JJNY : ส่องค่าใช้จ่ายครัวเรือน คนไทย│ย้าย“เสฏฐวุฒิ”ไปเป็นนอภ.ลพบุรี │รัสเซียโจมตีโดนรถบัสยูเครน│29 จว.ระวังฝนตกหนัก

ส่องค่าใช้จ่ายครัวเรือน คนไทยใช้เงินเดือนละ 2.1 หมื่น ‘น้ำมัน-ค่าเดินทาง’ ตัวดันรายจ่ายพุ่ง
https://www.matichon.co.th/economy/news_5924282
.

.
สนค.เปิดค่าใช้จ่ายครัวเรือน 9 เดือนปี 69 พบเฉลี่ยแตะ 21,217 บาท/เดือน “น้ำมัน-ค่าเดินทาง” ต้นเหตุดันค่าใช้จ่ายเพิ่ม
.
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาพรวมค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเฉลี่ย ต่อเดือนในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม – กันยายน) ปี 2569 พบว่า ครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 21,217 บาทต่อเดือน ปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาทต่อเดือน (เพิ่มขึ้น 326 บาท) โดยภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในหมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวตามต้นทุนการผลิตและการขนส่ง
.
โครงสร้างค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จำแนกตามหมวดสินค้าและบริการ ที่สำคัญ พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
.
หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร เพิ่มขึ้นสูงสุด มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 4,667 บาทต่อเดือนในปี 2568 (เพิ่มขึ้น 228 บาท) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 23.07 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก ขณะที่หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา ขยับสูงขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 842 บาท (เพิ่มขึ้น 7 บาท)
.
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาท จากปี 2568 โดยอาหารสำเร็จรูปมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,528 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 3,435 บาทต่อเดือน (เพิ่มขึ้น 93 บาท) และกลุ่มข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง อยู่ที่ 736 บาท (เพิ่มขึ้น 14 บาท) รวมถึงเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (705 บาท) ไข่และผลิตภัณฑ์นม (374 บาท) ผลิตภัณฑ์น้ำตาล (186 บาท) และผักและผลไม้ (1,026 บาท) ที่ขยับขึ้นเล็กน้อย สวนทางกับวัตถุดิบประกอบอาหารสดที่ปรับลดลง อาทิ เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ อยู่ที่ 1,536 บาท (ลดลง 15 บาท) และเครื่องประกอบอาหาร อยู่ที่ 252 บาท (ลดลง 6 บาท) สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนเน้นการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จและอาหารนอกบ้านตามวิถีชีวิตที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว
.
หมวดเคหสถานและหมวดที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยชะลอตัวลง ค่าใช้จ่ายในหมวดเคหสถาน ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5,117 บาทต่อเดือน (ลดลง 17 บาท) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับลดลงของค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในหมวดที่ไม่จำเป็นหรือสามารถชะลอการซื้อได้ มีแนวโน้มปรับลดลงเช่นกัน ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล อยู่ที่ 1,327 บาทต่อเดือน (ลดลง 5 บาท) หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า อยู่ที่ 444 บาท (ลดลง 4 บาท) และหมวดยาสูบและเครื่องดื่ม มีแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 250 บาท (ลดลง 1 บาท)
.
ภาพรวมค่าใช้จ่ายครัวเรือน
.
สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และส่งผ่านต้นทุนต่อเนื่องไปยังค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบในการผลิตอาหาร ประกอบกับพฤติกรรมของครัวเรือนในปัจจุบันที่นิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูปเพื่อความคล่องตัว มากกว่าการซื้ออาหารสดมาประกอบอาหาร ส่งผลให้รายจ่ายในกลุ่มดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าครัวเรือนบางส่วนมีการปรับพฤติกรรมโดยรัดเข็มขัด และชะลอการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่จำเป็นลง เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงินให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน
.
แนวโน้มค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะถัดไป
.
สำหรับแนวโน้มค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะถัดไป ประเมินว่ายังคงมีทิศทางทรงตัวในระดับสูง
โดยยังคงได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปลายปีที่จะกระตุ้นความต้องการใช้พลังงานให้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปลายทาง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงเฉพาะหน้าที่อาจเข้ามากดดันค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มเติม ได้แก่ ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักสดมีความผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้น
.
ในระยะสั้น รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และการจัดหาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ภายในบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
.
ในภาพรวม โครงสร้างค่าใช้จ่ายของครัวเรือนสะท้อนว่า น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทาง และอาหาร ยังคงเป็นหมวดค่าใช้จ่ายสำคัญที่มีผลต่อค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถส่งผ่านไปยังต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอื่น ๆ ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปี ยังต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิต เส้นทางขนส่ง รวมถึงการกระจายสินค้า และอาจทำให้ราคาสินค้าบางรายการ โดยเฉพาะผักสดและสินค้าทางการเกษตร มีความผันผวนในระยะสั้น
.
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ โดยจัดตั้งศูนย์ Single Command และ War Room ติดตามกันตลอด 24 ชั่วโมงเชื่อมข้อมูลจากทุกหน่วยงานและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อดูทั้งปริมาณสินค้า ความต้องการของแต่ละพื้นที่ ราคา และเส้นทางขนส่ง พื้นที่ไหนเริ่มมีปัญหา จะได้เข้าไปประสานแก้ไขได้ทัน ทั้งนี้ สนค. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบล่วงหน้า เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยและเสนอแนะแนวทางดูแลค่าครองชีพได้อย่างทันท่วงที
.

.
คำสั่ง มท. ย้าย “เสฏฐวุฒิ” ไปเป็น นายอำเภอลำสนธิ จ.ลพบุรี โยก “นริศ” นอภ.โคกสูง มาแทน
.
เปิดคำสั่งมหาดไทย ย้าย “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” ไปเป็น นายอำเภอลำสนธิ จ.ลพบุรี โยก “นริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” นายอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว มาดำรงตำแหน่งแทน ให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 9 ต.ค.
.
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2681/2569 ลงวันที่  7 ตุลาคม 2569 เรื่องการย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง 2 ราย โดยให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป 
.
1. นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ให้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี
2. นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ให้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าวันนี้ (8 ตุลาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยมาอธิบายให้ฟังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า นายเสฏฐวุฒิ อยู่ที่เดิมมา 5 ปีแล้ว ความจริงเขาต้องถูกย้ายตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาอยู่เกินแล้ว ในเมื่อผู้ว่าฯ บอกขอย้ายบุคลากร ก็ย้ายไปอีกอำเภอหนึ่ง สลับตำแหน่งกัน ก็ไม่ได้มีความเสียหาย ยังคงเป็นนักบริหารระดับสูง เรื่องนี้ก็น่าจะจบไปได้แล้ว ไม่มีประเด็นอะไรอีกแล้ว (อ่านเพิ่มเติม : ทำไปได้อะไร นายกฯ ย้ำย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ไร้กลั่นแกล้ง เมินความเห็นอดีตปลัด มท.)
.

.
รัสเซียโจมตีโดนรถบัสยูเครน 2 คัน ดับ 30 ศพ เซเลนสกีลั่นจะตอบโต้
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2965089
.
ยูเครนกล่าวหารัสเซีย โจมตีรถบัส 2 คันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ศพ ขณะที่โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศกร้าวว่า การโจมตีนี้จะไม่ถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้
.
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค. 2569 ทางการยูเครนออกมากล่าวหารัสเซียว่าจงใจมุ่งเป้าไปที่พลเรือน ด้วยการโจมตีเข้าใส่รถบัส 2 คันที่กำลังเดินทางในเมืองครามาทอร์สก์ ซึ่งอยู่แนวหน้าของสมรภูมิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ นับเป็นหนึ่งในการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ประกาศกร้าวว่า การโจมตีของรัสเซียครั้งนี้ “จะไม่ถูกปล่อยผ่านโดยไม่มีการตอบโต้” ในขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของยูเครนเผยแพร่ภาพบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นโครงเหล็กของรถบัสที่ถูกเพลิงไหม้อย่างหนัก, ภาพศพ และภาพซากความเสียหายที่กระจายไปทั่วถนน
.
“รัสเซียพยายามทำลายทุกชีวิตในภูมิภาคดอนบาส และโลกต้องตอบสนองต่อเรื่องนี้” เซเลนสกีโพสต์ผ่านเทเลแกรม พร้อมเตือนด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก
.
ตำรวจยูเครนระบุว่า รถบัสทั้งสองคันถูกโจมตีด้วย “ระเบิดร่อน” (glide bomb) ขณะเดียวกันมีกระสุนปืนใหญ่ไปตกที่หมู่บ้านใกล้เคียงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพด้วย
.
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก รัสเซียยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีหลายเมืองของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ศพ รวมถึง 22 รายที่อพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้นแห่งหนึ่งในเมืองปริลุกกี (Pryluky) ในแคว้นเชอร์นิฮิฟ ทางตอนเหนือของยูเครน ซึ่งพังถล่มลงมาเพราะแรงระเบิด
.
“รัสเซียกำลังจงใจมุ่งเป้าหมายไปที่พลเรือน” นายวาดีม ฟิลาชคิน ผู้ว่าการแคว้นโดเนตสก์กล่าว พร้อมทั้งกล่าวหา มอสโก ว่าละเมิด “ทุกกฎเกณฑ์ของสงครามและบรรทัดฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่สามารถนึกได้”
..
ขณะที่สภาปกครองเมือง ครามาทอร์สก์ เรียกการโจมตีนี้ว่า เป็นอีกหนึ่งอาชญากรรมอันน่ากลัวที่กองทัพรัสเซียกระทำต่อพลเรือน และเป็นอีกครั้งที่รัสเซียโจมตีสถานที่ที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหารอย่างสิ้นเชิง
.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
.
ที่มา : cna
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่