เราเป็นพนักงานออฟฟิศ ตอนนี้อยู่ในทีมที่ทำ AI สร้างเว็บ เลยอาจจะมองเรื่องนี้จากมุมคนทำเว็บด้วยหน่อย แต่ตั้งใจเขียนให้เป็นเช็กลิสต์ที่ร้านไหนก็เอาไปใช้ได้ ไม่ต้องมีเว็บก็ได้
เริ่มจากเรื่องตัวเองก่อน น้ำท่วมรอบนี้ออฟฟิศเราโดนเต็ม ๆ เข้าไปทำงานไม่ได้ ต้อง WFH แต่ที่บ้านก็ท่วมอีก 555 (ขำไม่ออกเท่าไหร่ ท่วมยันเข่า) ออกไปไหนไม่ได้ ของกินในบ้านก็เริ่มหมด
พอจะสั่งกับข้าวก็เจอปัญหาใหม่ เปิดแอปเดลิเวอรีขึ้นว่าไรเดอร์เข้าพื้นที่ไม่ได้ เลยลองไล่หาร้านแถวบ้านที่อาจจะเปิดให้ไปรับเองหรือส่งเอง ปรากฏว่าไม่รู้เลยว่าร้านไหนเปิดร้านไหนปิด Google Maps ก็ขึ้นว่าเปิดปกติ เพจร้านไม่ได้อัปเดตมาหลายวัน โทรไปบางร้านก็ไม่มีคนรับ สุดท้ายต้องลุยน้ำออกไปดูเอง ไปถึงก็ปิด
ช่วงเดียวกันมีประโยคนึงในข่าวที่เราอ่านแล้วจำเลย เจ้าของร้านเบเกอรี่ร้านหนึ่งให้สัมภาษณ์ THE STANDARD ว่า
"น้ำไม่ได้ท่วมร้านเรา แต่ท่วมทุกเส้นทางที่ลูกค้าและไรเดอร์จะมาถึงเรา"
อ่านแล้วรู้สึกว่ามันคือเรื่องเดียวกันกับที่เราเจอ แค่อยู่คนละฝั่ง ฝั่งเราหาร้านไม่เจอ ฝั่งร้านลูกค้าหาไม่เจอ ส่วนสมาคมภัตตาคารไทยก็ประเมินว่ามีร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องปิดชั่วคราวอย่างน้อย 5,000 ร้าน
เลยลองรวบรวมสิ่งที่ร้านเล็กเตรียมไว้ได้ ส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียเงิน
1. บอกลูกค้าให้ชัดว่าร้านเปิดหรือปิด
ฟังดูง่าย แต่จากที่เราเจอมาเอง ร้านส่วนใหญ่เงียบไปเลย โพสต์สั้น ๆ ว่า "วันนี้ปิด" หรือ "เปิดแต่ส่งได้แค่โซนไหน" ช่วยคนอย่างเราได้เยอะมาก
2. อัปเดตเวลาเปิดปิดใน Google Maps
คนจำนวนมากเช็กร้านจาก Google Maps ก่อนออกจากบ้าน ถ้าข้อมูลยังขึ้นว่าเปิดแต่ไปถึงแล้วปิด ลูกค้าเสียความรู้สึก ตั้งเวลาพิเศษหรือปิดชั่วคราวได้
3. มีช่องทางติดต่อที่ไม่พึ่งแพลตฟอร์มเดียว
ถ้าร้านขายผ่านแอปเดลิเวอรีอย่างเดียว ตอนไรเดอร์เข้าพื้นที่ไม่ได้ก็จบเลย ลองมีอีกทางให้ลูกค้าสั่งหรือนัดรับเองได้
4. เก็บรายชื่อลูกค้าประจำไว้
ใครสั่งบ่อย ใครอยู่โซนไหน พอถึงช่วงแบบนี้จะได้ทักไปบอกตรง ๆ ได้ ไม่ต้องรอให้เขาเห็นโพสต์เอง
5. ทำที่ที่รวมข้อมูลร้านไว้ที่เดียว
ข้อนี้มุมคนทำเว็บล้วน ๆ 555 ปัญหาที่เราเห็นบ่อยคือข้อมูลร้านกระจายอยู่หลายที่ เมนูอยู่ในเพจ เบอร์อยู่ในอีกที่ ช่องทางสั่งอยู่ในแอป พอมีเหตุอะไรต้องตามแก้ทุกที่
เว็บหน้าเดียวที่มีเมนู ช่องทางติดต่อ และประกาศของร้าน ช่วยตรงนี้ได้ ปกติงานลูกค้าที่เราทำใช้เวลาเป็นเดือน แต่สำหรับร้านเล็กที่อยากได้แค่หน้าเดียว เราลองใช้ HugWeb ที่ทีมเราทำ เป็น AI ที่มีหมีม่วงคอยถามข้อมูลร้านทีละข้อ ไม่ต้องเขียนคำสั่งยาว ๆ เตรียมแค่ข้อมูลร้านไว้ จบในประมาณ 5 นาที จะใช้ตัวไหนก็ได้ ขอแค่ร้านมีที่ที่ลูกค้าเปิดมาแล้วเจอข้อมูลล่าสุด
ร้านแบบไหนยังไม่ต้องรีบมีเว็บ?
- ร้านที่ขายแต่คนในละแวก ลูกค้ารู้จักกันหมด
- ร้านที่เพจคนตามเยอะ อัปเดตสม่ำเสมออยู่แล้ว
แบบนี้ทำข้อ 1-4 ก่อนก็พอ
ร้านแบบไหนควรจ้างดีไซเนอร์จริงจัง?
- อยากได้เว็บหลายหน้า มีระบบสมาชิก ตะกร้าสินค้า หรือเชื่อมระบบหลังร้าน
- แบรนด์ที่ต้องการตัวตนชัดมาก ต้องคุมทุกรายละเอียด
อันนี้คนทำเว็บนั่งคุยกับเจ้าของร้านยังตอบโจทย์กว่า
สุดท้ายอยากถามคนที่มีร้านหรือทำงานร้านเล็ก น้ำท่วมรอบนี้รับมือกันยังไงบ้าง มีอะไรที่ทำแล้วเวิร์ก หรืออยากให้มีตั้งแต่แรก มาแชร์กันได้ เผื่อเป็นประโยชน์ให้ร้านอื่น ๆ
ขอให้ทุกร้านที่โดนผลกระทบกลับมาเปิดได้ไว ๆ นะ
ออฟฟิศท่วม บ้านก็ท่วม ได้รู้ซึ้งหาข้าวกินยากกว่าที่คิด
เริ่มจากเรื่องตัวเองก่อน น้ำท่วมรอบนี้ออฟฟิศเราโดนเต็ม ๆ เข้าไปทำงานไม่ได้ ต้อง WFH แต่ที่บ้านก็ท่วมอีก 555 (ขำไม่ออกเท่าไหร่ ท่วมยันเข่า) ออกไปไหนไม่ได้ ของกินในบ้านก็เริ่มหมด
พอจะสั่งกับข้าวก็เจอปัญหาใหม่ เปิดแอปเดลิเวอรีขึ้นว่าไรเดอร์เข้าพื้นที่ไม่ได้ เลยลองไล่หาร้านแถวบ้านที่อาจจะเปิดให้ไปรับเองหรือส่งเอง ปรากฏว่าไม่รู้เลยว่าร้านไหนเปิดร้านไหนปิด Google Maps ก็ขึ้นว่าเปิดปกติ เพจร้านไม่ได้อัปเดตมาหลายวัน โทรไปบางร้านก็ไม่มีคนรับ สุดท้ายต้องลุยน้ำออกไปดูเอง ไปถึงก็ปิด
ช่วงเดียวกันมีประโยคนึงในข่าวที่เราอ่านแล้วจำเลย เจ้าของร้านเบเกอรี่ร้านหนึ่งให้สัมภาษณ์ THE STANDARD ว่า
"น้ำไม่ได้ท่วมร้านเรา แต่ท่วมทุกเส้นทางที่ลูกค้าและไรเดอร์จะมาถึงเรา"
อ่านแล้วรู้สึกว่ามันคือเรื่องเดียวกันกับที่เราเจอ แค่อยู่คนละฝั่ง ฝั่งเราหาร้านไม่เจอ ฝั่งร้านลูกค้าหาไม่เจอ ส่วนสมาคมภัตตาคารไทยก็ประเมินว่ามีร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องปิดชั่วคราวอย่างน้อย 5,000 ร้าน
เลยลองรวบรวมสิ่งที่ร้านเล็กเตรียมไว้ได้ ส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียเงิน
1. บอกลูกค้าให้ชัดว่าร้านเปิดหรือปิด
ฟังดูง่าย แต่จากที่เราเจอมาเอง ร้านส่วนใหญ่เงียบไปเลย โพสต์สั้น ๆ ว่า "วันนี้ปิด" หรือ "เปิดแต่ส่งได้แค่โซนไหน" ช่วยคนอย่างเราได้เยอะมาก
2. อัปเดตเวลาเปิดปิดใน Google Maps
คนจำนวนมากเช็กร้านจาก Google Maps ก่อนออกจากบ้าน ถ้าข้อมูลยังขึ้นว่าเปิดแต่ไปถึงแล้วปิด ลูกค้าเสียความรู้สึก ตั้งเวลาพิเศษหรือปิดชั่วคราวได้
3. มีช่องทางติดต่อที่ไม่พึ่งแพลตฟอร์มเดียว
ถ้าร้านขายผ่านแอปเดลิเวอรีอย่างเดียว ตอนไรเดอร์เข้าพื้นที่ไม่ได้ก็จบเลย ลองมีอีกทางให้ลูกค้าสั่งหรือนัดรับเองได้
4. เก็บรายชื่อลูกค้าประจำไว้
ใครสั่งบ่อย ใครอยู่โซนไหน พอถึงช่วงแบบนี้จะได้ทักไปบอกตรง ๆ ได้ ไม่ต้องรอให้เขาเห็นโพสต์เอง
5. ทำที่ที่รวมข้อมูลร้านไว้ที่เดียว
ข้อนี้มุมคนทำเว็บล้วน ๆ 555 ปัญหาที่เราเห็นบ่อยคือข้อมูลร้านกระจายอยู่หลายที่ เมนูอยู่ในเพจ เบอร์อยู่ในอีกที่ ช่องทางสั่งอยู่ในแอป พอมีเหตุอะไรต้องตามแก้ทุกที่
เว็บหน้าเดียวที่มีเมนู ช่องทางติดต่อ และประกาศของร้าน ช่วยตรงนี้ได้ ปกติงานลูกค้าที่เราทำใช้เวลาเป็นเดือน แต่สำหรับร้านเล็กที่อยากได้แค่หน้าเดียว เราลองใช้ HugWeb ที่ทีมเราทำ เป็น AI ที่มีหมีม่วงคอยถามข้อมูลร้านทีละข้อ ไม่ต้องเขียนคำสั่งยาว ๆ เตรียมแค่ข้อมูลร้านไว้ จบในประมาณ 5 นาที จะใช้ตัวไหนก็ได้ ขอแค่ร้านมีที่ที่ลูกค้าเปิดมาแล้วเจอข้อมูลล่าสุด
ร้านแบบไหนยังไม่ต้องรีบมีเว็บ?
- ร้านที่ขายแต่คนในละแวก ลูกค้ารู้จักกันหมด
- ร้านที่เพจคนตามเยอะ อัปเดตสม่ำเสมออยู่แล้ว
แบบนี้ทำข้อ 1-4 ก่อนก็พอ
ร้านแบบไหนควรจ้างดีไซเนอร์จริงจัง?
- อยากได้เว็บหลายหน้า มีระบบสมาชิก ตะกร้าสินค้า หรือเชื่อมระบบหลังร้าน
- แบรนด์ที่ต้องการตัวตนชัดมาก ต้องคุมทุกรายละเอียด
อันนี้คนทำเว็บนั่งคุยกับเจ้าของร้านยังตอบโจทย์กว่า
สุดท้ายอยากถามคนที่มีร้านหรือทำงานร้านเล็ก น้ำท่วมรอบนี้รับมือกันยังไงบ้าง มีอะไรที่ทำแล้วเวิร์ก หรืออยากให้มีตั้งแต่แรก มาแชร์กันได้ เผื่อเป็นประโยชน์ให้ร้านอื่น ๆ
ขอให้ทุกร้านที่โดนผลกระทบกลับมาเปิดได้ไว ๆ นะ