เรย์ ดาลิโอ เตือน “ฟองสบู่ AI” ใกล้แตก หลังหนี้ลงทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยขาขึ้น
เรย์ ดาลิโอ มอง AI เข้าข่ายฟองสบู่แบบคลาสสิก และใกล้ถึงจุดแตก หลังบริษัทก่อหนี้มหาศาลเพื่อเร่งลงทุน ท่ามกลางต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 11.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เตือนว่า กระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่แบบคลาสสิก และอาจเข้าใกล้จุดแตก หลังบริษัทต่าง ๆ ก่อหนี้จำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนการลงทุน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
ดาลิโอกล่าวระหว่างงาน Forbes Global CEO Conference ที่สิงคโปร์ว่า เงินลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบันมาจากการก่อหนี้ และเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้ฟองสบู่เริ่มแตก
“ขณะนี้เราอยู่ในช่วงของวัฏจักรก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น แต่กำลังเข้าใกล้มากขึ้น และผมคิดว่าเราอยู่ไม่ไกลแล้ว” ดาลิโอกล่าว
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ AI ตั้งแต่การสร้างศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงการจัดซื้อชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล โดยการลงทุนเหล่านี้พึ่งพาการก่อหนี้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุนสำหรับโครงการ AI ขนาดใหญ่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้น โดยความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรบริษัทเทคโนโลยีช่วยผลักดันดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้
ดาลิโอ ซึ่งออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของฟองสบู่ AI มาอย่างต่อเนื่อง ระบุว่า นอกจากอัตราดอกเบี้ยและการก่อหนี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ฟองสบู่แตก เช่น การเก็บภาษีความมั่งคั่ง หรือมาตรการอื่น ๆ ที่บีบให้นักลงทุนต้องเปลี่ยนกำไรหรือความมั่งคั่งที่ยังไม่ได้รับรู้เป็นเงินสด
เขาอธิบายว่า นักลงทุนจำนวนมากอาจระบุว่าตนเองมีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ความมั่งคั่งดังกล่าวส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปของสินทรัพย์ หากต้องการนำเงินออกมาใช้จริง นักลงทุนจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด และแรงขายที่เกิดขึ้นพร้อมกันอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฟองสบู่แตก
คำเตือนของดาลิโอเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังตั้งคำถามมากขึ้นว่า การลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและราคาหุ้นเทคโนโลยีที่พุ่งสูง จะสามารถรักษาระดับต่อไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต้องเผชิญต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น และถูกกดดันให้พิสูจน์ว่าการลงทุนมหาศาลใน AI สามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้จริง
อ้างอิง : bloomberg.com
ที่มา
เรย์ ดาลิโอ เตือน “ฟองสบู่ AI” ใกล้แตก หลังหนี้ลงทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยขาขึ้น
เรย์ ดาลิโอ เตือน “ฟองสบู่ AI” ใกล้แตก หลังหนี้ลงทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยขาขึ้น
เรย์ ดาลิโอ มอง AI เข้าข่ายฟองสบู่แบบคลาสสิก และใกล้ถึงจุดแตก หลังบริษัทก่อหนี้มหาศาลเพื่อเร่งลงทุน ท่ามกลางต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 11.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เตือนว่า กระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่แบบคลาสสิก และอาจเข้าใกล้จุดแตก หลังบริษัทต่าง ๆ ก่อหนี้จำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนการลงทุน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
ดาลิโอกล่าวระหว่างงาน Forbes Global CEO Conference ที่สิงคโปร์ว่า เงินลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบันมาจากการก่อหนี้ และเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้ฟองสบู่เริ่มแตก
“ขณะนี้เราอยู่ในช่วงของวัฏจักรก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น แต่กำลังเข้าใกล้มากขึ้น และผมคิดว่าเราอยู่ไม่ไกลแล้ว” ดาลิโอกล่าว
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ AI ตั้งแต่การสร้างศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงการจัดซื้อชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล โดยการลงทุนเหล่านี้พึ่งพาการก่อหนี้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุนสำหรับโครงการ AI ขนาดใหญ่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้น โดยความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรบริษัทเทคโนโลยีช่วยผลักดันดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้
ดาลิโอ ซึ่งออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของฟองสบู่ AI มาอย่างต่อเนื่อง ระบุว่า นอกจากอัตราดอกเบี้ยและการก่อหนี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ฟองสบู่แตก เช่น การเก็บภาษีความมั่งคั่ง หรือมาตรการอื่น ๆ ที่บีบให้นักลงทุนต้องเปลี่ยนกำไรหรือความมั่งคั่งที่ยังไม่ได้รับรู้เป็นเงินสด
เขาอธิบายว่า นักลงทุนจำนวนมากอาจระบุว่าตนเองมีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ความมั่งคั่งดังกล่าวส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปของสินทรัพย์ หากต้องการนำเงินออกมาใช้จริง นักลงทุนจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด และแรงขายที่เกิดขึ้นพร้อมกันอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฟองสบู่แตก
คำเตือนของดาลิโอเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังตั้งคำถามมากขึ้นว่า การลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและราคาหุ้นเทคโนโลยีที่พุ่งสูง จะสามารถรักษาระดับต่อไปได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต้องเผชิญต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น และถูกกดดันให้พิสูจน์ว่าการลงทุนมหาศาลใน AI สามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้จริง
อ้างอิง : bloomberg.com
ที่มา