ผมเป็น HIV+ และเป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงโรคจิตเภท
สิ่งที่ผมอยากระบายในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่อยากให้คนที่ไม่เคยเจอกับอาการเหล่านี้ ได้เข้าใจสักครั้งว่า การใช้ชีวิตอยู่กับโรคทางจิตเวชมันทรมานแค่ไหน
สิ่งที่หนักที่สุดสำหรับผมคือ “หูแว่ว” และ “ความหวาดระแวง”
บางครั้งผมได้ยินเสียงคนพูดถึงผม ด่าว่าผม หรือวิพากษ์วิจารณ์ผม จนผมแยกไม่ออกว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเกิดจากอาการของโรค หรือเป็นเสียงของคนจริง ๆ ความกลัวมันเกิดขึ้นจริง ความเจ็บปวดมันเกิดขึ้นจริง ถึงแม้สิ่งที่ได้ยินอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม
บางช่วงผมกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย กลัวคนอื่นจะมองผมไม่ดี กลัวจนไม่กล้าออกจากห้อง ทั้งที่ลึก ๆ แล้วผมก็อยากออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป
มันเหนื่อยมากครับ
คนอื่นอาจมองว่า “ก็แค่เสียงในหัว” หรือ “อย่าคิดมาก” แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับมัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เสียงเหล่านั้นสามารถทำให้เรากลัว เจ็บปวด ร้องไห้ นอนไม่หลับ และรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีที่ปลอดภัย
ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
ผมไม่ได้เลือกที่จะป่วย
และผมไม่ได้อยากให้ใครต้องมาสงสาร
ผมแค่อยากมีชีวิตที่สงบเหมือนคนอื่นบ้าง อยากตื่นมาแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะได้ยินเสียงอะไร อยากออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องหวาดระแวง อยากอยู่ในห้องของตัวเองแล้วรู้สึกปลอดภัย
ผมกำลังพยายามรักษาตัวเองและพยายามอยู่กับโรคเหล่านี้ให้ได้ในแต่ละวัน ถึงบางวันมันจะหนักจนแทบไม่ไหวก็ตาม
ถ้าใครกำลังเผชิญกับโรคจิตเภท ซึมเศร้า HIV หรือโรคเรื้อรังอะไรก็ตาม ผมอยากบอกว่า คุณไม่ได้อ่อนแอเพียงเพราะคุณกำลังทุกข์ทรมาน
บางครั้งการที่เรายังพยายามมีชีวิตอยู่ต่อ ทั้งที่ข้างในเจ็บปวดมาก ก็ถือว่าเราเก่งมากแล้ว
วันนี้ผมขอเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ เพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจ
ผมเหนื่อย ผมกลัว ผมเจ็บปวด แต่ผมก็ยังพยายามอยู่ครับ
ผมเป็น HIV+ และเป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงโรคจิตเภท สิ่งที่ผมอยากระบายในวันนี้
สิ่งที่ผมอยากระบายในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่อยากให้คนที่ไม่เคยเจอกับอาการเหล่านี้ ได้เข้าใจสักครั้งว่า การใช้ชีวิตอยู่กับโรคทางจิตเวชมันทรมานแค่ไหน
สิ่งที่หนักที่สุดสำหรับผมคือ “หูแว่ว” และ “ความหวาดระแวง”
บางครั้งผมได้ยินเสียงคนพูดถึงผม ด่าว่าผม หรือวิพากษ์วิจารณ์ผม จนผมแยกไม่ออกว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเกิดจากอาการของโรค หรือเป็นเสียงของคนจริง ๆ ความกลัวมันเกิดขึ้นจริง ความเจ็บปวดมันเกิดขึ้นจริง ถึงแม้สิ่งที่ได้ยินอาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม
บางช่วงผมกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย กลัวคนอื่นจะมองผมไม่ดี กลัวจนไม่กล้าออกจากห้อง ทั้งที่ลึก ๆ แล้วผมก็อยากออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป
มันเหนื่อยมากครับ
คนอื่นอาจมองว่า “ก็แค่เสียงในหัว” หรือ “อย่าคิดมาก” แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับมัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เสียงเหล่านั้นสามารถทำให้เรากลัว เจ็บปวด ร้องไห้ นอนไม่หลับ และรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีที่ปลอดภัย
ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้
ผมไม่ได้เลือกที่จะป่วย
และผมไม่ได้อยากให้ใครต้องมาสงสาร
ผมแค่อยากมีชีวิตที่สงบเหมือนคนอื่นบ้าง อยากตื่นมาแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะได้ยินเสียงอะไร อยากออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องหวาดระแวง อยากอยู่ในห้องของตัวเองแล้วรู้สึกปลอดภัย
ผมกำลังพยายามรักษาตัวเองและพยายามอยู่กับโรคเหล่านี้ให้ได้ในแต่ละวัน ถึงบางวันมันจะหนักจนแทบไม่ไหวก็ตาม
ถ้าใครกำลังเผชิญกับโรคจิตเภท ซึมเศร้า HIV หรือโรคเรื้อรังอะไรก็ตาม ผมอยากบอกว่า คุณไม่ได้อ่อนแอเพียงเพราะคุณกำลังทุกข์ทรมาน
บางครั้งการที่เรายังพยายามมีชีวิตอยู่ต่อ ทั้งที่ข้างในเจ็บปวดมาก ก็ถือว่าเราเก่งมากแล้ว
วันนี้ผมขอเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ เพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจ
ผมเหนื่อย ผมกลัว ผมเจ็บปวด แต่ผมก็ยังพยายามอยู่ครับ