นอดีต ภาพจำของการไปเที่ยวให้คุ้มค่ามักหนีไม่พ้นการตื่นตั้งแต่ตีหิ้วกระเป๋าขึ้นรถตู้ วิ่งรอกเช็กอินแลนด์มาร์กให้ครบทุกจุดในเวลาจำกัด
วันหนึ่งต้องไปให้ถึงสิบกว่าที่ ยิ่งเก็บแต้มได้เยอะยิ่งรู้สึกว่าคุ้มค่า แต่ในยุคปัจจุบัน เทรนด์การท่องเที่ยวได้เปลี่ยนผ่านไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ผลสำรวจของ Vrbo เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจว่า คนยุคใหม่ถึง 91% ให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวแบบ
"เน้นดื่มด่ำ ไม่เน้นปริมาณ" หรือที่เรียกว่าการเที่ยวแบบ Slow Life เน้นความชิล ไม่เน้นความครบถ้วนจนต้องรีบเร่ง
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงโบกมือลา "ชะโงกทัวร์"?
หนีความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน: วันหยุดทั้งที การต้องตื่นเช้าและมีตารางเวลากำชับแน่นเอี๊ยดไม่ต่างจากการไปทำงาน
ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าได้พักผ่อน
เปลี่ยนนิยามคำว่า "คุ้มค่า": จากเดิมที่วัดความคุ้มจาก "จำนวนสถานที่ที่ได้ไป" เปลี่ยนมาวัดที่ "คุณภาพของช่วงเวลาที่ได้ดื่มด่ำ"
กับบรรยากาศ วัฒนธรรมท้องถิ่น และผู้คนที่เดินทางไปด้วยกัน
เลือกเฉพาะจุดที่อินจริง ๆ: แทนที่จะแวะทุกที่แบบผิวเผิน หลายคนเลือกปักหมุดแค่ 1-2 แห่งที่อยากไปจริงๆ เช่น คาเฟ่ชิคๆ
ถนนคนเดิน หรือพิพิธภัณฑ์ แล้วใช้เวลาเสพสุขกับตรงนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
การเดินทางท่องเที่ยวในแบบฉบับปัจจุบันจึงไม่ใช่การแข่งขันเก็บสะสมสถานที่อีกต่อไป แต่คือการปล่อยจอย ฮีลใจ และชาร์จพลังชีวิตให้เต็มอิ่ม เพื่อให้การเดินทางแต่ละครั้งมีความหมายและคุ้มค่าต่อความรู้สึกอย่างแท้จริง

คุณล่ะคะ ชอบเที่ยวแบบไหน ในมุมของเที่ยวในประเทศ คือ ไม่ไปกับ บ.ทัวร์แน่นอน แต่ถ้าเที่ยว ตปท. นะ (เราเคยไปทัวร์ มา 3 ครั้ง แต่คงไม่ไปแล้ว) เพราะไม่ค่อยชอบเลย ชอบไปเที่ยวเอง จัดตารางเอง เลือกร้านอาหารเอง มากกว่า แล้วจะจัดแบบสโลว์ๆ ชิลๆ ไม่เร่งรีบ มีตื่นเช้าบ้าง ตามลักษณะสถานที่เที่ยว
CR IG Jonesalad
ชะโงกทัวร์พอที: เมื่อการพักผ่อนที่แท้จริง คือการเที่ยวแบบ "ช้าลงแต่ลึกซึ้ง"