เอาหนังสือเก่ากลับมาอ่านอีกรอบแบบจำอะไรแบบไม่ได้ยันตัวหนัง ถือว่าใกล้เคียงกับเริ่มใหม่หมดอยู่[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t52/1/16/1f923.png[/img]
มีประโยคที่ชอบเยอะมาก ขอยกตัวอย่างมาสักประโยคสองประโยค
"เท้าของคนเราคือส่วนที่ติดพื้น และถ้าเราเป็นคนจน ก็ไม่มีพื้นตรงไหนเลยที่เป็นของเรา"
"...ขอประวิงเวลาอีกสักครู่ขณะเธอกอดสิ่งมีชีวิตแสนเศร้าและสวยงาม ผู้ไม่มีวันปลอดภัยได้ในโลกใบนี้"
พอมาอ่านเป็นหนังสือ นี่ว่าได้สังเกต elements ที่ตัวหนังใช้ขัดขึ้นอยู่นะ เช่นตอนที่ดูหนัง ซีนของตัวหลักหลายๆ คนจะมีสีเขียวที่ต่างกัน ซึ่งตอนที่เคยดูนี่ไม่ได้สังเกตทุกตัวขนาดนั้น แต่พออ่านหนังสือ มันต้องผ่านทุกคน เลยเห็นชัด เช่นคนนี้เขียวนกเป็ดน้ำ คนนี้มีเขียวมะนาว คนนี้มีเขียวลูกกวาดสดใส
การเล่าเรื่องนี่ว่าตอน 70 หน้าแรกแอบไม่ชอบตรงที่ เขาใช้วิธีสลับตัวละครทุกครั้งที่เปลี่ยนบท
คือบท 1 เล่าผ่านตัวละคร A
บท 2 เล่าผ่านตัวละคร B
บท3 เล่าผ่านตัวละคร C
บท 4 เล่าผ่าน D
บท 5 ถึงจะวนกลับมาที่ A อีกครั้งแล้วรันต่อตามลำดับเดิม
บางซีนที่เหมือนโอเคองก์นี้จบแล้วก็โอเคแหละ แต่บางบทมันเหมือนกำลังค้างอยู่ แล้วพี่ไปเล่าฝั่งคนอื่น แล้วต้องรออีกสามบทงี้ถึงกลับมาต่อนี่[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t52/1/16/1f923.png[/img]
แต่พอผ่านช่วง 70 หน้านั้นไป ก็เล่าแบบไม่สลับขนาดนั้นแล้ว คือมันเปลี่ยนตัวละครเรื่อยๆ แหละ แต่มันยังเล่าแต่ละองก์ให้ต่อเนื่องกันอยู่ เหมือนแค่เปลี่ยนมุมมอง
นี่ชอบเวอร์ชั่นหนังสือนี้ดี เพราะตัวละครสมทบที่ในหนังแทบไม่เห็นซีน ได้มาเล่าให้เข้าใจตัวละครหลักสมบูรณ์มากขึ้น
อย่างตัวละครเลนีที่เป็นภรรยาของริชาร์ดในเรื่อง ตอนดูหนังตัวละครนี้เรียกได้เลยว่าตัวประกอบ(ตามที่จำได้ น่าจะโผล่แต่ซีนเดียวไหมนะ)
แต่ในหนังสือเธอจะมีบทบาทค่อนข้างสำคัญต่อการพัฒนาของตัวละครหลักในเรื่องถึงสองคน คือริชาร์ดกับไจล์
แน่นอนว่าบทของตัวละครนี้จะไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาดของเรื่องเลย แต่การใช้ชีวิตประจำวันของตัวละครนี้มันไปข้องเกี่ยวกับไจล์เลยทำให้ไจล์มีความกล้าไปช่วยเอไลซา นางเอกของเราในเวลาต่อมาด้วย แถมเป็นฮุคสำคัญที่ทำให้ริชาร์ดมีแรงขับเคลื่อนในเนื้อเรื่องแรงขึ้นด้วย อ่านแล้วเห็นมิติตัวละครค่อนข้างเยอะ
นี่มองว่าเรื่องนี้พออ่าน มันไม่ได้สื่อถึงแค่เรื่องราวความรักของนางเอกอย่างเดียว แต่สารที่ตัวละครหลักคนอื่นสื่อมาตลอด คือเรื่องการเข้าอกเข้าใจและเปิดใจให้คนอื่นที่แตกต่างด้วย เช่นประโยคที่ไจล์บรรยายว่าตัวเอง(ที่เป็นเกย์)นั้นสำหรับคนธรรมดาก็คือตัวประหลาด(เรื่องราวดำเนินในช่วงสงครามเย็น)ส่วนสัตว์ประหลาดตัวนี้ เพราะมีแค่ตัวเดียวเลยเป็นตัวประหลาดด้วย แต่จริงๆ แล้วถ้าในอนาคตมีอะไรที่เหมือนกับพวกเราขึ้นมาอีก พวกเราก็จะไม่ใช่ตัวประหลาด แต่จะเป็นคนกลุ่มแรกใช่ไหม
นี่ว่าสารมันทำให้ต้องคิดจริงๆ ว่าการที่คนกลุ่มนึงโดนมองว่าประหลาด หลักๆ คือเพราะว่าเขาไม่เหมือนใครตรงนั้น และยังไม่เจอคนที่เหมือนกันเฉยๆ เลยโดนคนหมู่มากแถวนั้นตราหน้า
แถมหนังสือมีเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ประเด็นเฟมินิสที่ใส่มาในเรื่อง อาิท ซีนของเลนีที่เอามาเล่าในหนังสือ ว่าวันๆ เลนีได้แต่ยืนรีดผ้าให้สามี แต่ถ้าวันไหนเกิดเสื้อตัวนั้นไหม้ขึ้นมา ไม่ว่าตัวเองจะทำงานอื่นดีขนาดไหน เลี้ยงลูกดีขนาดไหน คนภายนอกที่เห็นเสื้อมีรอยไหม้ของสามีเธอ จะคิดกันทันทีว่าบ้านนี้เริ่มมีปัญหาแล้ว แล้วก็เรื่องการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ตลอดชีวิตแต่งงาน เธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขนาดนี้เลยจนกระทั่งวันที่มาทำงานเป็นพนักงานในบริษัท เรารู้ว่าตัวเองมีคุณค่าของตัวเองที่นี่ หาเงินได้เองโดยไม่ต้องพึ่งสามี
เนื้อเรื่องอาจจะดำเนินด้วยความโหดร้ายหรือดราม่า แต่เราว่าสารตอนจบที่ได้รับมาก็ค่อนข้างอิ่มเอมใช้ได้
ถึงจะเสียใจสักหน่อยที่จุดจบตัวร้ายที่ทำร้อยคนอื่นมาตั้งเยอะจากแบบสบายไปหน่อยก็เถอะ[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t52/1/16/1f923.png[/img]
แต่โดยรวมชอบเล่มนี้มากนะ ถึงจะเสียดายที่เหมือนสำนักพิมพ์เขาจะปิ๋วไปแล้วก็เถอะ
[CR] Review มหัศจรรย์รักต่างภพ The Shape of Water ver.หนังสือ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้