เสี่ยงตายแลกเงินล้าน! กัปตันเรือรับ 3 ล้าน/เดือน แถมโบนัสอีก 1.6 ล้านต่อเที่ยว ฝ่าดงขีปนาวุธ-โดรนอิหร่าน

เสี่ยงตายแลกเงินล้าน! กัปตันเรือรับ 3 ล้าน/เดือน แถมโบนัสอีก 1.6 ล้านต่อเที่ยว ฝ่าดงขีปนาวุธ-โดรนอิหร่าน



“เสี่ยงชีวิตแลกเงินล้าน” ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสุดอันตราย หลังการโจมตีเรือสินค้าทวีความรุนแรง จนเจ้าของเรือต้องทุ่มค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อจูงใจกัปตันให้ยอมฝ่าดงขีปนาวุธและโดรน โดยเสนอ “เงินเดือนสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.3 ล้านบาท)” พร้อมอัดโบนัสอีก 50,000 ดอลลาร์ (ราว 1.6 ล้านบาท) ทุกครั้งที่แล่นผ่านช่องแคบ สะท้อนวิกฤติความปลอดภัย ที่ทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นเลือดใหญ่พลังงานโลกต้องแลกด้วยความเสี่ยงถึงชีวิต

ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า ค่าตอบแทนที่พุ่งสูงนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านที่ทวีความรุนแรง ภายใต้สถานการณ์ปกติ กัปตันเรือบรรทุกน้ำมันได้รับเงินเดือนเฉลี่ยราว 15,000 ดอลลาร์ (ราว 5 แสนบาท) ขณะที่ลูกเรือทั่วไปอาจได้รับเพียง 1,500 ดอลลาร์ (ราว 5 หมื่นบาท) ต่อเดือน แต่ปัจจุบัน ลูกเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจได้รับค่าจ้างสูงถึง “4-6 เท่า” ของอัตราปกติ

ไม่เพียงเท่านั้น ต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันยัง “พุ่งทะยานตามความเสี่ยง” โดยค่าระวางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น “แตะประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์ต่อวัน” ในสัปดาห์นี้ เทียบกับเพียง 20,000-50,000 ดอลลาร์ต่อวันในปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามเพิ่มขึ้นเป็น 6-10% ของมูลค่าตัวเรือ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่บางลำต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ต่อเที่ยว

ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่เมืองฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พุ่งแตะ 686 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

สำหรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทความมั่นคงทางทะเล Vanguard ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. เกิดเหตุโจมตีเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอย่างน้อย 14 ครั้ง ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) บันทึกว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีเรือถูกโจมตีอย่างน้อย 93 ลำ และลูกเรือเสียชีวิตแล้ว 24 ราย

ปัจจุบัน เรือส่วนใหญ่เลือกเดินทางผ่านช่องแคบในเวลากลางคืน พร้อมปิดระบบส่งสัญญาณ GPS เพื่อลดความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตี

ข้อมูลจาก Windward ระบุว่า วันที่ 4 ต.ค. มีเรือเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 13 ลำ ลดลงจาก 24 ลำในสัปดาห์ก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับก่อนสงครามที่มีเรือผ่านเฉลี่ยวันละ 135 ลำ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การส่งออกน้ำมันยังดำเนินต่อไปได้บ้าง แต่ต้องแลกกับต้นทุนมหาศาล ทั้งค่าจ้างลูกเรือ ค่าระวางเรือ ค่าเบี้ยประกัน และเชื้อเพลิง ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลก หากการโจมตีทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีลูกเรือยอมเสี่ยงชีวิตเดินทางผ่านช่องแคบน้อยลง

อ่านต่อได้ที่: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1255477

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่