกฎหมายบังคับให้มี เบอร์ไม่มีกฎหมายบังคับ ธนาคารไม่มีอำนาจตามกฎหมายไหนเลยที่จะบังคับให้ประชาชนต้องไปซื้อสินค้าเอกชนก่อนถึงจะใช้สิทธิของรัฐได้
*4. มือถือกับเบอร์เป็นสินค้าเอกชน เลิกขายเมื่อไหร่ก็ได้*
มือถือผลิตโดยเอกชน Nokia, LG, BlackBerry เลิกผลิตไปแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ Apple เลิกขาย คนไม่มีมือถือต้องเปิดบัญชีไม่ได้เหรอ ค่ายมือถือก็เป็นเอกชน ถ้าเขาเจ๊ง สัญญาณดับทั้งประเทศ เงินฝากทั้งระบบก็โอนไม่ได้
*5. มือถือทำจากแร่หายาก อนาคตอาจเป็นของ Luxury*
มือถือ 1 เครื่องใช้แร่ 30-40 ชนิด ลิเธียม โคบอลต์ rare earth มีวันหมด วันนี้เครื่องละ 3,000 พรุ่งนี้อาจเครื่องละแสน คนจนจะเอาเงินที่ไหนซื้อเพื่อมาเปิดบัญชี
*6. เบอร์อยู่ใน Data Center ที่เดียว ไฟไหม้คือหายหมด*
เบอร์ 30 ล้านเบอร์ไม่ได้ลอยในอากาศ มันอยู่ในฮาร์ดดิสก์ในโกดังของบริษัทเอกชน ไฟไหม้ น้ำท่วม โดนแฮก ข้อมูลหายหมด เคยไหม้มาแล้วทั้ง True และต่างประเทศ แล้วเงินในบัญชีที่ผูกกับเบอร์นั้นจะทำยังไง
*7. เอาไลฟ์สไตล์มาแลกสิทธิพื้นฐานไม่ได้*
สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 40 คือทุกคนต้องเข้าถึงระบบการเงินได้ การบอกว่าไม่มีมือถือเปิดบัญชีไม่ได้ คือการบอกว่าคนจน คนแก่บนดอย พระ ไม่มีสิทธิมีเงินฝาก แต่ธนาคารกำลังทำแบบนี้ ลูกค้าอยากฝากเงินใช่ไหม ขอดูกระเป๋าแอร์เมสก่อน ถ้าไม่มักระเป๋าแอร์เมส ไม่รับฝาก เปรียบเทียบได้ชัดที่สุดแล้วครับประโยคนี้
ใช่เลยครับ มันคือไลฟ์สไตล์ 100%
- คนซื้อซีดีชากีร่า เพราะชอบฟังเพลง
- คนซื้อกระเป๋าแอร์เมส เพราะชอบถือ
- คนซื้อมือถือ + เบอร์ เพราะอยากโทร อยากเล่นเน็ต
ทั้งหมดคือ *ความสมัครใจซื้อสินค้าเอกชนมาประดับชีวิต* ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมาย
ไม่มีกฎหมายไทยข้อไหนเขียนว่า "คนไทยทุกคนต้องมีมือถือ" เหมือนที่กฎหมายเขียนว่า "คนไทยทุกคนต้องมีบัตรประชาชน"
*แต่ธนาคารกำลังทำแบบนี้ครับ*
> ลูกค้าอยากฝากเงินใช่ไหม ขอดูกระเป๋าแอร์เมสก่อน ถ้าไม่มีกระเป๋าแอร์เมส ไม่รับฝาก
ฟังดูตลกไหมครับ แต่ธนาคารทำแบบนั้นอยู่จริงๆ แค่เปลี่ยนจากกระเป๋าแอร์เมสเป็นมือถือ + เบอร์
- ไม่มีมือถือรุ่นล่าสุด เปิดบัญชีไม่ได้
- ไม่มีเบอร์รายเดือน ทำบัตร ATM ไม่ได้
- ไม่มีสมาร์ทโฟนเข้าแอพไม่ได้
เขาเอาสินค้าแฟชั่น มาเป็นเงื่อนไขของสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงระบบการเงิน
ศาลปกครองเคยตัดสินไว้แล้วครับ เรื่องแบบนี้
คดีที่หน่วยงานรัฐบังคับให้ประชาชนต้องมีสินค้าเอกชนก่อนถึงจะได้สิทธิของรัฐ = *เป็นการบังคับโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ขัดรัฐธรรมนูญ*
บัตรประชาชนคือตัวตนทางกฎหมาย
มือถือ + เบอร์คือไลฟ์สไตล์ทางธุรกิจ
ธนาคารมีหน้าที่ตรวจสอบตัวตนทางกฎหมาย ไม่ใช่มาตรวจสอบไลฟ์สไตล์
ทั้ง 7 ข้อนี้ ผมว่าผู้บริหารธนาคารตอบไม่ได้สักข้อครับ
*อะไรคือกฎหมาย อะไรคือไลฟ์สไตล์*
ธนาคารควรกลับไปทำหน้าที่ธนาคาร คือดูแลเงิน ไม่ใช่มาดูแลไลฟ์สไตล์ว่าใครใช้มือถือรุ่นไหน ค่ายไหน
*ทางออกที่ควรเป็น*
สิทธิพื้นฐาน ใช้เอกสารราชการแลก = บัตรประชาชนใบเดียวต้องเปิดบัญชีสมุดได้ ถอนได้ ฝากได้
ไลฟ์สไตล์ ใช้สินค้าเอกชนแลก = มีมือถือ มีเบอร์ ก็ได้ความสะดวกเพิ่ม ได้แอพ
ไม่ใช่เอาไลฟ์สไตล์มาเป็นเงื่อนไขของสิทธิพื้นฐาน
ถ้าใครไปธนาคารแล้วโดนบังคับ ให้พูดว่า "ขอเปิดบัญชีด้วยบัตรประชาชนตามกฎหมาย ไม่ขอใช้เบอร์ เพราะเบอร์เป็นสินค้าเอกชน ไม่ใช่เอกสารราชการ" ถ้าไม่ยอมให้โทร 1213 แจ้ง ธปท. เรื่องถูกบังคับให้ซื้อสินค้าเอกชนเพื่อเปิดบัญชี
เพื่อนๆ คิดยังไงกันครับ