ด่วน! สทนช. กางพิกัดเสี่ยง เช็กรายชื่อจังหวัดเฝ้าระวัง “น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก” 10–12 นี้
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 10/2569 แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม รวมถึงระดับน้ำล้นตลิ่ง โดยครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันตกที่ต้องเฝ้าระวังเป็นวงกว้าง
สำหรับ
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม มีรายละเอียดดังนี้
ภาคเหนือ: จ.น่าน (อ.ทุ่งช้าง)
ภาคกลาง: กรุงเทพมหานคร (เขตหนองแขม บางแค บางบอน) และ จ.สมุทรสาคร (อ.กระทุ่มแบน)
ภาคตะวันออก
จ.ระยอง (อ.เมืองฯ แกลง)
จ.จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ ขลุง มะขาม)
จ.ตราด (อ.เมืองฯ คลองใหญ่ เขาสมิง บ่อไร่)
ภาคตะวันตก
จ.สมุทรสงคราม (อ.เมืองฯ อัมพวา บางคนที)
จ.กาญจนบุรี (อ.เมืองฯ ไทรโยค ด่านมะขามเตี้ย)
จ.ราชบุรี (อ.เมืองฯ จอมบึง ปากท่อ บ้านคา สวนผึ้ง)
จ.เพชรบุรี (อ.เมืองฯ ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน บ้านแหลม)
จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.เมืองฯ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก บางสะพาน)
ภาคใต้ (เฝ้าระวัง 14 จังหวัด): ได้แก่ จ.ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ยะลา และ นราธิวาส (ครอบคลุมหลายอำเภอตามประกาศ)
นอกจากนี้ สทนช. ยังได้สั่งการให้
เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำสูงเกินกว่าร้อยละ 80 ของความจุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่
จ.ระยอง: อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์
จ.ปราจีนบุรี: อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา
จ.กาญจนบุรี: อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์
จ.เพชรบุรี: อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์: อ่างเก็บน้ำปราณบุรี
(รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กในพื้นที่ จ.น่าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง)
พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา
เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณ
แม่น้ำปราจีนบุรี (จ.ปราจีนบุรี)
แม่น้ำบางปะกง (จ.ฉะเชิงเทรา)
คลองพระสะทึงและคลองพระปรง (จ.สระแก้ว)
แม่น้ำจันทบุรี (จ.จันทบุรี)
แม่น้ำตราด (จ.ตราด)
แม่น้ำเพชรบุรี (จ.เพชรบุรี)
แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ (จ.กาญจนบุรี)
คลองบางสะพาน (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก (จ.นราธิวาส)
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ที่มา
ด่วน! สทนช. กางพิกัดเสี่ยง เช็กรายชื่อจังหวัดเฝ้าระวัง “น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก” ๑๐-๑๒ตุลาคม นี้
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 10/2569 แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม รวมถึงระดับน้ำล้นตลิ่ง โดยครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันตกที่ต้องเฝ้าระวังเป็นวงกว้าง
สำหรับ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม มีรายละเอียดดังนี้
ภาคเหนือ: จ.น่าน (อ.ทุ่งช้าง)
ภาคกลาง: กรุงเทพมหานคร (เขตหนองแขม บางแค บางบอน) และ จ.สมุทรสาคร (อ.กระทุ่มแบน)
ภาคตะวันออก
จ.ระยอง (อ.เมืองฯ แกลง)
จ.จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ ขลุง มะขาม)
จ.ตราด (อ.เมืองฯ คลองใหญ่ เขาสมิง บ่อไร่)
ภาคตะวันตก
จ.สมุทรสงคราม (อ.เมืองฯ อัมพวา บางคนที)
จ.กาญจนบุรี (อ.เมืองฯ ไทรโยค ด่านมะขามเตี้ย)
จ.ราชบุรี (อ.เมืองฯ จอมบึง ปากท่อ บ้านคา สวนผึ้ง)
จ.เพชรบุรี (อ.เมืองฯ ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน บ้านแหลม)
จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.เมืองฯ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก บางสะพาน)
ภาคใต้ (เฝ้าระวัง 14 จังหวัด): ได้แก่ จ.ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ยะลา และ นราธิวาส (ครอบคลุมหลายอำเภอตามประกาศ)
นอกจากนี้ สทนช. ยังได้สั่งการให้ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำสูงเกินกว่าร้อยละ 80 ของความจุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่
จ.ระยอง: อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์
จ.ปราจีนบุรี: อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา
จ.กาญจนบุรี: อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์
จ.เพชรบุรี: อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์: อ่างเก็บน้ำปราณบุรี
(รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กในพื้นที่ จ.น่าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง)
พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณ
แม่น้ำปราจีนบุรี (จ.ปราจีนบุรี)
แม่น้ำบางปะกง (จ.ฉะเชิงเทรา)
คลองพระสะทึงและคลองพระปรง (จ.สระแก้ว)
แม่น้ำจันทบุรี (จ.จันทบุรี)
แม่น้ำตราด (จ.ตราด)
แม่น้ำเพชรบุรี (จ.เพชรบุรี)
แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ (จ.กาญจนบุรี)
คลองบางสะพาน (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก (จ.นราธิวาส)
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ที่มา